วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สูง/ขาว/หนาว/เหนื่อย จากลี่เจียงถึงเต๋อชิง #๘


 

ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บ เสียงลมพัดอู้ต้นไม้กิ่งไม้ไหววูบวาบ มองออกไปนอกเตนท์ ไร่ข้าวบาเลย์
ที่ในชีวิต ผมเพิ่งจะได้สัมผัสของจริงเมื่อวานตอนเย็นนี่เอง พลิ้วไหวด้วยแรงลม ไม่หยุดนิ่ง...ยามเช้า หนาวเหน็บ
ซะขนาดนี้ อะไรจะดีเท่า กองไฟและกาแฟ ถึงจะตื่นเช้าแต่เราดูจะอ้อยอิ่งซึมซับ ละเลียดบรรยากาศหนาวไม่ยี่หระ
ว่าจะต้องไต่เขาขึ้นไปอย่างเดียว สู่ความสูง 4300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่ห่างออกไป ราว 70 กม. ....
....ข้าวโอ๊ตกับน้ำพริกนรก ตามหลังกาแฟเข้าไปแบบง่าย แล้วเริ่มเก็บข้าวของ...ยางล้อหน้าของผมแบนอีกแล้ว
หลังจากที่มันแบนทุกเช้ามาสอง-สามวันแล้ว ตั้งแต่ก่อนถึงแชงกรีล่า อาการแบบนี้คงมีเศษลวดหรือหนามฝังอยู่ในยางนอก
แต่ผมก็หาไม่เจอ...และก็ไม่หา ผมแค่สูบลมโดยไม่เปลี่ยนยางในก็ไปได้ทั้งวัน แต่เช้ามาก็แบนอีก...
....จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็เคลื่อนย้ายขึ้นสู่ทางหลวง G214 อีกครั้ง...ร้องทัก “หนีห่าว” ขณะเดินผ่านป้า
ที่นั่งถอนหญ้าอยู่ในแปลงข้าวบาเลย์ ใกล้ๆ กับที่เรากางเตนท์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เดินทางเลียบแม่น้ำ Jincha มาไม่นานนักก็ถึงเมือง Benzilan แวะหาน้ำและขนมติดกระเป๋าไปเล็กน้อย
เส้นทางตั้งแต่นี้มุ่งหน้าสู่ยอดเขา ไป๋หม่า ยอดเขาที่หิมะขาวโพลน... นั่นแหล่ะผมบอกบังแล้ว สูง ขาว
ที่ผมบอกน่ะ ถ้าจะผ่านให้ได้ มันทั้งหนาวและเหนื่อยนะ ตอนแรกบังสาครดูกระดี๊กระด๊า แต่ตอนนี้เริ่ม
ควานหายาดม......
ดูเหมือนพื้นที่เกษตรที่นี่เขาจะทำกันแบบละเอียด ในไร่องุ่น มีการแซมด้วยข้าวบาเลย์ หรือสตรอบอรี่
อย่างที่บอกผมไม่เคยสัมผัสข้าวข้าวบาเลย์เลยในชีวิต ขณะผ่านชาวบ้านกำลังเก็บเกี่ยวข้าวบาร์เลย์
ในไร่องุ่น ผมลงไปพูดคุยทั้งๆที่รู้ว่าเราจะพูดให้เขารู้ได้แค่สองคำ คือ “หนีห่าว” และ “เซี่ยเซี่ย”
นอกนั้นภาษากาย มือไม้ไหวว่อน แล้วผมก็ได้ข้าวบาเลย์มา ประมาณ 10 รวง ถึงบัดนี้ยังไม่ได้ลองเพาะเลย
กลัวมันไม่งอก...

 

 

 

 

