วันที่ พุธ กันยายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขบวนการรัฐอิสลาม (IS) กับสงครามครั้งใหม่


Islamic State of Iraq and the Levant (ISIS) released 300 people who had been taken prisoner, in exch

Islamic State of Iraq and the Levant (ISIS) released 300 people who had been taken prisoner, in exch
 
Shia tribal fighters raise their weaponsagainst the al-Qaeda-inspired Islamic State of Iraq and Syria (ISIS) in the northwest Baghdad's Shula neighborhood this week. Around 150 Australians have fought with radical militants in Syria and Iraq, raising government fears of a terrorist threat to Australia if the fighters return home.

Shia tribal fighters raise their weaponsagainst the al-Qaeda-inspired Islamic State of Iraq and Syria (ISIS) in the northwest Baghdad's Shula neighborhood this week. Around 150 Australians have fought with radical militants in Syria and Iraq, raising government fears of a terrorist threat to Australia if the fighters return home.
(Karim Kadim/Associated Press)

 

  ภายหลังที่กลุ่มขบวนการรัฐอิสลาม (Islamic State) ได้ประกาศในวันแรกของเดือนรอมฎอน หรือเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมที่ผ่านมา ว่าได้สถาปนารัฐอิสลามที่ปกครองด้วยระบบคอลีฟะห์หรือกาหลิบ (Caliphate) ขึ้นมาแล้ว ภายหลังได้เข้ายึดพื้นที่จังหวัดอะเลปโป บริเวณทางตอนเหนือของซีเรีย จนถึงเมืองดิยาลา ภาคตะวันออกของอิรัก ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา โลกก็ดูเหมือนว่าจะเข้าสู่สงครามรอบใหม่ในตะวันออกกลาง

    ยิ่งเมื่อกลุ่มขบวนการรัฐอิสลามได้เปิดเผยวิดีโอภาพการตัดศีรษะนักข่าวอเมริกันไปแล้วถึง 2 คน เพื่อเรียกร้องให้กองทัพของสหรัฐอเมริกาหยุดการโจมตีทางอากาศ ก็ยิ่งทำให้อากาศที่ Pentagon ร้อนฉ่าขึ้นมาทันใด ในขณะที่พลเมืองสหรัฐหลายส่วนคิดว่าการเติบโตขึ้นของขบวนการรัฐอิสลาม หรือเรียกสั้นๆ ว่า ขบวนการ IS เป็นผลงานความล้มเหลวของประธานาธิบดีโอรัค โอบามา

    หลังจากนักข่าวชาวอเมริกันคนที่ 1 James Foley ถูกสังหารไป และ Steven Sotloff คือนักข่าวอเมริกันคนที่ 2 ที่ได้ถูกสังหารตามไปต้นเดือนที่ผ่านมา เขาทำงานให้กับนิตยสาร Time และ Foreign Policy และถูกจับตัวไปที่ซีเรียเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 เขากล่าวถึงโอรัค โอบามา ก่อนถูกสังหารว่า “นโยบายต่างประเทศของสหรัฐซึ่งแทรกแซงตะวันออกกลาง ทำให้เขาต้องกลายเป็นผู้ชดใช้ด้วยชีวิต”

    นอกจากนี้ ขบวนการ IS ยังขู่ว่าจะสังหารตัวประกันอีกคนหนึ่งคือ David Haines ชาวอังกฤษ และยังท้าทายประธานาธิบดีแห่งรัสเซียด้วยว่าอาจเป็นเหยื่อรายต่อไป หากยังเข้ามายุ่งกับกิจการภายในซีเรียมากเกินไป ภายหลังที่ได้จับนักบินรัสเซียเป็นตัวประกันเพิ่มเติม

    แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษถึงกับวุ่นวายทั้งวัน เพราะเพชฌฆาตชายชุดดำที่ขู่สังหาร David Haines แม้ปิดบังใบหน้า แต่สำเนียงและดวงตาส่อชัดว่าเป็นชาวอังกฤษดั้งเดิม แต่ทำไมพวกเขากลายเป็นสมาชิก IS ไปได้!


