วันที่ พุธ กันยายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สะพายกล้องท่องภูลังกา ตามรอยศรัทธา ตำนานเมืองลับแล


....ตัวคนเดียว....สะพายเป้....แบกกล้อง....ท่องเที่ยวไป.... ตามใจเรา...

"มุ่งมั่น ศรัทธาคือพลัง"  ทริปนี้คงต้องบอกว่าเกิดจากความมุ่งมั่นและอดทน

ในการเดินทาง แรงศรัทธาเป็นพลังส่วนหนึ่งที่ทำให้เดินทางต่อไปได้ถึงจุดหมาย

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำสถานที่ก่อนซึ่งมีตำนาน ความเชื่อ  ที่หลายท่านคงยังไม่เคยได้ยินและมาเยือน

ภูลังกา จ.นครพนม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานเมืองลับแล

"ภูลังกา" เป็นเทือกเขาห้าลูกเกาะกลุ่มกัน ตั้งอยู่อำเภอบ้านแพง จ.นครพนม

แต่ปัจจุบันคืออำเภอบึงโขงโหลง จ.บึงกาฬ

กล่าวขานกันว่าที่นี้คือแดนลับแลเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบังบด

ซึ่งมีเล่าหลายเรื่องที่กล่าวถึงจากพระกรรมฐานที่เคยไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ภูลังกา

เช่น ครูบาวัง พระอาจารย์สมชาย หลวงปู่สิม ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวเนื่องถึงพญานาค เพราะในเขตภูลังกามีแม่น้ำหลายสาย

แม่น้ำโขง แม่น้ำสงคราม บึงโขงโหลง ล้วนแต่มีความเชื่อว่าเป็นเส้นทางของพญานาค

ท่านใดสนใจเพิ่มเติมลองค้นหารายละเอียดดูคะ  น่าสนใจอย่างยิ่ง

............................

การเดินทางจากนครศรีธรรมราช เริ่มด้วยใช้บริการสายการบินนกแอร์ นครศรีธรรมราช - กรุงเทพ

และเดินทางต่อเที่ยว 19.55 น. กรุงเทพ - สกลนคร กว่าจะหาโปรโมชั่นได้ นานมาก

แต่ตอนนี้ กรุงเทพ - สกลนคร มีของสายการบินแอร์เอเชีย เพิ่มเที่ยวมากขึ้น

และแล้วก็ถึงสกลนครโดยปลอดภัย  ที่สนามบินสกลนครมีพ่อแม่ น้องและหลานๆมารอรับ

ก่อนหน้านี้ไผ่ติดต่อรถเช่าของลุงศุภโชคที่สนามบินไว้ ราคาวันละ 1200 บาท

มัดจำ 8000 บาท เบอร์โทร 089-5734813

คืนนั่นนอนที่อำเภอกุสุมาลย์ บรรยากาศอบอุ่น อากาศดี ใช้แอร์ธรรมชาติ

รุ่งเช้ามีนัดกับพ่อ แม่และน้อง เพื่อไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูลังกา ได้ฟังเรื่องเล่าจากพ่อ

รู้สึกตื่นเต้นอยากให้ถึงตอนเช้าโดยเร็ว....อยากไปเที่ยวแล้วววววว

 ...........................

ตอนเช้านัดกันเวลาตี 4 ตื่นและรีบอาบน้ำ และรีบออกเดินทาง

จากบ้านอุ่มจานเข้าเส้นทางลัดผ่านแม่น้ำสงคราม วิ่งไปทางอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

ขับต่อไปเรื่อยๆก็จะเห็นป้ายบอกทางเป็นระยะ จำได้ว่าก่อนถึงทางเข้าซ้ายมือ

จะเจอปั้มน้ำมันใหญ่ที่สุดในแถบนั่นด้านขวามือก่อน ขอแนะนำว่าถ้าเดินทางน้ำมันเต็มถังจะดีกว่า

ขับรถ..ไม่นานก็จะเจอทางแยก ด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งอุทยาน ส่วนอีกด้านก็เป็นในส่วนน้ำตกตาดขาม

ซึ่งทั้งสองด้านสามารถขึ้นภูลังกาได้เหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าจะแวะทางด้านตาดขามแต่ยังเช้ามาก

ทางด้านนี้ยังไม่เปิด จึงขับรถไปอีกทางฝั่งที่ตั้งอุทยานแห่งชาติภูลังกา สอบถามเจ้าหน้าที่

ว่าขึ้้นทางด้านนี้ได้หรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกเข้าไปทางนี้ได้เลย

