วันที่ อังคาร กันยายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่า ชายแดนใต้ ตอนที่ 5 ผมคิดเปลี่ยนไป


เขียนๆอยู่ อ้าวระเบิดอีกแล้ว หยุดเขียนไว้อาลัยให้คนจากไป เราคนอยู่ต้องสู้ต่อไปเพื่อลูกหลาน เพื่อประเทศไทย

มัสยิดกลางปัตตานี

คนเขียนคิดแปลกกว่าคนอื่น คือ ถ้าเราอยู่ในที่ที่อันตราย เราต้องทำตัวให้สบาย สบายคือ สบายใจครับ กายไม่สบายอยู่ได้ ใจไม่สบายอยู่ลำบาก

ถึงเวลาพัก ทำงาน 30 วัน เขาให้พัก 10 วัน ผมจะขี่มอเตอไซเข้าเมืองปัตตานีไปเช่าโรงแรมนอนเล่น ไม่พกปืนหรอก เพราะกลัวโจรยิงเอาปืนไปก่อเหตุต่อ ตายแล้วยังสร้างความลำบากให้กับคนอยู่ ไม่เอา ไม่เคยพาใครไปด้วย กลัวพาลูกเขาไปตาย ทำใจลำบาก

คันนี้พ่อให้มา ขี่มาจากบุรีรัมย์ 4 วัน 3 คืน ถึงปัตตานี ระยะทาง 1438 กม.

 มีโรงแรมหนึ่งชื่อ ศานติสุข อยู่แถวๆโต้รุ่ง ก็เป็นแต่ชื่อนะครับ ปัจจุบันไม่มีร้านไหนเปิดถึงเช้าแล้ว ยกเว้น เซเว่น ตรงข้ามบริษัท CAT ราคาโรงแรมนี่ถูกกว่าเพื่อน คือ ราวๆคืนละ 170 – 250 บาท ก็อยู่ได้นะครับ(สำหรับผม-ฮา) จริงๆที่อื่นก็มีนะเยอะแยะ ราคาก็แพงกว่าเท่าตัว แต่ผมนอนที 5 – 10 วัน ไม่มีตังครับ สมัยก่อนเช่าห้องต้องนอนห้องแอร์ แต่ตอนหลังคิดได้ว่า ทุกครั้งที่นอนห้องแอร์จะตื่นมาปิดตอนดึกทุกที ตัดปัญหาไม่เช่าดีกว่า เพราะเสียค่าห้องเปล่าครึ่งคืน นอนห้องพัดลมสบายใจดี นี่ครับความสบายใจของบางคนเวลาพักครับ

ที่ว่า ทำไมความคิดผมเปลี่ยนไป คือ

คิดในแบบของเจ้าหน้าที่ ใน ช่วงแรกๆ เราก็กลัวไปหมด คนนั้นก็ใช่ คนนี้ก็ไม่แน่ พอทำงานไปก็จะแบ่งความไว้วางใจจากข้อมูลในมือ ใครมีรูปมีรายละเอียดขึ้นโชว์บนกระดาษในมือก็ระวังหน่อย ส่วนคนที่ไม่มีรูปเราก็สบายๆ

ปัจจุบันที่ระวังไม่ใช่ระวังเรื่องคนแล้ว ชาวบ้านสบายใจได้ ที่นี่ไม่เคยเห็นโจรวิ่งดาหน้าเข้ามายิงใส่ในตอนกลางวันเหมือนในหนัง ก็ต้องยอมรับคือที่นี่ไม่มีการเผชิญหน้า เราก็อยากจบปัญหาเรื่องการยิง ถ้าไม่มีการลอบยิงคงจบไปนานแล้ว

 เราหันไประวังเรื่องกลางคืน การแอบยิง การระวังเรื่อง ระเบิด ในช่วงการเคลื่อนย้าย หรือไปทำธุระต่างๆ

รูปนี้ถ่ายปัตตานี ปี 52 ยามตี 5 กว่าๆ เดินกลับฐาน 10 กม. คนเดียว เชื่อว่าโจรน่าจะยังไม่ล้างหน้า (คิดไปได้นะเรา)

คิดอีกแบบเมื่อแต่งงาน

ญาติแฟนตะโกนในเทศกาลรายอเชือดวัว ว่า “ทหารมาแล้วโว้ย” เท่านั้นแหละจากที่รู้สึกเกร็งๆ หน้าตาเคร่งเครียดก็หมดไป ประมาณว่าอะไรจะเกิดก็เกิดไม่สนใจ

น่าประหลาดใจที่ความรู้สึกของชาวบ้านที่เกิดใหม่ในใจผมคือ เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าใครสู้กับใคร เขาสนใจเรื่องเดียวคือทำมาหากิน, ละหมาด 5 เวลา, ละหมาดวันศุกร์, อาหารการกิน

เขาแค่อาจสงสัยว่า เจ้าหน้าที่สู้อยู่กับใคร เพราะชาวบ้านไม่รู้ว่าใครเป็นใคร คงเพราะไม่มีใครถือปืนให้เห็นมั้ง

วันนี้ผมรู้สึกเปลี่ยนไปความสุขที่ไม่หวาดระแวงใคร ขับมอเตอไซ ใส่ผ้าถุงเก่าๆ เสื้อตัวมอมๆ แต่อาจกลายเป็นผู้ถูกระแวงแทนซะแล้วก็ไม่แน่ใจ

โดย ส.บุญยืน

 

กลับไปที่ www.oknation.net