    BBC รายงานวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาว่า หน่วยข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CIA) ประเมินตัวเลขสมาชิกกลุ่มขบวนการ IS ว่า อาจมีสูงถึง 31,000 คนในอิรักและซีเรีย ตัวเลขดังกล่าวเกิดจากการประเมินในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม และมากขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจากตัวเลขเดิมที่เคยประเมินไว้ว่ามีประมาณ 10,000 คนเท่านั้น ทำไมพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว?


    IS คือ กลุ่มขบวนการรัฐอิสลาม (Islamic State) มีชื่อเดิมว่า กลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ (Islamic State of Iraq and the Levant, ISIL) หรือรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย (Islamic State of Iraq and Syria, ISIS) เป็นกลุ่มญิฮาดนิกายสุหนี่ในตะวันออกกลาง จะว่าไปแล้วก็เป็นนิกายเดียวกับอดีตประธานาธิบดีซัดดัมแห่งอิรัก ผู้มีความทะเยอทะยานอยากจะเป็นผู้นำของรัฐบาลอาหรับที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ดูได้จากที่เขาได้ตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน เพื่อที่จะโค่นล้มผู้นำการปฏิวัติมุสลิมที่ยิ่งใหญ่ คือ อยาตุลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำอิหร่านที่นับถือนิกายชีอะห์ และสู้รบกันอย่างดุเดือดตั้งแต่ปี 2527-2531 จนเมื่ออิรักยอมรับญัตติของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้หยุดยิง ซึ่งสงครามครั้งนั้นทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างอ้างว่าตนเป็นผู้ชนะ


    นิกายสุหนี่ เป็นนิกายที่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่นับถือ ซึ่งยึดถืออัลกุรอาน จริยวัตรของท่านศาสดามุฮัมมัด และแบบอย่างของสาวกเป็นหลัก แนวความคิดของนิกายสุหนี่คือ เชื่อว่าท่านศาสดามุฮัมมัดมิได้แต่งตั้งตัวแทนไว้ก่อนที่ท่านจะจากไป ดังนั้น หลังจากท่านจากไปแล้วตำแหน่งผู้ปกครองหรือผู้นำสืบต่อจากท่านจึงเป็นหน้าที่ของมุสลิม ต้องเลือกสรรกันเองตามความเหมาะสม


    ขณะที่นิกายชีอะห์ เป็นนิกายที่มีความเชื่อมั่นในเอกภาพของพระเจ้า ยึดมั่นในอัลกุรอาน จริยวัตรของท่านศาสดามุฮัมมัด และบรรดาอิหม่ามผู้บริสุทธิ์ แนวความคิดของนิกายชีอะห์ คือ เชื่อว่าท่านศาสดามุฮัมมัดได้แต่งตั้งตัวแทนให้เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านตามพระบัญชาของพระเจ้าไว้ก่อนที่ท่านจะจากไป


    ขบวนการ IS ซึ่งอาจเป็นผลผลิตจากองค์กรภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ของอียิปต์ หรือความคิดแบบอดีตประธานาธิบดีอิรักหรือไม่ก็ตาม พวกเขาประกาศตนว่ามีสถานะเป็นรัฐคอลีฟะห์ และอ้างอำนาจทางศาสนาเหนือชาวมุสลิมทั้งโลก โดยปรารถนานำภูมิภาคซึ่งมีชาวมุสลิมอยู่อาศัยส่วนใหญ่ของโลกมาอยู่ใต้การควบคุมทางการเมือง มุ่งประสงค์ให้ศาสนานำการเมืองและต้องการจะกำหนดทิศทางสังคมมุสลิม เริ่มด้วยประเทศอิรัก ซีเรียและดินแดนอื่นในภูมิภาคเลแวนต์อันได้แก่ ประเทศจอร์แดน อิสราเอล ปาเลสไตน์ เลบานอน ไซปรัสและส่วนของตุรกีภาคใต้


    นักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายและวิธีการของขบวนการ IS เดินแนวทางสงครามและความรุนแรงเหมือนกลุ่ม Al-qaeda แต่ปัจจุบันขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมกว่า โดยยึดการต่อสู้เป็นสงครามญิฮาดทั่วโลก พวกเขาตีความคำสอนแบบสุดโต่งโดยส่งเสริมความรุนแรงที่อ้างอิงศาสนา นอกจากนี้ยังตัดสินกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับตนเองนั้น เป็นพวกนอกรีต นอกศาสนา เป็นคนเถื่อนที่ไม่น้อมรับความเชื่อและให้ความนับถือในพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้ทำให้นักรบสุหนี่กลุ่มต่างๆ ในอิรัก อาจต้องมาต่อสู้กันเองเหมือนที่เกิดขึ้นในซีเรียในปัจจุบัน นอกจากสงครามกับรัฐบาลอิรักโดยตรง

    เหมือนเช่นที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในซีเรียเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อคนร้ายแฝงตัวเข้าไปในงานประชุมแกนนำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซีเรีย สังหารนายฮัสซัน อับบุด หัวหน้ากลุ่มอาห์ราร์ อัล-ชัม แกนนำกลุ่มกบฏ พร้อมด้วยผู้เข้าประชุมอื่นๆ ในเมืองรัมฮัมดาน ราว 38 คน ภายหลังที่เครือข่ายกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซีเรีย รวมถึงนักรบอิสลามิสต์กลุ่มต่างๆ ซึ่งต่อต้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แต่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มขบวนการรัฐอิสลาม IS ได้แถลงจุดยืนก่อนหน้านี้ว่า ขบวนการรัฐอิสลาม IS เป็นภาพลบเลวร้ายต่อศาสนาอิสลามเท่าที่เคยมีมา การประกาศจัดตั้งรัฐอิสลามที่ปกครองโดยคอลีฟะห์ของพวกชอบปฏิเสธ (rejectionists) เป็นโมฆะ และไม่มีผลบังคับใช้ เหตุการณ์นี้จึงทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า ขบวนการรัฐอิสลาม IS อาจอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้

    ปัจจุบันผู้แทนชาติอาหรับ 10 ประเทศ มีมติสนับสนุนสหรัฐอเมริกาดำเนินการกวาดล้างกลุ่มขบวนการรัฐอิสลาม IS ที่กำลังขยายพื้นที่ปฏิบัติการ ในการประชุมของกลุ่มสันนิบาตชาติอาหรับเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เข้าร่วมด้วย โดยกลุ่มสันนิบาตชาติอาหรับได้แถลงร่วมกันหลังการประชุมว่า ตัวแทนของแต่ละประเทศมีฉันทามติร่วมกันในการต่อต้านภัยคุกคามจากกลุ่มก่อร้ายทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มขบวนการรัฐอิสลาม IS และยังมีความร่วมมือที่จะยับยั้งการไหลออกของเงินทุนและนักรบต่างชาติที่จะไปเข้าร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบดังกล่าวด้วย

    มาจนถึงวันนี้ ผมยังยืนยันเช่นเดิมว่า การต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองหรือความเชื่อใดๆ ไม่ควรต้องแลกมาด้วยการฆ่าคน เพราะความขัดแย้งที่สร้างความเกลียดชังไปมาจะกลายเป็นวงกตแห่งสงครามล้างแค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนดังสงครามความเชื่อในประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมายาวนาน ซึ่งมากพอที่เราควรได้เรียนรู้บทเรียนและมองเห็นว่าไม่มีหลักการนามธรรมใดในโลกมีค่าควรแก่การเอาชีวิตผู้อื่นไปสังเวย


    อย่าย้อนกลับไปสู่ยุค “สงครามครูเสด” กันอีกเลย เพราะมันเลยมากว่า 1,100 ปีแล้ว.


[เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา โดยเมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557]

 

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net