….การเดินทางทางของเราเป็นไปแบบช้าๆ เนิบๆ ....อยากจะเร่ง แต่กลัวไม่รอด จอดถ่ายภาพบ่อยครั้ง...
ทุกครั้งที่เหนื่อย และทุกครั้งที่เห็นภาพสวย บางครั้งผมกับบังสาครทิ้งช่วงห่างกันจนมองไม่เห็น .....
.....โค้งแล้วโค้งเล่า เลิกหวังไปนานแล้วว่าเมื่อผ่านโค้งนี้จะเจอป้ายลงเขา.....ก้มหน้าก้มตาปั่น 
อย่าแหงนหน้ามองไกลนัก เพราะมันจะท้อ เพราะที่แหงนจนเมื่อยคอ เราก็ไม่เห็นยอดเขา
.... อย่าคิดถึงยอดเขาที่จะถึง เพราะมันไม่ใช่วันนี้ ....ผมชิดขอบทางเมื่อมีเสียงเครื่องยนต์ตามหลังใกล้เข้ามา
“Thailand Thailand” เสียงดังออกมาจากมินิแวนที่แซงผ่านผมไปไม่เร็วนัก ผมขนลุกซู่ รอบขาเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ต้ว
ยกมือโบกหยอยๆ สอง สามครั้ง มองตามมินิแวนคันนั้นจนลับหายไปกับสันเนินเบื้องหน้า.....
ผมจอดรอบังสาครที่ตามหลังมาห่างพอสมควร ทันทีที่บังสาครตามมาทันผมบอกเล่าเรื่องการทักทาย...
“Thailand Thailand” สำเนียงเหมือนเชียร์กีฬาทีมชาติไทยเลยว่ะ....เราปั่นคุยกันมาจนถึงยอดเนิน..
มินิแวน คันนั้นจอดข้างทาง มีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ 6-7 คน ยืนอยู่สองข้างทาง....ทุกคนมีกล้องตัวโตๆ
บางคนมี GoPro พวกเขาเล็งมาและถ่าย ถ่าย ถ่าย...คนไทย...ความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ทันทีที่
รู้ว่าพวกเขาคือคนไทย.... "ดีใจจังที่เจอคนไทย" ผมบอกเขาไปตรงๆในความรู้สึก...
“ผมภูมิใจมากกว่า” คือคำพูดที่ใครบางคนตอบกลับมา....ผมหันไปมองธงชาติไทยผืนเล็กที่สะบัดพลิ้วไหว
อยู่บนปลายเสาเตนท์ ที่ดัดแปลงเป็นเสาธงติดอยู่ที่แร็คหลังจักรยานคู่ใจ ด้วยความภาคภูมิใจ
........เราพูดคุยสอบถามที่มาที่ไปกันพอสมควร....แล้วพวกเขาก็จากไป
ทิ้งความรู้สึกดีมากมาย ใว้ให้ผมแบกเดินทางต่อไป....ขอบคุณมิตรภาพ ขอบคุณกำลังใจที่หยิบยื่นมา
.....ขอบคุณ....

 

 นี่คือ คลิปตัวอย่างของพวกเขา

 

 

 

 

 

 

ยอมรับชะตากรรม ทำใจเรื่องการปั่นดินแดนแถบนี้ ดินแดนแห่งรอยยับย่นบนเปลือกโลก...
แต่นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ นี่คือสิ่งที่เราค้นหาและเลือกเฟ้นต้องการที่จะมาสัมผัส ... คงสมใจ
ล่ะซิ...โฮก.....
...ดูเหมือนยางล้อหน้าผมดูจะแฟบไปหน่อย เลยจอดเติมลม หน้าวัดแห่งหนึ่ง ในขณะที่ 
พระลามะและเณรน้อยกำลังรอรถเข้าเมือง

 

 

 

 

 

….ครั้งแล้ว ครั้งเล่าที่ความเหนื่อยล้า ของร่างกาย ที่เกิดจากการออกแรงปั่นจักรยานต้านแรงดึงดูดของโลก 
ถูกบรรเทาด้วยภาพสวยงามสองข้างทาง ภาพที่ผมไม่เคยสัมผัสด้วยความรู้สึกทั้งมวล..
..จะบอกเล่าอย่างไรก็ไม่เหมือนได้มายืนอยู่ในสัมผัส รอบกายที่ยิ่งใหญ่แปลกตา....ด้วยตัวเอง.....
....อากาศเริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว...ได้เวลามองหาที่พัก ...ถนนแถบนี้หาที่ราบกางเตนท์ค่อนข้างยาก 
ด้านซ้ายหน้าผาหันไปมองด้านขวา...เหวทั้งนั้น....เราคิดจะนอนใต้สะพานแต่มันก็ลึกเกินกว่าที่จะหาทางลง...
กำลังจะตัดสินใจกางเตนท์นอนหลังกองท่อเหล็กกองใหญ่....ผมบอกให้บังรอก่อนในขณะที่ผ
มเดินไปตามทางดินเข้าไปเผื่อมีที่ที่ดีกว่า.....แล้วเราก็โชคดี 
มีลำธารเล็กๆและที่ราบพอให้กางเตนท์สะดวกสบายอีกคืน.... เราย้ายจากหลังกองท่อเหล็กไปข้างลำธารเล็กๆนั้น
.....แล้วคืนนั้น สวรรค์ที่เย็นเฉียบก็อยู่ในการครอบครองของเรา....
ผมหลับไปกับเสียงขับกล่อมของสายน้ำเล็กๆสายนั้น....อย่างเป็นสุขแม้อากาศจะเย็นเฉียบ...(1-2ิ องศา)

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ForestHang

 

กลับไปที่ www.oknation.net