วันที่ อังคาร สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Good Morning, Robin Williams


จินตหรา สุขพัฒน์ กับ Robin Williams  ใน Good Morning, Vietnam


   เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Robin Williams ดารานักแสดงชื่อดังของโลก ทำอัตวินิบาตกรรมภายในบ้านพักที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านเส้นทางลาจากโลกนี้ไป ในวัย 63 ปี

    เขาจากไปโดยไม่บอกกล่าว หรืออาจมีเรื่องราวเพียงพอแล้วในการใช้ชีวิต ไม่อาจมีใครรู้ได้ อย่าลืมว่าจิตใจของผู้คนนั้นล้วนลึกซึ้งกว้างใหญ่ไม่ต่างจากจักรวาลเท่าไหร่นัก คนใกล้ชิดของ Robin Williams ให้ข้อมูลว่า ช่วงไม่นานมานี้ เขาเริ่มป่วยเป็นโรคพาร์กินสันระยะเริ่มต้น และต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้า (Depression) ที่เป็นมานานแล้ว ซึ่งเป็นโรคที่คุ้นชินของอเมริกันชนตามข้อมูลของสถาบันสุขภาพจิตของสหรัฐอเมริกา โดยผลการสำรวจในปี 2555 มีผู้คนในสหรัฐกว่า 16 ล้านคน เคยผ่านช่วงภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก

    ภรรยาของ Robin Williams กล่าวว่า "ในฐานะที่เขาจะเป็นที่จดจำ พวกเราหวังว่าจะไม่เน้นจดจำการเสียชีวิตของเขา แต่ขอให้จดจำช่วงเวลานับไม่ถ้วนที่เขาได้สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับคนนับล้าน" นั่นคือการใช้ชีวิตก่อนลาจากโลกนี้ไปของ Robin Williams ที่ที่เขาฝากความหมายไว้กับโลกมากมาย ผ่านบทบาทของศิลปินนักแสดง

    ผมนึกถึง Robin Williams พร้อมๆ กับภาพยนตร์เรื่อง Patch Adams หากว่ามีใครสักคนสามารถร้องให้กับโลกได้ทุกเรื่อง ก็ขอให้เขายิ้มให้กับโลกได้ทุกวัน และผมนึกถึงเขา Robin Williams ในบทบาทของ Patch Adams ซึ่งสร้างจากชีวิตจริงของ Hunter Doherty "Patch" Adams เขาค้นพบว่าตนเองอยากเป็นหมอเพื่อช่วยคนอื่นๆ จนไปสมัครเรียนใหม่อีกครั้งเพื่อจบมาเป็นหมอ ที่จะรักษาคนไข้ของเขาไม่เพียงเทคนิคกายภาพเท่านั้น แต่รักษาเยียวยาเรื่องจิตใจด้วย ในขณะที่ผู้คนมากมายปฏิบัติและเห็นต่างจากแนวทางของเขา แต่เขาก็ได้ทำหน้าที่และสถานะของเขาให้ดีที่สุด

     Hunter Doherty "Patch" Adams เขาเป็นหมอผู้หนึ่งที่มีแนวคิดในการรักษาเยียวยาผู้ป่วยที่ไม่เหมือนใคร เขาไม่เชื่อหลักการที่ว่า แพทย์ไม่ควรใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากเกินไป แต่เขาเห็นว่า ความใกล้ชิดกันและเสียงหัวเราะเป็นสิ่งเพิ่มเติมทางจิตใจที่สามารถช่วยรักษาเยียวยาผู้ป่วยได้ เขาจึงเดินทางไปทั่วโลกพร้อมกับนักแสดงตลกเพื่อมอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ผู้ป่วยและเด็กกำพร้า และก่อตั้งสถาบัน Gesundheit ขึ้นมาเพื่อทำงานดังกล่าว

    ในความหมายที่ว่านั้น เขาปวดร้าวเมื่อเห็นผู้คนป่วยไข้ แต่เขาก็เย้ยหยันและยิ้มสู้แก่คนไข้ได้ทุกคราด้วยการใช้ความรู้เข้ารักษา อารมณ์ขันและเสียงหัวเราะเข้าเยียวยา เพื่อพัฒนาจิตใจของคนไข้ไปด้วย พัฒนาจิตใจของหมอไปด้วย เท่ากับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมไปด้วย มันทำให้ผมรู้สึกว่า คนแบบนี้แหละที่โลกต้องการ

    ในขณะที่ Robin Williams เองก็เคยเล่าเรียนที่ Juilliard School ในนครนิวยอร์ก สาขาวิชารัฐศาสตร์ แต่ต่อมาก็ลาออกมาก่อนโดยหันมาเรียนทางด้านการละครและการแสดง (Drama) ที่เขาค้นพบว่าชอบแทน เขาเริ่มต้นการแสดง ด้วยละครใบ้ และตัวตลกของคณะละครสัตว์ (West Coast) ก่อนจะประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 70 รวมไปถึงธุรกิจร้าน Comedy Store ในเมืองลอสแอนเจลิส ก่อนจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Popeye ในปี 1980