ช่วงนี้เป็นฤดูร้อนแต่ตอนเช้าอากาศดีมาก น่ามาตอนอากาศหนาวจัง

การเดินทางครั้งนี้มาด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ เพื่อน ไผ่ พ่อกับแม่เพื่อนอายุมากพอสมควร

แต่งานนี้ท่านก็ไม่ย่อท้อ อยากไปชมเจดีย์ด้านบนเพื่อนเป็นสิริมงคล

มาครั้งนี้ไม่ได้เตรียมอาหารไว้เลย คิดว่าเดินทางขึ้นไปชมหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น คงยังพอทัน

เนื่องจากยังเช้ามาก ก่อนเดินทางไม่ได้ศึกษาเส้นทางด้วยซิ ข้อมูลการเดินทาง เส้นทาง นี้แหละ

ข้อผิดพลาดที่สำคัญในครั้งนี้  เพราะโดยปกติสามารถเดินขึ้นได้ 2 ทาง

คือด้านน้ำตกตาดขาม มีบันไดใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ส่วนด้านอุทยาน ประมาณ 3 ชั่วโมง

ไปกลับน่าจะ 6 ชั่วโมง โอ้ย....งานนี้...งานเข้า ไปเดินทางอุทยานซะงั้น

......เริ่มเดินทางจากตัวอุทยาน เดินเรื่อยๆก็จะเจอป้ายเป็นระยะ

ระยะทางจากอุทยานไปกระทั่งถึงเจดีย์ศรีบุญเนาว์ 7 กิโลเมตร

ฮ่า ฮ่า 7 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องใหญ่

เดินแบบมีกำลังใจ 7 กิโลเมตร ขอย้ำ อิอิ

ทางเดินส่วนใหญ่ล้อมรอบด้วยต้นไม้นานา พ่อบอกว่ามีสมุนไพรและไม้หายากอยู่มากมาย

ก็จริงนะบางต้นก็แปลกตา เป็นไม้สงวยพบเจอไม่ได้ง่ายๆ

การเดินทางค่อยข้างลำบากแต่พ่อกับแม่ก็บอกได้บุญใหญ่มีโอกาสขึ้นไปต้องไปให้ถึงที่สุด

โอ้......เดิน เดิน แหม๋ รู้สึก 7 กิโลเมตร จะเกินแล้วนะ ฮ่า ฮ่า

หรือเค้าวัดแบบเส้นตรง โอ้ยยยย อดทน ข้ามภูเขาลูกที่ 1,2,3 พ่อกับแม่เริ่มล้า

แง แง เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย แบบว่าน้ำไม่ได้เตรียม อาหารก็ไม่มี

ไม่คิดว่าจะไกลขนาดนี้ คิดในใจหลังลงจากภูลังกา จะไปขับรถเลียบบึงโขงโหลง

ตอนนี้ก็หาทางขึ้นและกลับลงมาก่อนเถอะ ฮ่า ฮ่า

เศร้า เศร้า !!! หิว แต่บ่นไม่ได้ เดินไปเรื่อยๆ เขียนว่าจะมีบ่อน้ำซับ

คงได้หาน้ำมาดื่มสักนิด ปกติน่าจะมีน้ำไหล ในช่วงฤดูฝน แต่นี้แห้งแล้งมีแต่ลานหิน

บ่อน้ำซับแห่งนี้มีน้ำตลอดปี ซึ่งส่วนหนึ่งก็ไว้สำหรับพระสงฆ์ที่มาบำเพ็ญเพียรและตัดกิเลส

 มิน่าทำไมประวัติบอกว่าภูเขาเกาะกลุ่มกัน 5 ลูก ก็ไกลขนาดนี้ คงจะไม่ใช่ภูเขาลูกเดียวแล้วละ

เดินมาถึงจุดหนึ่งเป็นลานหิน บริเวณนี้ปลูกไม้หอมกฤษณาไว้จำนวนพอสมควรไม่ทราบของใคร

แอบถ่ายไว้นิดหนึ่ง บรรยากาศร่มรื่น พื้นทรายละเอียดเนียน น่านอนเลย

แต่ปกติเค้าให้ปลูกหรือเปล่าหน๊อ บนเขตอุทยานแบบนี้

มาถึงจุดนี้ค่อยมีกำลังใจ คงไม่ไกลละ

ที่นี้มีพรรณไม้ ดอกไม้ หลากหลาย ถ้ามาช่วงฤดูฝนคงจะมีให้ชมเยอะเชียว

เดินมาถึงบริเวณนี้จะเป็นเหมือนแอ่งน้ำ มีร่องรอยการซักเสื้อผ้า และตักน้ำ ปลูกผัก

ซึ่งน่าจะเป็นของพระที่มาบำเพ็ญเพียรที่นี้ ระหว่างทางก็เจอองค์หนึ่ง เดินเร็วมาก

และทักทายว่าไปไหนกันหรือ....พอพวกเราตอบว่าไปเจดีย์

ท่านก็บอกว่ามีทางลัด ทำไมไม่ไปใกล้กว่าซะอีก.....???? เอ่าทางไหน????

