วันที่ ศุกร์ กันยายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่า ชายแดนใต้ ตอนที่ 1 รับน้องด้วยลูกปืน


         ในระยะเวลาหลายปีมานี้ อยากเขียนเรื่องที่พอมีสาระบ้าง ก็ละเหี่ยใจ เพราะมืดแปดด้าน ในชีวิตก็ไม่เคยไปเที่ยวไหนให้ได้มาเล่า จะเขียนเหมืิอนครั้งแรกๆ ก็นะ...ไม่รู้เขียนมาได้ไง ตามกระแสจัง สรุป ก็คงต้องเล่าเรื่องงานในด้านที่น่าสนใจว่าเราทำอะไรกัน ซึ่งก็ได้ความคิดจากครูชบาตานีที่สะกิด เรื่องเลี้ยงไข้ซึ่งคนในพื้นที่ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าอย่างนั้น ผมเองพอเป็นเขยคนตานี (ตานี-ปัตตานี)ก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของคนในพื้นที่บ้าง

        ถ้าถามผมว่ามีโจร หรือ ผกร.ไหม ผมไม่ตอบก็แล้วกัน แต่อยากให้อ่านในสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและหน่วยผม

        มีเรื่องที่ผมอยากจะเล่าในสิ่งที่คนในพื้นที่ยังไม่เคยรู้ หรือไม่เชื่อว่ามีจริงๆ หกกันม่ายล่ะ (โกหกกันไหมล่ะ) หกม่ายๆ-ฮา หรือ มันทำเองกันมั้งอะไรประมาณนี้ อยากให้อ่าน และเปิดใจ  

        อยากเล่าตั้งแต่ผมเริ่มทำงานจนถึงวันนี้ ว่าเราทำอะไรกันในวันที่คุณอาจกำลังนอนหลับ  ซึ่งทำงานมา 6 ปี กองร้อยผมไม่ค่อยมีเหตุการณ์ที่ระทึก ไม่มีใครตายให้เสียใจ แต่ก็มีหน่วยอื่นที่ประสบเหตุซึ่งเราก็เสียใจด้วยเช่นกัน เรื่องเล่าก็เลยไม่เท่ากับหน่วยอื่นที่ประสบเหตุ ซึ่งเขาก็คงไม่มีใครอยากเล่า ถ้าจะบอกว่าเพื่อนเราตายยังไง ดังนั้น ผมจึงกล้าเล่าในส่วนที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ และในสภาพของการต้องปกปิดข้อมูล ผมเองไม่ได้เอาข้อมูลที่พอจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้ามมาเล่า เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ได้ผ่านมานานมากแล้ว

             ฝึกกำลังพลที่ลงกองร้อยเดียวกัน ผมนั่งข้างๆ ครับนานๆจะมีฝึก

         ปี 51 ผอม น้ำหนัก 55 กก. ปัจจุบัน 70 กก.

 ป่าพัทลุง ฝึกในป่า ที่เห็นๆเหลือคนเดียวที่ยังอยู่ด้วยกัน ที่เหลือ ออก ย้าย 

          หน่วยผมเป็นกองร้อยทหารพรานที่ตั้งเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว อัตราเต็ม คือ 90 คน ผบ.ร้อย,รอง ผบ.ร้อย,จนท.สื่อสาร, จนท.พยาบาล เป็นคนภาคอีสานทั้งหมด มาจากคนที่สมัครใจมา หรือคนที่จับสลากมา ส่วนของ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ พวกผม 8 คน เป็นทหารพรานเก่า 4 คน ที่สอบได้ และพวกผมบุคคลภายนอกสอบบรรจุได้ เราฝึกก่อนทหารพรานเพื่อปรับตัวเข้าหาในส่วนของ จนท.ที จ.นครศรีธรรมราช และ ไปฝึกกำลังพลของเราเอง ที่ จ.พัทลุง ก่อนลงมาทำงานพร้อมกับกำลังพลทหารพรานที่เราต้องมาเป็นหัวหน้าชุด แต่ปัจจุบันคนร่วมตั้งกองร้อยเดิมจาก 90 เหลือ ไม่ถึง 20 คนแล้วมั้งครับ

              ลงมาปัตตานีราวๆต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 51 รับผิดชอบตำบลหนึ่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และสนับสนุนอำเภอ โดยแบ่งกำลัง 2 ชุด ไปตั้งฐาน ทางเข้า-ออก หมู่บ้านซึ่งมี 2 จุด สนับสนุนกองร้อยที่ทำงานเชิงรับ หรือหน่วยพัฒนาสันติ คือ ทำงานพบปะพัฒนาสัมพันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเป้าหมาย ส่วนที่เหลืออยู่ บก. ในตอนหลังได้เพิ่มภารกิจตั้งด่านด้วย

    

               นั่นคืองานหลักๆ ที่ต้องทำ แต่ยังไม่ทันได้แยกย้ายไปไหน ก็มีมาทักทายกันซะแล้ว

               วัน ว. เวลา น. จำไม่ได้ซะแล้ว แต่เป็นช่วงแรกๆในการเข้ามาพื้นที่ ช่วงเวลาประมาณเวลาเย็น มืดนิดๆ มองเห็นก็ประมาณตะคุ่มๆ ฝนตกพร่ำๆ กำลังพลส่วนหนึ่งอยู่ด้านหลัง และด้านในตัวโรงงาน อีกส่วนหนึ่งอยู่ในอาคารโรงงานด้านหน้าติดกับถนน ซึ่งอาคารนี้น่าจะเป็นโรงอาหาร โรงงานนี้สร้างเสร็จไม่ได้ผลิตอะไร ทิ้งร้าง เคยถูกเผา แต่ไม่เป็นอะไร ต่อมาก็เลยส่งทหารเข้ามาเฝ้า เราจัดเวรไว้ที่ป้อมผลัดละ 2 คน นั่งในป้อมทางเข้าโรงงาน