    หลายคนอาจจะชื่นชมและจดจำเขาจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Good Morning, Vietnam (1987) ที่เขารับบทเป็นดีเจวิทยุที่ได้รับมอบหมายให้ไปยังกองทัพสหรัฐในเวียดนาม ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีต่อมา หรือไม่ก็เรื่อง Dead Poets Society (1989) ภาพยนตร์แห่งแรงบันดาลใจของใครหลายคนทั่วทุกมุมโลก ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกครั้งในบทบาทของครู

    ไม่นับรวมผลงานดีๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง What dreams may come, Mrs. Doubtfire, The Birdcage, Jack, Hook, Flubber, The Fisher King หรือ Good Will Hunting ซึ่งภาพยนตร์ 2 เรื่องหลังทำให้เขาได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมถึง 2 ครั้ง อาจกล่าวได้อย่างภาคภูมิว่า ถึงวันนี้ Robin Williams ฝากความหมายหลังความตายของเขาไว้บนโลกมากมาย มากกว่าใครหลายคนที่ไม่ได้ใช้ชีวิต

     ในวันถัดว่าหลังความตายของเขา Hunter Doherty "Patch" Adams หมอในความหมายถึงหมอผู้มีความเสียสละเพื่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง หมอที่ไม่จำเป็นต้องรักษาระยะห่างกับคนไข้ หมอที่เรียกชื่อคนไข้ และมีแนวความคิดว่า หน้าที่หมอไม่ควรแค่ป้องกันไม่ให้คนตาย แต่ควรพัฒนาคุณภาพของชีวิตด้วย ก็ได้แสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของ Robin Williams โดยระบุว่า

    "ข่าวการจากไปของ Robin Williams ทำให้ผมเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แม้จะรายล้อมด้วยเพื่อนๆ และนักแสดงตลกนับร้อย ตอนนี้พวกเรากลับรู้สึกเสียใจกับความสูญเสียครั้งใหญ่ พร้อมกับจดจำความเป็นอัจฉริยภาพทางการแสดงของเขา ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับผลงานของเขาที่ทำให้สถาบัน Gesundheit ดำเนินต่อไปได้ พวกเราขอให้พระเจ้าคุ้มครองครอบครัวและเพื่อนของเขา ขอบคุณ Robin สำหรับทุกสิ่งที่คุณมอบให้โลกใบนี้ ขอบคุณเพื่อนรัก"

    แน่นอน ในมุมตลกก็ยังมีเรื่องเศร้า โลกเรามีเรื่องราวตลกน่าขบขันมากมาย แต่ก็มีเรื่องราวข่าวความเศร้าที่น่าสะเทือนใจมากมายเช่นกัน คำถามสำคัญหลังความตายของ Robin Williams คือ ทำอย่างไรให้คนที่มีแต่ความเศร้าค้นพบความสุขและรอยยิ้ม ทำอย่างไรให้คนที่มีแต่รอยยิ้มและความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นเห็นแง่มุมของความเศร้าที่เกิดขึ้นบ้าง ให้สังคมได้เยียวยากัน เพื่อจะเป็นภูมิคุ้มกันโรคซึมเศร้าของผู้คนในที่สุด

    ผมเคยเจอคนที่ร้องให้กับโลกได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวที่น่ารันทดและปวดร้าวต่างๆ ในสังคม แต่อาจไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอ แต่เป็นเพราะเขามีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต่างหาก เมื่อเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์สะท้อนออกมาในเรื่องราวเหล่านั้น แต่ท่ามกลางเรื่องที่น่าเศร้าของเขา เราจะแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ผู้คนมีความหวังและค้นพบความสุขบ้าง นั่นคือสิ่งที่ Robin Williams และ Patch Adams พยายามทำมัน เป็นหมอรักษาโรคและเยียวยาจิตใจ, เป็นนักแสดงที่สร้างแรงบันดาลใจและปลดปล่อยคนดูจากความหมองเศร้า

    มันทำให้ผมรู้สึกว่า คนแบบนี้แหละที่โลกต้องการ คนแบบ Patch Adams คนแบบ Robin Williams ที่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะทำสาขาอาชีพใด ไม่ว่าจะเป็นหมอ เป็นนักแสดง เป็นครู หรือเป็นดีเจวิทยุในสงครามเวียดนาม พวกเขาเป็นคนประเภทที่อาจร้องให้กับโลกได้ทุกเรื่อง แต่ต้องสามารถยิ้มให้กับโลกได้ทุกวัน มีความหวังต่อเพื่อนมนุษย์ และมองโลกในแง่ดี ซึ่งถ้าผู้คนเป็นเช่นนี้ โลกเราคงมีแต่สันติสุข

    รำลึกถึง Robin Williams, หากมีใครสักคนร้องให้กับโลกได้ทุกเรื่อง ก็ขอให้เขายิ้มให้กับโลกได้ทุกวัน.

เผยแพร่ครั้งแรก: คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net