วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อูโก ชาเบซ มหาบุรุษแห่งเวเนซุเอลา


   ประธานาธิบดีอูโก ชาเบซ แห่งเวเนซุเอลา เป็นอีกหนึ่งคนที่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอเมริกา เขามีแนวคิดสังคมนิยมทางเศรษฐกิจ และต่อต้านท่าทีจักรวรรดินิยมแบบสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเขาประกาศเมื่อปี 2003 ว่าจะเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการซื้อขายน้ำมันเป็นเงินยูโร แทนการขายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐทั้งหมดตามเดิม ซึ่งทำให้โลกเปลี่ยนการซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกเป็นเงินตราสกุลอื่นมากขึ้นในปัจจุบัน

    เหตุการณ์ครั้งนั้นถึงกับทำให้นายทหารบางคนสมคบคิดกับนักธุรกิจใต้ปีกอเมริกา วางแผนลักพาตัวเขาในเดือนเมษายนปีเดียวกัน และพยายามทำการรัฐประหารเลยทีเดียว แต่ประชาชนผู้สนับสนุนของเขาได้ลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านจนกองทัพยอมแพ้ และการทำรัฐประหารต้องประสบความล้มเหลวในเวลาต่อมา

    อูโก ชาเบซ (Hugo Rafael Chávez Frías) ประธานาธิบดีแห่งเวเนซุเอลา จากพรรคสหสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา (PSUV) ผู้ประกาศ “แนวทางสังคมนิยมทางเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21” อันลือลั่น เขาเป็นใคร มาจากไหน ชีวประวัติของเขาจึงน่าติดตามศึกษายิ่งนัก ในฐานะผู้มาใหม่ในดินแดนละตินที่ผู้คนกล่าวถึงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตำนานมหาวีรบุรุษอย่าง เช เกบารา
    อูโก ชาเบซ มีชื่อเต็มว่า อูโก ราฟาเอล ชาเบซ ฟรีอัส เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ในปี 1954 ในครอบครัวชนชั้นกรรมกรในซาบาเนตา รัฐบารีนัส ต่อมาเข้ารับราชการเป็นทหารอาชีพ ภายหลังที่เขาไม่พอใจกับระบบการเมืองเวเนซุเอลา เขาได้ก่อตั้งขบวนการปฏิวัติโบลีวาร์-200 (MBR-200) ขึ้นในต้นทศวรรษ 1980 เพื่อวางแผนดำเนินการโค่นล้มรัฐบาลฉ้อฉลในขณะนั้น

    เขานำ MBR-200 ในรัฐประหารที่ล้มเหลวต่อรัฐบาลพรรคกิจประชาธิปไตยของรัฐบาลการ์โลส อันเดรส เปเรซ ในปี 1992 ทำให้เขาถูกจำคุกอยู่ถึง 2 ปี ต่อมาเขาจึงก่อตั้งพรรคการเมืองขบวนการสาธารณรัฐที่ 5 ซึ่งมีอุดมการณ์สังคมนิยมประชาธิปไตย (Social-Democracy) ขึ้น จนได้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลาคนใหม่ในที่สุดในปี 1998

    แรกเริ่มทีเดียว เขาได้ริเริ่มรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งเพิ่มสิทธิแก่กลุ่มคนชายขอบทางสังคมที่ถูกเบียดขับ และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐบาลเวเนซุเอลา จนได้รับเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2000 ระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เขาจึงได้ริเริ่มระบบภารกิจโบลีวาร์ (Bolivarian Mission) สภาชุมชน (Communal Council) และสหกรณ์ที่มีกรรมกรเป็นผู้จัดการ เช่นเดียวกับโครงการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบเพื่อคนจนทั่วประเทศ ขณะที่ยังโอนอุตสาหกรรมสำคัญหลายประเภทเป็นของรัฐ จึงไม่น่าแปลกใจที่โครงการเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมผสมของเขา ซึ่งเข้ากันได้ดีในแผ่นดินลาตินอเมริกา ทำให้เขาได้รับเลือกตั้งอีกครั้งวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2012 และได้ดำรงตำแหน่งอีกสมัยเป็นเวลา 6 ปี

    ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในวันที่ 5 มีนาคม ปี 2013 ด้วยวัย 58 ปี จากโรคมะเร็งรุมล้อม ชายหนุ่มจากลาตินอเมริกาผู้นี้ ฝากผลงานสังคมนิยมทางเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 ไว้ได้อย่างน่านับถือ ขณะที่เศรษฐกิจโลกแบบทุนนิยมและกลไกตลาดกำลังสั่นคลอน ไร้ความน่าเชื่อถือ เขานำการปฏิรูปสังคมนิยมไปปฏิบัติในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางการปฏิวัติโบลีวาร์ สร้างสภาประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม จัดตั้งระบบสหกรณ์ที่มีกรรมกรเป็นผู้จัดการ รวมถึงโครงการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ โอนอุตสาหกรรมหลักหลายประเภทเป็นของรัฐ (Nationalization) โดยเฉพาะธุรกิจบริษัทน้ำมันและพลังงานซึ่งผูกขาดโดยต่างชาติ ให้กลายเป็นของรัฐและนำรายได้กลับคืนสู่ประเทศ รวมทั้งเพิ่มเงินทุนด้านสาธารณสุขและการศึกษาของรัฐ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนทั้งระบบ

 

