วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวดอยอินทนนท์....เมื่อเมาษาหน้าร้อน


อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์ ผมคิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักกับสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ผู้ที่รักการเดินทาง ผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ และผู้ที่รักการถ่ายภาพ โดยส่วนตัวแล้วผมเองมีความหวังเป็นอย่างมากที่จะได้มาสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อและติดอันดับ 1 ของสถานที่ท่องเที่ยวไทย จึงได้ฝันที่จะได้ไปเที่ยวสักครั้ง ตั้งแต่ได้เห็นช่องโทรทัศน์เสนอข่าวพระราชสำนักฯ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ดอยอินทนนท์ น่าจะประมาณเกือบ 20 ปีก่อน(...ถ้าจำไม่ผิด นานมากแล้ว...)

หากเรามีความหวังตั้งใจไว้ จะช้าหรือเร็วมันจะต้องได้ในสิ่งที่ตั้งใจ ก่อนออกเดินทางผมได้ศึกษารายละเอียดแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนดอยอินทนนท์มีสถานที่น่าสนใจมากมาย ความตื่นเต้นคืนก่อนออกเดินทางทำให้ผมนอนไม่ค่อยหลับเท่าไร...555

บนดอยฯ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อย่างเช่น หมู่บ้านม้ง การทำนาขั้นบันได แปลงเกษตรต่างๆ น้ำตกหลายแห่ง โครงการหลวงฯ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เนื่องจากช่วงเวลาที่ผมไปนั้นเป็นช่วง LOW ผมไปช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหน้าร้อน ทำให้ไม่ได้เห็นนาขั้นบันไดเหมือนทุกวันนี้ แต่ก็มีข้อดีที่เรียกได้ว่าการเดินทางไปครั้งนี้ดีสุดคุ้มค่ามากๆ อีกแบบ คือได้ที่พักราคาถูกๆ นักท่องเที่ยวแทบจะไม่มี จึงได้ฟิวมาแบบสงบๆ เหมาะแก่การพักผ่อนจริง ผนวกกับสภาพอากาศเย็นสดชื่น เฉลี่ยประมาณ 15-25 องศา ตอนกลางวันเย็นสดชื่นส่วนกลางกลางคืนแม้จะเป็นเดือนเมษายนแต่ก็หนาว นอนโดยไม่ต้องใช้แอร์ อ่อ...สิ่งที่ทราบมาอีกอย่างก็คือว่าที่พักบนดอยไม่มีแอร์นะครับ แม้จะเมษายนหน้าร้อนก็ตาม ถ้ามีเด็กๆ ตามไปด้วยควรมีเสื้อกันหนาวติดตัวไว้บ้างก็ดี กลางคืนประมาณ 15-18 องศา กลางวันประมาณ 25-27 องศา 

ด้วยอากาศที่สดชื่น ลมพัดผมเย็นโชยมา และแสงแดดอุ่นๆ จึงทำให้ผมใช้เวลาอันเพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพบนดอยอินทนนท์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดของการเดินทาง  ไม่ว่าจะถ่ายภาพมุมไหนๆ จะไม่ค่อยไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในแฟรมหน้ากล้อง ดอกไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้เมืองหนาว ผมนั่งมองคนสวนทำงานให้น้ำพร้อมกับการแต่งดอกไม้ด้วยความสบายใจ ดอกไหนเริ่มที่จะโรยจะคัดออก และตัดไปเป็นดอกไม้ประดับใช้ไหว้พระในองค์พระธาตุ ดอกไม้ที่ใช้ไหวพระธาตุจึงสดและสวยงามทุกวัน

การภ่ายภาพดอกไม้ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าถ่ายได้ง่ายมาก เพราะเขาไม่ขยับไปไหน อยู่กับที่ตลอด ยกเว้นเสียว่าเราเบื่อเองแล้วเคลื่อนย้ายไปหาดอกอื่น (ฮ่า ฮ่า ฮ่า) ในวันนั้นเห็นท้องฟ้าใสมาก และค่อนข้างจะเป็นใจ มองไปทางไหนก็เป็นท้องฟ้าสีฟ้า 

 ภาพทั้งหมดเป็นภาพดอกไม้ที่พระธาตุบนดอยอินทนนท์ ของช่วงเดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา

 มุมไหนๆ ก็ถ่ายไม่เบื่อ เพราะประทับใจกับสถานที่แห่งนี้มาก

 นอกจากพระธาตุดอยอินทนนท์แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจ เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เป็นเส้นทางเดินสั้นๆ สามารถเข้าชมได้ตลอด แต่ผมเลือกที่จะเดินเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 3 กิโลเมตร ที่นี่จะปิดการเข้าชมในช่วงหน้าฝน (พ.ค.-ก.ย.) เนื่องจากบางช่วงของการเดินทางค่อนข้างจะอันตรายอยู่บ้าง 

 เดินเข้าไปไม่ไกลนัก ก็จะเจอน้ำตก ถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องครับ ส่วนตัวผมคิดถูกแล้วครับที่ไม่แบกขาตั้งไปด้วย แต่ก็เสียดายการเก็บรายละเอียด และโอกาสในบางเรื่องไปอยู่บ้าง

 ด้วงดอยอินทนนท์ จะมีสีเหลือบๆ ดำ-น้ำเงิน เวลาบินก็จะมีสีและมีเสียงที่เป็นเสน่ห์ของป่า

