วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สูง/ขาว/หนาว/เหนื่อย จากลี่เจียงถึงเต๋อชิง #๙


ไปกันต่อครับ กับเส้นทางที่มีแต่องศาขึ้น ดั่งเส้นทางสู่สวรรค์สายนี้...

ตื่นเช้าขึ้นมาเจอกับสภาพยางล้อหน้าแฟบ...ซึ่งก็รู้อยู่ว่ามันต้องแฟบ..
มันซึมช้าๆมา 2-3 วันแล้ว ผมตัดสินใจเปลี่ยนยางนอก ใช้ยางสำรองที่เตรียมมา
เรียบร้อยแบบไม่รีบเร่ง

 

....สภาพภูมิอากาศวันนี้ แดดจ้า ฟ้าสวยใส อุณหภูมิส่วนใหญ่ไม่เกินสิบ
...วันนี้เป็นอีกวันที่ผมปั่นแบบไม่มีแผน
ไม่ยอมให้จุดหมายปลายทางมาบีบบังคับ... ไม่ใส่ใจระยะทาง... 
ตกลงกันเพียงแค่ไม่เกินเวลา 5 โมงเย็น เราจะหาที่กางเต้นท์กัน 

 

....ยอดภูเขาหิมะที่เราเห็นไกลๆ เมื่อ 2-3 วันก่อน ดูเหมือนมันจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 
มุมเงยที่ผมชอบเงยขึ้นมองยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมบ่อยครั้งของทุกวัน มันลดลงเรื่อยๆ 
....ยอดภูเขาที่มีหิมะปกคลุมขาวโพลนอยู่นั้น ไม่ได้เคลื่อนต่ำลงมาหาเราหรอก.....

......เราต่างหากที่พยายามออกแรงปั่นจักรยานคู่ใจไต่ระดับ (หรือจะเรียกว่าไต่ระห่ำดี) คืบคลานเข้าหายอดหิมะ
ที่สูงขาวสวยนั้น ทุกวัน...ทุกวัน ...เราใกล้ถึงมันแล้ว... 
เส้นทางช่วงนี้บ้านเรือนผู้คนดูจะมีน้อย แต่ก็พอมีบ้าง มีร้านขายของเล็กๆข้างทาง พอให้เราซื้อขนมแก้หิว
แต่ละรอบของล้อที่หมุนไม่มีอาการเบื่อเกิดขึ้นเลยแม้สักนิด....มันสวนทางกับความรู้สึกเหนื่อย ที่ถาโถมเข้ามามากมาย

......จมูกผมมีไว้แค่ให้น้ำมูกไหล....ส่วนการหายใจ ให้เป็นหน้าที่ของปาก ที่ทำหน้าที่ค่อนข้างกระท่อนกระแท่น 
ความรู้สึกเหมือนหายใจไม่เต็มปอด ใช่ซิครับที่ที่ผมลอยหน้าลอยตา(ละห้อย) ปั่นจักรยานที่มีสัมภาระพะรุงพะรัง 
ส่ายไปส่ายมาอยู่นี่ มันสูงกว่าระดับน้ำทะเลบ้านผม เกือบ 4000 เมตรเข้าไปแล้ว....

 

.....ก่อนหน้าที่จะเดินทาง ผมได้ผมหาข้อมูลการเดินทางต่างๆ รวมถึงปัญหาที่น่าจะพบ ที่น่าจะเกิด และวิธีป้องกัน
ปัญหาของการเดินทางท่องเที่ยวบนที่สูง ของมนุษย์ต่ำๆระดับน้ำทะเล อย่างผม ควรต้องระวังคือ อาการแพ้ความสูง
(Altitude Sickness)
 ลำดับแรกของการวางแผนผมตั้งใจกางเตนท์ที่ ยอดเขาหิมะไป๋หม่า ความสูง 4300 เมตร
จากระดับน้ำทะเล แต่ผมก็ล้มเลิกความตั้งใจไปทันที เมื่อได้ศึกษาข้อมูลอาการมากมาย ของโรคแพ้ความสูง

อาการของมันมีสารพัด เช่น ปวดหัว ไม่มีแรง นอนไม่หลับ ความดันตาสูง เลือดออกใต้ตา อาเจียน เหนื่อยหอบ...
อาการผมมีแค่เหนื่อยหอบ และใจเต้นแรง....หอบจนคอแห้ง 

 

เที่ยงวัน...ผ่านเส้นทางที่พับไปพับมา ครั้งแล้ว ครั้งเล่า พับแล้ว พับอีก...แวะซื้อน้ำซื้อขนมตุนใว้ในกระเป๋า
ที่ร้านขายของเล็กข้างทาง ... บนเส้นทางที่ผ่านมาจะมีร้านขายของลักษณะแบบนี้เป็นระยะๆ ไม่ใกล้กันนัก
ร้านขายของเล็กๆ ร้านซ่อมเล็กๆ ที่บริการเติมน้ำให้รถบรรทุกที่เดินทางขึ้นล่อง คุนหมิง-ลาซา ซึ่งบรรทุกพวกนี้
ต้องใช้น้ำหล่อเย็นห้ามล้อตอนลงเขาต่อเนื่อง 20-30-40 กม.หรือมากกว่านั้น ตอนแรกก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนสวนทาง
รถบรรทุกลงเขาต้องมีน้ำกระเด็นมาโดนหน้าทุกที ฝนก็ไม่ตก แต่ล้อเปียก ....
เมื่อเจอสถานีเติมน้ำหล่อเย็นห้ามล้อ ก็ถึงบางอ้อ...หายสงสัย

