วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แปลเนื้อเพลง สาวบ้านแต้ (จากไปสวีวี่วี) + เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเพลง


 

 

*****

 บันทึกหนึ่งแห่งกาลเวลา

ขอร่วมสืบสานอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นไทยให้คงอยู่ชั่วลูกหลาน

*****

 

เพลง สาวบ้านแต้

 

ผู้แต่ง ธรรมนูญ แสงรังษี (เมื่อปี 2502)

ดัดแปลงจากเพลงพื้นบ้านทางภาคอีสาน

 

          เพลงนี้เป็นบันทึกหนึ่งของกาลเวลา ทำให้เรารู้และมองเห็น ภาพบรรยากาศของสถานและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบทสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี เป็นเพลงจังหวะรำวงสนุกสนาน นิยมร้องกันในงานเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น วันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ วันลอยกระทง ฯลฯ และร้องกันในวงกว้างของทุกภาคในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคอีสาน เนื้อเพลงเป็นภาษาภาคกลางปนภาษาท้องถิ่นโบราณอีสาน (เด็กรุ่นใหม่อาจจะฟังไม่ออก) สำนวนและสำเนียงของจังหวัดชัยภูมิ ด้วยความดังของเพลงนี้ ทำให้มีงานสืบทอดมรดกวัฒนธรรม ผ่านเนื้อหาเกี่ยวกับสาวบ้านแต้ที่จังหวัดชัยภูมิเกิดขึ้นมากมาย และเป็นประจำทุกปี ช่น การแสดง “สาวบ้านแต้ ขี่จักรยาน” งานประเพณีสงกรานต์สาวบ้านแต้ งานรำวงสาวบ้านแต้ เป็นต้น

 

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเพลง

 

         () คำถามยอดนิยมของเพลงนี้ก็คือ “บ้านแต้” อยู่ที่ไหน จังหวัดใด ซึ่งมีผู้สันนิษฐานแตกออกเป็นหลายประเด็น ซึ่งปัจจุบันมีชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านแต้” เหมือนกันอยู่หลายแห่ง เช่น

          1. บ้านแต้ ตำบลธาตุ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

          2. บ้านแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

          3. บ้านแต้ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

 

          ซึ่งถ้าจินตนาการตามเพลงแล้ว หมู่บ้านดังกล่าวข้างต้น ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ หรือสอดคล้องกับสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในเพลง เพราะไม่สามารถปั่นจักรยานข้ามจังหวัดไปไกลถึงขนาดนั้นได้

 

          ความจริงคือ บ้านแต้ในเพลงนี้ ผู้แต่งหมายถึง บ้านแต้ ตำบลบ้านยาง มีชื่อเป็นทางการว่า “บ้านหนองแต้” จังหวัดชัยภูมิ

 

          () คำว่า “สวีวี่วี” บางคนตีความว่าน่าจะหมายถึง อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่ไกลมาก สอดคล้องกับการสื่อความหมายว่าเป็นถิ่นห่างไกลจากบ้านแต้ แต่ความจริงแล้วอำเภอสวีนี้ มิได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อหาในเพลงเลย (ไกลเกินที่จะปั่นจักรยานไปส่ง ตามเนื้อเพลง) และอันที่จริง สวีวี่วี จะต้องเขียนว่า “สาหวีวี่วี” (เวลาอ่านเร็วๆ ตามสำเนียงอีสานแล้ว จะฟังเป็น สวีวี่วี) เกิดจากคำว่า “สา” แปลว่า “ซะ” (หรือ "เสีย" เช่น เมียบ้านสา = กลับบ้านซะ/กลับบ้านเสีย) ส่วนคำว่า “หวีวี่วี” มาจากคำว่า “วี่วี” แปลว่า “ไกล๊...ไกล ลิบลับ” แต่เล่นคำเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพยางค์ เพื่อให้มีความไพเราะและคล้องจองมากขึ้น ดังนั้นท่อนที่ร้องว่า “จากไปสาหวีวี่วี” จึงมีความหมายว่า “จากไปซะไกล๊...ไกลลิบลับ”

 

           () ปกตินกจะร้องหาคู่กันในต้นหน้าหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน (เดือน 12) ต่อเนื่องด้วยเดือนธันวาคม (เดือน 1) และเดือนมกราคม (เดือน 2) ถ้านกตัวไหนปาเข้าไปเดือน 3 (เดือนกุมภาพันธ์) แล้วยังร้องอยู่ แสดงว่ายังหาคู่ไม่ได้ มีหวังต้องแห้งเหี่ยวเดียวดายแน่ๆ เพราะตลาดหาคู่ใกล้จะวายแล้ว เขาพากันจับคู่กันไปจนเกือบหมด นกที่ร้องในเดือนสามนี้ จึงต้องร่ำร้องคร่ำครวญ อ้อนวอนกันหนักหน่อย ถึงขั้นคอโป่ง ซึ่งอาจจะไปรบกวนโสดประสาทของมนุษย์ที่อาศัยรอบข้างกันอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย จนเกิดความรำคาญ หรือไม่ก็เกิดความรู้สึกสะกิดใจ สะท้านใจ เพราะไร้คู่เช่นเดียวกับนก เหมือนกับหัวอกของหนุ่มที่เป็นตัวละครในเพลงนี้