         ปัจจุบันยังอยู่ที่นี่  และไปทุกที่ที่สั่งมา

สวนยาง  ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

          ปังๆๆๆๆๆๆเสียงปืนรัวดังต่อกันหลายนัดหน้าโรงงาน หมอบกันจ้าละหวั่น เดชะบุญเปลี่ยนเวรพอดี ก็นึกง่ายๆว่า พอเวรเก่าเดินออกจากป้อม เวรใหม่ยังไม่ถึงป้อม มันก็ซัดเข้ามาเลย ถ้าอยู่ก็แหละ นอนตีนขาวแน่นอน(ตีนขาว ศัพท์ที่ไหนไม่รู้ แปลว่าตาย) มันคงขับวนดูแล้วรอบนึงเพราะจุดที่ยิงคือ จุดที่เวรนั่ง ขนาดนั่งลึกเข้ามาแล้ว นะครับ กระสุนทะลุประดูเหล็ก 1 นัด ปัจจุบันยังมีให้เห็นเป็นที่ระลึก รูโบ๋เชียว การรับน้องใหม่ สมัยก่อนผมก็อาจจะพูดว่าพระคุ้มครองนะเวรนะ ตอนนี้ก็ต้องบอกว่า ฮัลเลาะคุ้มครองนะ 

             โอโห มันกล้ามาก แบบนี้ยอมไม่ได้ ผบ.ร้อย ตั้งข้อสมมติฐานว่า น่าจะยิงมาจากสวนยางด้านตรงข้าม สั่งทันที โอบขวา คือให้ดำเนินกลยุทธ์ทางขวา จัดกำลังล้อมว่างั้นเถอะ ก็จัดชุด 1 ชุด อย่างเร่งด่วน กี่คนไม่แน่ใจ แต่มีผมด้วย โอโห รบพิเศษก็ไม่ปาน ด้านขวาเนี้ยมีกำแพงโรงงานข้างๆ สูงซัก 2 เมตรได้ ปีนกันอุตลุตครับพี่น้อง ไอ้ปีนไม่เท่าไหร่โดดตุบไป ป่าหญ้าคาชัดๆ ข้างหน้าเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ไปไม่ได้ ฝนก็ตก หญ้าคาก็สูง แถมหนาอีก วิ่งไปตามขอบบ่อ ล้มบ้าง ลุกบ้าง สะดุดหญ้าครับมันหนามาก เรารีบด้วยไง ไปเจอกำแพงด้านหน้าปีนอีกแล้ว โดดลงไปข้างถนน อ้าวน้ำหล่าว(หล่าว-อีกแล้ว) วิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง ตรงกลางระหว่างขาไปหาดใหญ่ก็มีน้ำอีกแล้ว ค่อยๆเดินเงียบๆ ลงน้ำและวิ่งข้ามถนนต่อไป คนนำก็ไม่รู้ทางนะครับ วิ่งไปเจอบ้านคน ต้องหลบไปข้างๆบ้าน เจอป่าสาคู น้ำทั้งนั้น อะโด... เปียกมาเยอะแล้วอีกนิดไม่เป็นไร ค่อยๆเดินกลัวชาวบ้านรู้

           

ภาพตัวอย่าง ต้นสาคู ของคนปักษ์ใต้บ้านเรา

      ย่องๆๆไปเรื่อยๆ ไม่กล้าไปเร็วใกล้บ้านคนนี่ต้องเงียบสุดๆ เสียงกระซิบกระซาบ กวักมือแบบนี้มานะ กำมือยกขึ้นชูเสมอไหล่ ให้หยุด จำได้ลางๆครับ แต่เจอป่าหวายข้างหน้านี่แหละ จำได้ดี แค่ระยะสั้นๆนี่อุปสรรคอะไรมันเยอะแยะขนาดนี้ พ้นชายป่าไปก็เป็นที่โล่งๆ เอ้าพี่น้องคลานต่ำ กระดึ้บๆ ไปเรื่อยๆ ค่อยๆพิสูจน์ทราบไปเรื่อยจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้วก็พากันกลับ

    กลับมาถึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านึกว่าจะได้พัก เอ้าไปซุ่มต่อ ตรงปากทางเข้าป่ายางฝั่งตรงข้ามที่คาดว่า คนร้ายมาดักซุ่มอยู่นะ       จัดกำลังไป 4 คน คิดว่าจำได้แค่นี้นะ 4 คน อาจจะมากกว่านี้ พอไปถึงหาที่ซุ่มไม่มีเพราะมีแต่ต้นยางบังคนไม่มิด เอางี้ล่ะกัน ซุ่มบนไหล่ทางเลย เพราะหญ้าขึ้นรก มีต้นไม้เป็นจุดๆ เหมาะกับการซุ่ม แยกกันไปแอบใต้โคนต้นไม้ บรรยายกาศตอนผมกอดปืนนอนซุ่มข้างๆต้นไม้บอกไม่ถูก รถก็วิ่งตลอด ไม่ขาดสาย จะมีใครรู้ไหมหนอว่ามีคนมานอนแอบข้างทาง ประมาณ 6 ทุ่ม 24.00 น. 00.00 น. แล้วแต่ใครจะเรียกจึงสั่งให้เลิกภารกิจเดินกลับมายังฐานปฏิบัติการ

          

เนี้ยๆหมอบบนไหล่ทาง วันไหน ขับรถมองข้างทางกลางคืนที่ชายแดนใต้ อย่าตกใจ ใครมานอนหว๋า

 จบเรื่องเล่าครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก google.com

โดย ส.บุญยืน

 

กลับไปที่ www.oknation.net