 

มื้อเที่ยงวันนี้เราแค่ต้มกาแฟกินกับขนมถุงเล็กๆเพียงไม่กี่ถุง...แล้วนั่งพักเถลไถลบนราวซิเมนท์กั้นกันรถตกเหว
มองรถบรรทุกเบื้องล่างที่เลื้อยเลาะไต่ระดับขึ้นมาตามถนนที่คดเคี้ยว .... เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่ม 
ในขณะที่ความเร็วการเคลื่อนดูจะไม่สมดุล กับเสียงที่ดังแผด
อุณหภูมิรอบการ น่านอนในถุงนอนตอนเที่ยงจริงๆ ยิ่งสูงยิ่งหนาว ผมเข้าใจแล้ว....ผมหันมองยอดเขาที่ปกคลุมด้วย
หิมะขาวสวย และสูงหนาว ความรู้สึกอยากเดินแบกเป้ไปตามถนนบนเส้นทางชายนี้ กางเต้นท์นอนในที่ๆอยากนอน
ไม่รีบเร่ง 3 วัน 4 วัน 5 วัน หรือมากกว่านั้น นั่งมองแสงกระทบยอดหิมะขาว ... นั่งมองแสงสีทองสุดท้าย
ฉาบหิมะขาวให้เหลืองระยับ....ผมตื่นจากจินตนาการเมื่อได้ยินบังสาครบอก ไปกันเถอะ..

 

ยอดหิมะขาวโพลน สวยเด่นอยู่ทางด้านซ้าย ส่วนทางขวาเป็นร่องเขาเล็ก มีสายน้ำเล็กๆไหลตลอดเวลา
ผมจอดรถทันที....ที่เห็นทำเลนี้ ...นอนตรงนี้เถอะ... ผมบอกบังสาครหลังจากปั่นตามมาทัน ...
ยังไม่ 4 โมงเลย สนสามใบต้นโตๆยืนเรียงราย อยู่ตามไหล่เขาด้านขวา

....กางเต้นท์ต้มกาแฟร้อน จิบกาแฟมองยอดเขาตรงหน้าที่ไม่ไกลนัก...ดีมั๊ย. 
โดยไม่ตอบ...บังยกรถข้ามราวเหล็ก เดินสำรวจที่กางเต้นท์....
....อาหารเย็นง่ายๆเรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่มืด เวลาที่เหลือหมดไปกับการพูดคุย
ข้างกองไฟและหม้อต้มกาแฟ อากาศหนาวมาก 5-6 องศาตั้งแต่เย็น
เรื่องราวมากมายถูกนำมาพูดคุย เรื่องเก่า เรื่องใหม่ เรื่องเล่าสาธยาย ออกรสชาติ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เคยจินตนาการใฝ่ฝัน....
คืนนี้ผมนอนท่ามกลางบรรยากาศนั้น.....
ค่ำแล้ว ...ลำปางหนาวมั๊ย? ....ไม่มีใครตอบ แต่ที่ใกล้ยอดหิมะไป๋หม๋า หนาวมาก
เราพูดคุยกันไม่มากนัก หลังจากนั้นก็หลบหนาวเข้าถุงนอนภายในเต้นท์...
นานๆจะมีเสียงรถบรรทุกผ่านมา
คืนนี้...ไม่มีที่กำบังสายตา รถทุกคันหันมามองเราเพราะสีสันของเต้นท์ และเส้นทางของสายตา
...เสียงบังสาครกรนเบาๆ
หลับง่าย ตื่นไวเสมอสำหรับผู้ชายคนนี้...
ดวงจันทร์กลมโต เคียงคู่ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีเหมือนเงินยวงบางครั้งมีแสงอะไรบางอย่าง
สะท้อนระยิบจากยอดเขา...
แม้ดวงจันทร์จะแห่วงไปบ้างเพราะข้างแรมอ่อนๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามโดยรวมลดลง ดวงดาวสุกใสเคียงคู่ดวงจันทร์ 
เสริมให้ภาพที่ผมเห็นสวยงามดั่งจินตนาการจากนิยาย ผมลุกขึ้นนั่งมองภาพนั้น....นาน.....
ใจรู้สึกนิ่ง คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ที่ดูจะเหนื่อยยาก...มากด้วยปัญหา
แต่ถ้าเตรียมตัวดีๆ เราก็จะแก้ไขมันได้ ...แล้วมาเจอกับสิ่งสวยงาม เป็นสุขอยู่ตรงหน้า
ผมไม่อยากหลับ ผมนั่งมองภาพเบื้องหน้า นาน.....อยู่อย่างนั้น ในภวังค์แห่งขุนเขาและจันทรา 
แปลกตา แปลกใจ นึกถึงแงซายจอมจักรา นึกถึงมรกตนคร ของพนมเทียน 
ที่เขาบรรยายบางช่วงบางตอนในนิยายเรื่องยาว เพชรพระอุมา...
ลมเย็นเฉียบพัดวูบ ผมปิดประตูเตนท์ซุกตัวเข้าถุงนอน 
โดยไม่ลืมที่จะกดดูมาตรวัดอุณหภูมิรอบกายจาก นาฬิกา GPS Garmin Fenix 
หน้าปัดสีขาวนวลบอกเลข..... 4 องศา C


 

 

 

 

โดย ForestHang

 

กลับไปที่ www.oknation.net