วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Cymru: ลุยโคลน สู่ Hay Festival 2014


ปลายพฤษภาคมของทุกปี ช่วงสิ้นสุดรอยต่อที่ไม้ใบและดอกเริ่มผลิยอดหลังพ้นหนาวยาวนาน ก่อนก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือนมิถุนายน ดินฟ้าอากาศจะเป็นอย่างไร เมือง Hay ก็แสนวุ่นวายกับงานประจำปี

 

กำเนิดของงาน เริ่มคุยกันจากในครัว ตั้งใจให้เป็นเพียงปลายสัปดาห์หนึ่งที่คนคุ้นเคยเรื่องเขียนอ่านหาเหตุมาพบปะสนทนา เล็งทำเลให้สะดวกสักหน่อย บางทีได้สถานที่ของโรงเรียนประถมก็ดีแล้ว ระยะแรกคนมาดูมีถึงหนึ่งพัน

มองผาดคงคล้ายงานสัปดาห์หนังสือ มีคนในวงขีดเขียน มีของมาขาย

เข้าปีที่ 27 ของ Hay Festival ใน พ.ศ.2557 คนมาชมงานใกล้สามแสน รูปแบบของงาน ถูก‘ส่งออก’ ไปอีกหลายประเทศ นำเงินอีกหลายล้านปอนด์พร้อมความภูมิใจกลับมาสู่เมืองเล็กในชนบทของประเทศ Wales และผู้จัดซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร

รูปแบบของ Hay Festival ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

 

 

Hay Festival เทียบเคียงได้กับ Woodstock ที่ New York อันเกินเลยกว่าแค่การแสดงดนตรี สู่ขั้นมหกรรมของความคิด และจินตนาการ ที่อุบัติขึ้นมาแล้วทำให้โลกของเสียงเพลงเปลี่ยนไปอย่างพลิกผัน ตั้งแต่สมัย Jimi Hendrix เพิ่งย้ายมาอยู่อังกฤษ สู่ยุค Santana เมื่อยังไม่มีสังกัด – สัญญา ไม่มีคนรู้จัก หรือ The Who ที่อเมริกันเพิ่งได้ยิน

หาก Woodstock ให้ความหมายได้เท่ากับอิทธิพลที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของสังคม การเปิดโลกและเปิดใจสู่สิ่งใหม่ และการยอมรับในวิวัฒนาการของสังคม – ที่ไม่เพียงจำกัดอยู่ในเรื่องของดนตรี

Hay Festival ก็เป็นอีกปรากฏการณ์ที่จุดประกายความคิดได้ไม่แตกต่างจาก Woodstock

 

 

Hay Festival ยุคแรกเริ่มอาจจะมีขนาดจ้อย จนมาถูกขยายให้เหมาะกับชื่อเต็ม Hay Festival of Literature & Art ที่อธิบายชัดเจนว่า แม้กำเนิดของงานจะเริ่มต้นจากหนังสือ แต่สาระกลับเป็นเรื่อง ‘ความคิด’ ที่ถ่ายทอดออกมาได้ในศิลปะรูปอื่นอย่างดนตรีและภาพยนตร์ด้วย

 

 

Hay Festival จึงไม่ได้นำเสนอหนังสือลดราคา หรือแค่ให้สำนักพิมพ์ที่เป็นผู้สนับสนุนมาออกร้าน – ร้านหนังสือเป็นเพียงส่วนเติมความสมบูรณ์ของงาน

 

 

สถานที่จัดงานเป็นเพียงมุมของเมืองที่ให้พื้นที่ตั้งเพิง ขึงผ้าใบได้เหมาะสม

 

 

ปีนี้เหมือนจะเกินกว่าความบังเอิญที่ท้องทุ่งตรงเนินจัดงานเรียกกันว่า Milk Wood สอดคล้องกับหนังสือ Under Milk Wood ที่กำลังมีการฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของ Dylan Thomas คนเขียน

 

 

กระท่อมน้อยเขียนหนังสือของ Dylan จึงถูกนำมาจำลองไว้กลางสนาม

 

การแนะนำหนังสือ คือ การสนทนากับผู้เขียนถึงที่มาแห่งความคิด

 

 

หากหนังสือเป็นบันทึกความเปลี่ยนแปลงของผู้คนและสังคม มีหัวข้อและหมวดหมู่ได้ไม่จบสิ้นเพียงใด ก็ย่อมมีผู้คนที่เกี่ยวข้องในส่วนนั้นเอาเรื่องราวจากประสบการณ์มาบอกเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิด ในประเด็นที่เป็นความสนใจของโลกได้ไม่ขาดแคลน

คนเขียนหนังสือ จึงไม่จำกัดอยู่เฉพาะนักเขียน

 

 

