วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รับประทานผลไม้ถูกวิธี ป้องกันมะเร็งลำไส้


               สวัสดีค่ะ..นาน (ลากเสียงยาว) ที่ reggae ไม่ได้เขียนบล็อค ไม่ได้ะหายไปไหนยังสบายดี มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านเสมอ ยังรัก Okanation  เหมือนเดิม วันนี้ตั้งใจจะอัพบล็อคในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพที่ขออนุญาตหยิบมาจาก Line ที่เพื่อนแชร์มาให้อ่าน และคิดว่าหากนำมาแชร์ในบ้าน Oka เราก็คงจะเป็น ประโยชน์สำหรับท่านผู้เข้ามาอ่าน ไม่มากก็น้อย การแชร์ข้อความในโลกออนไลน์ ให้ฟังหูไว้หู แต่อยากบอกว่า Reggae  มีความปรารถนาต่อผู้อ่านทุกท่าน หากไม่ถูกต้องประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

              "เป็นมะเร็งแล้วไม่ตาย" มีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหารและลำไส้ ได้บอกด้วยความปรารถนาดีว่าให้กินผลไม้ในช่วงที่ท้องยังว่าง  นั่นคือก่อนอาหารนั่นเอง และหลังรับประทานอาหารให้ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน เท่านี้คนที่เป็นมะเร็งก็จะไม่ตายแล้ว การนำวิธีการดังกล่าวมาใช้นั้นสัมฤทธิ์ผลถึง 80% ซึ่งคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมีโอกาสจะหาย ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

              ให้รับประทานผลไม้สด ถ้าต้องการกินให้ได้ผล อย่ากินผลไม้หลังอาหาร ควรกินช่วงเวลาที่ท้องว่างเท่านั้น เช่นนี้แล้วผลไม้ถึงจะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ และสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย รวมถึงลดความอ้วนได้อีกด้วย และมีผลต่อการร่วม และการก่อกำเนิดปฏิกิริยาในด้านอื่นๆอีก ผลไม้จึงจัดว่าเป็นอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิต ลองนึกภาพดู ถ้าเรากินขนมปัง 2 แผ่น หลังจากนั้นกินผลไม้ 1 ชิ้น ตามหลักแล้ว ผลไม้จะผ่านผนังกระเพาะอาหารก่อนเข้าสู่ลำไส้ แต่กลับถูกขวางทางจากอาหารอื่นที่รับประทานก่อน เมื่อผลไม้ที่กินเข้าไปผสมกับอาหารและน้ำย่อยที่เป็นกรดในกระเพาะอาหาร สรรพคุณผลไม้ก็ถูกเปลี่ยนไปด้วย

              การรับประทานผลไม้หลังอาหาร คุณคงเคยได้ยินคนบ่นว่า ทุกครั้งที่กินแตงโมก็จะสะอึก ถ้ากินทุเรียนท้องจะจุก หากกินกล้วยหอมจะระบายอ่อนๆ ซึ่งล้วนแต่มาจากผลไม้ และอาหารที่เริ่มย่อยสลายผสมผสาน จนเกิดแก๊สขึ้น แต่ทว่าถ้ารับประทานผลไม้ก่อนรับประทานอาหารก็จะไม่เกิดเหตุดังกล่าว ผมขาว ผมร่วงศีรษะล้าน เคร่งเครียด นอนไม่ค่อยหลับจนขอบตาดำ เมื่อรับประทานผลไม่ในขณะท้องว่าง ลักษณะเบื้องต้นจะจางหายไป เมื่อผลไม้เข้าสู่ร่างกายจะมีผลเป็นด่าง เช่น ส้ม หรือมะนาวที่มีรสเปรี้ยวก็ตาม ล้วนเป็นอาหารที่มีความเป็นด่าง ประเด็นสำคัญคือ การรับประทานผลไม้ในเวลาที่ท้องว่างเพื่อให้ผลไม้ได้ช่วยเสริมความงาม และอายุจะได้ยืนยาวนาน สุขภาพแข็งแรง มีพลานามัยที่ดี มีความสุขและหุ่นดีอีกด้วย เมื่อคุณคิดจะดื่มน้ำผลไม้ ก็อย่าดื่มน้ำผลไม้กระป๋อง อย่านำผลไม้หรือน้ำผลไม้ไปอุ่นให้ร้อน เพราะจะเหลือเพียงรสชาติ คุณประโยชน์ที่ดีของผลไม้จะถูกทำลายสิ้น การรับประทานผลไม้ทั้งลูกย่อมดีกว่าดื่มน้ำผลไม้ แต่ถ้าดื่มน้ำผลไม้ ต้องดื่มเป็น คำ คำ เพื่อให้น้ำลายได้คลุกเคล้ากันให้ทั่วก่อนดื่มลงไป คุณสามารถรับประทานผลไม้ 3 วัน ติดต่อกันเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาด ผิวพรรณจะนวลผ่อง ผู้พบเห็นจะตื่นตา ตื่นใจ

                 " กีวี่ "  ผลเล็กแต่มากด้วยสรรพคุณ ประกอบด้วยสารโปตัสเซี่ยม แมกเนเซี่ยม วิตามิน E และไฟเบอร์ มีวิตามิน C เป็น 2 เท่าของผลส้ม

                " แอปเปิ้ล " มีวิตามิน C ต่ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้วิตามิน C ตื่นตัว ช่วยลดการเกิดมะเร็งในลำไส้ โรคหัวใจ และโรคลมชัก

                " สตรอเบอรี่ " เสมือนหนึ่งเป็นผู้คุ้มกันปกป้องร่างกายเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี จึงได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งผลไม้" เพราะสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องมิให้เกิดมะเร็ง การแข็งตัวของเลือดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือด  

                " ส้ม " รับประทานวันละ 2-4 ผล สามารถต่อต้านไข้หวัด ลดคลอเรสเตอรอล ป้องกันหรือสลายนิ่วในไต ลดการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้

                 " แตงโม " ประกอบด้วยน้ำถึง 95% ซึ่งแก้กระหายได้ดี มีกลูตาไธโอน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน  มีตัวสำคัญของไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน C และโปแทสเซี่ยม

                  "ฝรั่ง และมะละกอ" มีวิตามิน C มากที่สุด ฝรั่งมีไฟเบอร์มากซึ่งแก้ท้องผูกได้ดี มะละกอจะมีแคราติน ส่งผลดีต่อดวงตา

                 เชื่อหรือไม่ว่า ดื่มน้ำเย็นหลังอาหารก็จะเกิดมะเร็งได้ง่าย ดังนั้นหลังอาหารแล้วควรดื่มน้ำร้อน เพราะน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่กินเข้าไปแข็งตัว ซึ่งส่งผลเสียต่อการย่อย ไขที่แข็งตัวทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ไขเป็นเกล็ดเล็ก ซึ่งง่ายต่อการดูดซึมในลำไส้ และจะฝังในผนังของลำไส้ก่อตัวเป็นไขมันก่อให้เกิดมะเร็งนั่นเอง

ขอขอบคุณเพื่อนที่แชร์มาให้อ่านใน Line และภาพจากอินเตอร์เน็ตค่ะ

 

โดย Reggae

 

กลับไปที่ www.oknation.net