 

          ()  เกษตรสมบูรณ์ คือ ชื่ออำเภอหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยพืชพรรณทางการเกษตร ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ ตัวอำเภออยู่ห่างจากบ้านแต้ออกไปราว 7-8 กิโลเมตร เมื่อก่อนชื่อ เมืองยาง เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอภูเขียว แต่ต่อมาได้แยกออกมาเป็นอีกหนึ่งอำเภอ

 

          () ท่อนที่ร้องว่า “อ่งหลาย” ตามต้นฉบับของผู้แต่ง แปลว่า “หยิ่งมาก” (อ่ง แปลว่า หยิ่ง, ทะนง) ฟังการร้องห้วนๆ ตามสำเนียงอีสานแล้ว าจทำให้บางคนเข้าใจและร้องผิด เป็นคำว่า “อ่องไร่” ซึ่งไม่มีความหมาย

 

          () ตามสำเนียงอีสาน มักออกเสียงคำว่า “ฉัน” เป็น “สัน”

 

          () ซ้อนล้อน อ่านว่า สอน-หลอน แปลว่า สลอน ในภาษากลาง (ภาษาเขียน) จะเขียนว่า สอนลอน

 

          () ในสมัยนั้น (พ.ศ. 2499) ใครขี่รถจักรยาน แสดงว่าเป็นคนมีฐานะดี ขี่แล้วโก้เก๋ เท่ห์อวดคนอื่น โดยเฉพาะจักรยานคันใหม่ๆ สาวบ้านแต้ผู้ขี่รถจักรยานคันใหม่ จึงเชิดหน้าหยิ่งใส่เจ้าหนุ่ม ทำเป็นไม่รู้จัก

 

          () ตามเนื้อเพลงแล้ว ผู้แต่งเพลงน่าจะสมมุติตัวละครขึ้นมาเป็นชายหนุ่ม แล้วไปเจอสาวบ้านแต้ ขี่รถจักรยานผ่านมาพอดี ซึ่งสาวคนนี้เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน แต่ย้ายไปอยู่ต่างหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปมาก มาวันนี้สาวกลับทำหน้าเมินใส่ ทำให้เจ้าหนุ่มเลยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ ว่าหยิ่งจัง...อย่างนู้นอย่างนี้ เขียนจดหมายไปหาตั้งสองฉบับ ก็แต่ไม่ตอบกลับมา สุดท้ายเจ้าหนุ่มก็ไม่วายตามไปเกี้ยวต่อ ด้วยการขอขี่รถจักรยานเคียงคู่ไปด้วย หวังจะไปส่งให้ถึงบ้าน แต่เผอิญว่าบ้านของสาวเจ้า ดันอยู่ไกลเสียเหลือเกิน เลยต้องทนปั่นจักรยานจนขาแทบหมดแรง...(ฟังน้ำเสียงท้อว่าหัวเข่าเหนื่อยอ่อนแล้วนะ...แต่ไม่ถึงสักที แล้วทำให้คนฟังรู้สึกตลก ขำขันไม่น้อย) ในที่สุดก็ปั่นไปไกลจนถึงเกษตรสมบูรณ์โน่น (ไกลจากบ้านแต้มาก แอบบ่น)

 

          () เนื้อเพลงตั้งใจให้ผู้ชายร้องเดี่ยวในทีแรก เมื่อนำมาร้องเป็นเพลงคู่ ซึ่งสลับท่อนกันร้องตอบโต้ระหว่างชาย-หญิง เพื่อร้องหมู่อย่างสนุกสนาน ตามแนวเพลงรำวง จึงทำให้คนฟังรู้สึกงง เพราะกลายเป็นการตอบโต้กันไปมาระหว่างชายและหญิง จนไม่รู้ว่าใครเป็นโจทก์หรือจำเลย (ผู้กระทำ กับผู้ถูกกระทำ) กันแน่ ผู้อ่านลองคิดว่าคนร้องคือผู้ชายคนเดียว แล้วอ่านคำแปลเนื้อเพลงดู ก็จะเข้าใจความหมายของเพลงนี้แน่นอน

 

          ผู้เรียบเรียงจึงแปลมาเฉลยให้อ่านกันด้วยประการฉะนี้ ผิด-ถูกอย่างไร แนะนำติชมกันได้ครับ เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหาให้เยาวชนลูกหลานเอาไว้อ้างอิงภายหลัง

 

อ้างอิง : http://www.oknation.net/blog/normairai

อีเมล์แนะนำติชม : a_sajjathum@yahoo.com

 

 

โดย หน่อไม้ไร่

 

กลับไปที่ www.oknation.net