ไม่ทันถามก็ไปซะละ เดินเร็วมาก รองเท้าก็ไม่ใส่ เดินไปไหนก็ไม่รู้เขตป่าแบบนี้

อากาศก็ร้อน ตับแทบกระจาย ฮ่า ฮ่า

ส่วนนี้เป็นบ่อน้ำ แต่ตอนนี้น้ำแห้ง เสียดาย

เดินไปเรื่อยๆ ข้ามเนินเขาไปอีกเป็นลูก.....อุ้ย!!! แม่จ้าววว ลิ้นจะห้อยออกมาแหละ ฮ่า ฮ่า แง แง

ถ้าได้ข้าวสักจาน สองจาน สามจาน น่าจะดีขึ้น

ถึงบริเวณลานกว้าง มีแท่งกักเก็บน้ำจำนวนหลายถังตั้งอยู่ บริเวณนี้นั่งพักกันหลายนาที

ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน เวลาก็เที่ยงกว่าแล้ว.......

ขึ้นบันไดไปบนที่ตั้งเจดีย์ ขั้นบันไดไม่ได้นับ ตาลายหมดละ

ตอนนี้ไม่มีทะเลหมอก แต่ก็ยังสวย เสียดายวิวน่าจะสีเขียว

เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ เหลือเชื่อว่ามาสร้างได้ถึงบนนี้

ประวัติการสร้างเจดีย์ สร้างด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชน

พระอาจารย์สมชาย วัดเขาสุกิม ผู้ริเริ่ม

ตอนเช้าก็คงบรรยากาศดีมาก เสียดายจัง มาช้า

ด้านหน้าคือส่วนของบึงโขงโหลง

ผู้ร่วมเดินทาง ถ่ายภาพร่วมกันก่อนกลับ

ระหว่างทางเดินก็จะได้กลิ่นหอมเป็นระยะ ไม่แน่ใจว่าของดอกไม้ชนิดไหน

ดีใจได้กลับแล้วก็พึ่งจะพบว่าเป็น "ดอกข่อยดาน"

พบมากในฤดูแล้ง บริเวณลานหิน ทนน้ำซะด้วย

บริเวณนี้เหมือนจะมีวัดอยู่ แต่ไม่กล้าเดินเข้าไป

 เดินทางลงไปบริเวณที่ตั้งอุทยานใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่า

รวมไป - กลับ เกือบ 7 ชั่วโมง เฮ้อ......ทริปนี้ ไม่อยากบรรยาย (แต่บรรยายซะเยอะ)

หลังจากลงมาจากภูเขาก็แวะหาน้ำสักหน่อย

เสียดายน้ำตกแห้งลงเยอะ แต่ก็ผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยได้

ก่อนกลับถ่ายป้ายสักหน่อย

รถที่เช่ามาจากลุงศุภโชค สนามบินสกลนคร

พารถเลียบริมโขงก่อนกลับ.....พ่อแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

พ่อบอกอยากให้ติดด้านหลังที่เป็นประเทศลาว จัดไปแล้วแบบไม่ค่อยมีแรง

ข้าวก็ยังไม่ได้กินกันทุกคน พระอาทิตย์เริ่มคล้อยหาย ก็รีบเดินทางต่อไป

เด๋วจะมืดซะก่อน ระหว่างทางแวะตลาดในตัวอำเภอศรีสงคราม

ซื้อของกินอร่อยๆ แต่ไม่ได้ถ่ายมาด้วย แหม๋ก็หิวจนตาลายนินะ

จบทริปนี้โดยสวัสดิภาพ

 ...............................

ขอบคุณ  โอเคเนชั่นพื้นที่ดีดี

ขอบคุณ คุณตากาบ คุณแม่เตรียม และน้องข้าวซอย ผู้ร่วมเดินทาง

  ขอบคุณ ทุกท่านที่ทักทายและแวะมาเยี่ยมชม

โดย khunphai

 

กลับไปที่ www.oknation.net