    ปฏิบัติการของชาเบซ ทำให้คลื่นของสังคมนิยมในศตวรรษที่ 21 ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นได้ก่อตัวทั่วลาตินอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น เวเนซุเอลา นิการากัว โบลิเวีย ชิลี บราซิล อาร์เจนตินา เอกวาดอร์ กัวเตมาลา ซึ่งมีจุดยืนร่วมกันคือการปฏิเสธนโยบายทุนนิยมเสรีและการครอบงำจากอเมริกา ทำให้โลกตื่นตัวขึ้นอย่างมากว่า วันนี้โลกมีระบบเศรษฐกิจทางเลือกที่มากกว่าทุนนิยมอยู่อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ระบบเศรษฐกิจผสม หรือสังคมประชาธิปไตยในกลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic Countries) ก็ตาม และล้วนเป็นเรื่องน่าศึกษาเปรียบเทียบอย่างยิ่ง

    จะว่าไปแล้ว เขาเป็นประธานาธิบดีที่มาจากประชาธิปไตยทางการเมืองในระบบรัฐสภาเหมือนประเทศไทย แต่เขาได้สร้างรูปธรรมของสังคมนิยมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีสีสันและรูปธรรม การประกาศตัวต่อต้านระบบทุนนิยมและจักรวรรดินิยมอเมริกา ทำให้เวเนซุเอลาเป็นพันธมิตรและมีความสัมพันธ์อย่างเข้มแข็งกับคิวบาและประเทศสังคมนิยมอื่นๆ โดยเขาได้ผลักดันให้กลุ่มประเทศดังกล่าวร่วมกันจัดตั้งสหภาพประชาชาติอเมริกาใต้ พันธมิตรโบลีวาร์เพื่อทวีปอเมริกา และธนาคารใต้ (Bank of the South) ที่ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค มีการแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือระหว่างน้ำมันและการแพทย์โดยไม่ใช้เงิน หรือการคำนวณคิดเป็นค่าเงินกับคิวบา ซึ่งคิวบาได้รับการยกย่องอย่างมากในเรื่องความก้าวหน้าทางการแพทย์ และมีจำนวนแพทย์โดยเฉลี่ยมากถึง 1 คนต่อประชากร 175 คน แพทย์คุณภาพสูงจากคิวบาจำนวนมากถูกส่งไปปฏิบัติการในชุมชนยากจน (Mission Barrio Adentro) และตามชุมชนแออัดที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ลำบากในเวเนซุเอลา ตามโครงการสวัสดิการสังคมของชาเบซ

     โครงสร้างทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อูโก ชาเบซ ทำในเวเนซุเอลา หลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคือ การเข้าควบคุมกิจการของคนงาน (Workers’ Control) สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือ ความสัมพันธ์ของคนงานในภาคการผลิตกับเจ้าของทุนต่างๆ ไม่มีความสมดุลและถูกเอารัดเอาเปรียบ แม้ว่ารัฐบาลจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน แต่ค่าครองชีพและราคาสินค้าก็เพิ่มขึ้นตาม โดยไร้การควบคุมจนคุณภาพชีวิตไม่ได้แตกต่างจากเดิมนัก โครงสร้างทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานจะเกิดความสมดุลและเป็นธรรมมากขึ้นในประเทศไทย หากมีการจัดระบบการจ้างงานที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง โดยให้แรงงานร่วมเป็นเจ้าของทุนที่เป็นปัจจัยการผลิต ซึ่งคล้ายกับระบบแบ่งปันหุ้นแก่คนงานในโรงงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศสังคมนิยมประชาธิปไตยบางประเทศแล้ว

    หากเราพูดถึงการจัดการระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม หัวใจสำคัญคงเป็นเรื่อง “ชนชั้น” ที่มาจากความสัมพันธ์ทางการผลิต และ “ระบบกรรมสิทธิ์” ที่เป็นปัญหาสำคัญ และตามหลักการสังคมนิยมแล้ว สิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถผลิตหรือสร้างสรรค์ขึ้นได้เอง ไม่ควรนำเข้าสู่ระบบกลไกตลาด เช่น ที่ดิน ทะเล และป่าไม้ ซึ่งควรถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของสังคม และการต่อสู้เรื่องระบบกรรมสิทธิ์นี้ นโยบายเรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของผู้คนเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ประเทศไทยและองค์กรทั้งหลายควรต้องพูดให้ชัดเจน

    หลักการดังกล่าว มันคงไม่ต่างอะไรจากการที่รัฐบาลบริหารทรัพยากรของชาติ โดยมีประชาชนทุกคนของประเทศคือหุ้นส่วนนั่นแหละ แต่วันนี้ ระบบทุนนิยมพัฒนาไปไกลมากแล้ว ในนามของกลไกตลาด พวกเขาพัฒนาการขูดรีดทางเศรษฐกิจไปถึงขั้นตั้งกาสิโนในวิมาน ในนามตลาดหุ้น การฟอกเงิน หรือการพำนักภาษี และเสรีการเงินระหว่างประเทศที่ไม่เปิดเผยนามที่แท้จริง ได้ขูดรีดมูลค่าส่วนเกินของสังคมให้ตกแก่ผู้ใดบ้าง และรัฐบาลไทยซึ่งมี “อำนาจรัฐ” จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นกันอย่างไร

    ระหว่างทางแยกนั้น การเลือกเส้นทางปฏิวัติเศรษฐกิจเพื่อประชาชน ทำให้อูโก ชาเบซ กลายเป็น “รัฐบุรุษ”.

(เผยแพร่ครั้งแรก: คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557)

 

 

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net