ในอดีต นอกจากนักเขียนผลงานโด่งดังแล้ว ยังมีผู้คนจากหลากสาขาอาชีพ ที่มี ‘ประเด็น’ ส่งเสียงสู่สังคม ทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย เช่น Cherie Booth (ภรรยา Tony Blair)รวมทั้งผู้นำอย่างอดีตประธานาธิบดี Bill Clinton และ Jimmy Carter มาร่วมงาน

Hay Festival 2014 ปีครบร้อยแห่งการเกิดมหาสงครามจึงมี Sir Max Hastings และนักประวัติศาสตร์ชั้นนำของโลกมาร่วมสนทนา มี Sir John Gurdon ศาสตราจารย์ผู้รับรางวัลโนเบลเอาความคืบหน้าของการค้นคว้าทางการแพทย์มาบอก มี Dame Judi Dench (M – James Bond) มาเล่าเรื่องงานของ Shakespeare และมี Sir Geoff Hurst นักฟุตบอลคนเดียวในโลกที่เตะ hat trick ใน World cup final และ Ossie Ardiles มาเกริ่นความก่อนเข้าช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก

 

ดนตรี ก็เป็นอีกรูปแบบของการสื่อสาร

คนทำดนตรีมีเกร็ดของอารมณ์ที่ก่อให้เกิดเพลง มีเบื้องหลังเส้นเสียงของอุปกรณ์มาเล่า และแม้กระทั่งเมื่อคนดนตรีอย่าง Brian May (ด้อกเตอร์ มือกีต้าร์ของ Queen) เพิ่งออกหนังสือ

 

 

บริเวณจอแจของงานจึงเป็นห้องขนาดย่อมกระจายเป็นหย่อมไปทั่ว แขกรับเชิญหมุนเวียนมาพูดคุยหรือเล่นดนตรีทั้งวัน ตลอดระยะเวลาของงาน เฉพาะส่วนนี้เท่านั้นที่ผู้ใหญ่ต้องซื้อบัตรเข้าชมราคาย่อมเยาว์

คนเที่ยว Hay Festival เลยหลากหลาย นอกจากมีบุคลิกตามกิจกรรมแล้ว ยังแยกย่อยตามกลุ่มอายุ เด็กถูกแบ่งเป็นเด็กเล็กและวัยรุ่น เป็นสีสันสดใสที่แยกชื่องานไว้ต่างหากว่า Hay Fever

 

 

ความตั้งใจของ Hay Fever คือการนำศิลปะและวรรณกรรมเข้ามาหาเด็กถึงที่ ในชนบทห่างไกลเมืองโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย ขบวนเด็กจึงยกมากันทั้งโรงเรียนมีเรื่องสนุกให้ทำตามวัย ตั้งแต่อ่านด้วยกัน หัดเขียน ชี้ให้มอง รับรู้กับสิ่งรอบตัว หัดให้มีความเห็นต่อโลกและสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ

 

 

จนถึงการจับรวมกลุ่ม หาขนมให้ขบเคี้ยวแล้วถกกันเรื่องข่าวและหนังสือ เพื่อหัดคิดและเขียนออกมาเป็นนิตยสารรายภาคการเรียน

 

 

ภาคธุรกิจและร้านค้า ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สนับสนุนทรัพยากรท้องถิ่นที่ Hay ยังมีให้ค้นหาอีกมากนอกเหนือจากหนังสือ

 

 

รอยต่อช่วงเปลี่ยนฤดู เลี่ยงความชื้นแฉะได้ยาก แต่ธรรมชาติของคนเกาะเคยชินกับการปรับตัวเข้ากับอากาศ มากกว่า คาดหวังให้อากาศเป็นใจ

 

 

มี Wellies สีสดใสสักคู่ก็ไปได้ทั่วงาน  สนุกไปกับ Hay festival ที่ดูเหมือน Mud festival ใกล้ลักษณะของ Woodstock เข้าไปอีกนิด

เมื่อมองผ่านสิ่งที่งานนำเสนอ ความคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่สังคมมองโลก การเปิดใจกว้างแล้วยอมรับความแตกต่าง แนวคิดของ Hay Festival ไม่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการดนตรีที่ Woodstock

สมควรแล้วที่ Bill Clinton ออกปากว่า Hay Festival คือ The Woodstock of the mind

 

Kelly Jones Acoustic Live Local Boy In The Photograph

Uploaded by Stereorw 

*********

 

Kelly Jones นักร้องนำ Stereophonics เกิดและโตแถว Hay-on-Wye เป็นหนึ่งในนักดนตรีที่มานั่งคุยและเล่นเพลงให้ฟังที่ Hay Festival

 

Mark Knopfler มานั่งคุย น่าสนใจมาก (uploaded by DogSwede1)

เรื่องเมือง Hay

Cymru: สุดปลายเขาที่ Hay-on-Wye

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net