 คาดฝันอยากเจอหมอกในป่า ที่มีลำแสงส่งเป็นประกาย แต่นี่เมษายน หน้าร้อนไม่มีหมอกครับ และไม่มีฝน ป่าจึงออกแนวแห้งแล้ง แต่ก็เดินแล้วไม่ลื่นไถล แต่ป่าจะขาดความเขียวชอุ่มไป พวกมอสก็จะแห้งไม่มีชีวิต

 การเดินศึกษาธรรมชาติ เสน่ห์ของป่าอีกอย่างก็คือ การได้เห็นเรื่องราวและวัฎจักรของต้นไม้ป่า ที่มีการผลัดใบและเกิดสีสันตามมาทำให้น่าดึงดูดความสนใจ เป็นที่น่าหลงไหลจริงๆ 

 บรรยากาศของ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ป่าน นอกจะจะมีป่าดิบที่สมบูรณ์แล้ว ยังมีป่าโปร่งที่ทำให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกับเบื้องหน้าที่ทอดสายตาไปไกลสุดๆ 

 จุดจมวิวในช่วงหน้าหนาวที่นี่สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างสวยงาม แต่หน้าร้อนก็จะเห็นที่นี่เป็นอีกแบบ และสวยกันคนละอย่างจริงๆ อากาศมีอบอ้าวอยู่บ้างแต่เนื่องจากมีลมแรงมาปะทะตลอดเวลา พัดเอาไอของความเย็นมากลบความอบอ้าวออกไป ภาพเบื้องหน้าทำให้หายเหนื่อยไปได้สนิท

 เพราะลักษณะของเส้นทางเดินที่เป็นแบบนี้ถึงได้ปิดไม่ให้เข้าในช่วงหน้าฝน ทางเดินกับหน้าผาไม่ได้ห่างกันเลย แค่...ลื่นปลึ๊ดเดียว ไม่อยากคิดต่อเลยครับ เพราะฉนั้นจึงควรเดินอยู่บนเส้นทางที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น จริงๆ

 ความรู้สึกอีกแบบที่ได้เห็นธรรมชาติแบบนี้ ปกตินักท่องเที่ยวมาที่นี่ก็ตั้งใจมาชมทะเลหมอก

 ทุ่งหญ้าสีทอง ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่คิอ ธรรมชาติของเมืองไทย ที่มีให้สัมผัสด้วยแบบนี้

 ผีเสื้อบนยอดดอย กำลังต่อสู้กับแรงลมบนยอดหญ้าใกล้หน้าผา

 ทุ่งหญ้าสีทองกับจุดชมวิวที่ส้่นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ป่าน

 เส้นทางเดินจะวนเป็นวงกลม จุดเดินชมวิวนี้มีความยาวประมาณ 1 กม.

 น้องที่ไกด์นำทางบอกว่า เส้นทางเดินนี้เป็นสันเขาด้านขวามือที่เราเดินเป็นหน้าผาที่สูงชันมากๆ ส่วนซ้ายมือที่เห็นเป็นป่า ความจริงก็เป็นหุบเขาที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุม ด้วยความไม่เชื่อผมจึงมุดเข้าไปดูในป่า ทำให้รู้ว่าทางที่เรากำลังเดินนั้นมีความกว้างประมาณ 2 เมตร หากด้านที่เป็นป่าไม่ถ้ามีป่าขึ้นปกคลุม ผมคิดว่าอาจจะโดนลมกระโชกกลิ้งตกเขาแน่ๆ เพราะลมวันนั้นแรงมาก 

 ถ้าไม่มีรั้วกั้นไว้อย่างที่เห็น คนกลัวความสูงต้องพิจารณาก่อนมาที่นี่ครับ

 ผลแบล็คเบอร์รี่ ครับ

 ถ้าไม่ได้เห็นคงคิดว่ามาไม่ถึงแน่เลย กุหลาบพันปีต้นสุดท้ายที่หลงเหลือดอกไว้ให้เห็นอยู่บ้างก่อนที่จะเข้าหน้าฝน และเก็บตัวไว้ให้ยลโฉมในหน้าหนาวต่อไป

 ผมชอบผีเสื้อและเจ้าตัวนี้ก็เป็นผีเสื้อที่มีความสวยงามมากตัวหนึ่ง เสียดายที่ถ่ายได้ไม่ชัดเพราะลมพัดแรงมากๆ จนบินหนีไป

 จุดนี้เป็นจุดสิ้นสุดทางเดินจุดชมวิวแล้ว และต้องเดินกลับเข้าป่าไปอีกประมาณ 1 กม.เพื่อไปยังจุดทางออก

 เป็นปีกบนของผีเสื้อ ผมถ่ายมาได้ 3-4 ตัว ไม่รู้จักชื่อเลยสักชนิด

 เสร็จแล้วจึงไปต่อและทานอาหารที่โครงการหลวงดอยอินทนนท์

 ใบเมเบิ้ลสีเขียวที่โครงการหลวงฯ

 ดอกรักเร่บนโครงการหลวงฯ ดอกใหญ่มากๆ

 บนโครงการหลวงจะมีทั้งศูนย์อาหาร ที่พัก สวนดอกไม้ และซุ้มไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ

 ซุ่มเฟิร์นชิดต่างๆ ที่โครงการหลวง

 เฟิร์นก้านดำ ครับ

 

 และขอจบเรื่องราวด้วยอุนหภูมิของวันนั้นที่ศูนย์เรด้าร์ จุดสูงสุดของประเทศไทย ณ เมษายน 2557 หน้าไหนๆ ถ้าไปเที่ยวแล้วพกเสื้อกันหนาวไปด้วยก็ดีครับ

โดย ฟ้าสดใสฯ

 

กลับไปที่ www.oknation.net