วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปฏิรูปท้องถิ่น ยุค คสช.(ตอนที่ 5)


เจตนาที่แท้จริง ตรวจสอบ "ท้องถิ่น" ของ สตง.คืออะไร

 

           ทุกวันนี้ อปท.เป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ที่ใช้เงินจากภาษีของประชาชนทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องได้รับการตรวจสอบ จากหน่วยงานกลางหรือองค์กรอิสระ เช่น สตง. ปปช. ปปท. หรือจากการตรวจสอบจากหน่วยงานระดับส่วนกลาง หรือภูมิภาค เช่น รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เมื่อหน่วยงานจำนวนมาก ก็ย่อมทำงานมากมายหลายโครงการ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากตาม แตกต่างตามสภาพพื้นที่

           วันนี้ การตรวจสอบของฝ่ายกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่า ฯ นายอำเภอ ก็ไม่ได้ทำแบบเป็นมาตรฐาน เพราะรู้ๆกันอยู่ ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเป็นประจำ ก็คือการเสนองบประมาณรายจ่ายบประจำปี หรือการนำของบประมาณจากส่วนกลาง พอเกิดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ระหว่าง ข้าราชการ อปท.กับนักการเมือง ก็พยายามที่หลีกเลียงให้ข้าราชการ อปท.โยกย้ายออกไปให้พ้นๆนักการเมืองเสีย หากเป็นความขัดแย้งในเรื่องระหว่างฝ่ายการเมืองท้องถิ่นด้วยกันเอง ก็จะมี"บ้านใหญ่" คอยรับไม้ต่อ และทำหน้าที่แก้ไขปัญหาคาใจ กันและกัน จึงไม่ค่อยจะมีปัญหาถึงขั้นแตกหักเท่าใดนัก

           แต่ที่กำลังเป็น ข่าวยอดฮิตอยู่ที่ทุกวันนี้ คือการที่ อปท.ถูกตรวจสอบจากหน่วยงาน สตง. ที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งระยะหลังๆ สตง.แทนที่จะตรวจสอบโครงการก่อสร้าง กลับหันหลังมาเล่นงาน กับข้าราชการ อปท.ตัวเล็กๆ แทน  ไปตรวจหลักฐานการได้รับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการท้องถิ่น เช่น โบนัส ทุนการศึกษา เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เงินประจำตำแหน่ง ฯลฯ โดยไปค้นคว้าพยายามทำตัวเป็น "ผู้พิพากษา"เสียเอง เอาข้อกฎหมายเล็กๆน้อยๆ ที่มีอยู่พยายามตีความตัวบทกฎหมาย ตามที่ฝ่ายตัวเองเข้าใจฝ่ายเดียวว่าเขาผิดแน่ๆ ก็ฟ้องไว้ก่อนเหมือนกับทนายความ  และให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการ อปท.ไปแก้ไขกันเอาเองก็แล้วกัน

           ซึ่งไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริง ว่าต้องการอะไรกันแน่ จึงทำแบบนี้ แต่พอโครงกรารใหญ่ ๆ ของ อปท.เช่น เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  สนามเด็กเล่น สนามฟุตซอล ถนนลูกรัง ฯลฯ กลับไม่ยอมตรวจสอบกลับมาเล่น งานเล็กๆน้อยๆ เรื่องสัวสดิการของข้าราชการ อปท.ซึ่งก็เป็นเรื่อง ที่คาใจว่ากับข้าราชการ อปท.ว่า ตกลง สตง.จะเอาอะไรกันแน่ กับข้าราชการ อปท.

           หรือว่า สตง.คงจะต้องเร่งสร้างผลงานให้องค์กร โดยเอาข้าราชการท้องถิ่น เป็นฐานให้เหยีบย่ำเพื่อแสดงผลงาน อย่างนั้นหรือ เป็นเรื่องที่คาใจจนทุกวันนี้    

           แต่ทั้งนั้น ทั้งนี้ เชื่อว่า ข้าราชการ อปท.ยอมรับการตรวจและชี้แจงตามขั้นตอนกันไป ผิดถูก สุดท้ายก็อยู่ที่กระบวนการทางศาล ที่ท่านจะตัดสินซึ่งเป็นเรื่องที่จะคาดเดาได้ยาก แต่ที่เสียหายแน่ๆคือ

           1)หากมีการทักท้วงในลักษณะแบบนี้ ข้าราชการ อปท. จะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ หาข้อมูล หลักฐาน เอกสาร ชี้แจงเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด จาการที่ได้กระทำลงไป ที่ สตง.เข้าใจว่ามันผิด การบริการประชาชนลดน้อยลงอย่างแน่นอน

          2)การทำงานในองค์กร จะติดขัด เพราะกว่าจะดำเนินการอะไรก็จะต้องศึกษา ให้รอบครอบ แม้จะซื้อหลอดไฟฟ้าเพียง 1 หลอดอาจจะให้ระยะเวลา หลายวัน ซึ่งในข้อเท็จจริงสามารถทำได้ทันที แต่เพื่อความรัดกุม จึงจะต้องมีขั้นตอนมากมาย มีคำร้องจากประชาชน มีการรายงานถึง หัวหน้างาน รายงานถึง ผอ. ผ่านปลัด อปท เสนอนายกฯ แจ้งคลังจัดหา ซื้อที่ร้าน ส่งของตรวจรับ มากมายฯลฯ แค่หลอดไฟนีออน 1 หลอด ใช้ระยะเวลาหลายวัน และขั้นตอนมากมาย 

          3)เป็นการทำลายขวัญกำลังใจ และทำให้ข้าราชการ อปท.เบี่อหน่ายกับการทำงานในหน้าที่ ไม่อยากจะคิดโครงการใหม่ๆ ทำตามแบบเดิม ถ้าหากทำไปแล้ว ไม่มีการทักท้วง ก็ทำตามเดิม ง่ายๆ หมู ๆ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ส่วนผลงานจะได้คุ้มค่าหรือไม่ คงจะตรวจสอบยาก เพราะทำแบบนี้ไม่ผิด เลือกทางนี้ ดีที่สุดสำหรับชีวิต อนาคตข้าราชการ 

          4)ผลสุดท้ายเชื่อว่า ข้อทักท้วง ของ สตง. ไม่มีผลใดๆ ที่จะเรียกเงินคืนจากข้าราชการท้องถิ่น การกระทำที่ผ่านมาๆ หรือแม้แต่กรณี สตง. เรียกเงินคืนจากการจัดการเลือกตั้งล่าสุดของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  สตง.ก็เคยมีหนังสือให้คืนเงินที่ใช้ในการเลือกตั้ง 4 พันล้านบาท ทุกวันนี้จะไปเอาคืนที่ใครกัน  

           นับประสาอะไรกับเงินที่จะเรียกจาก สิทธิสวัสดิการของข้าราชการท้องถิ่น ข้อต่อสู้ในสิทธิของตนเอง เป็นสิทธิพื้นฐานอันชอบธรรม ที่ข้าราชการ อปท.3-4 แสนคน จะต่อสู้ได้อยู่แล้วในชั้นศาลปกครอง ทั้งในระเบียบ ขั้นตอน กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องมากมาย

           ดังนั้น บทสรุป คิดว่าการใช้ดุลยพินิจไปก้าวล่วงเข้าไปถึงการตัดสินใจในองค์กร ว่า อปท.ไม่มีความประหยัด ทำแล้วไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แล้วหาเอาผิดใครๆไม่ได้แล้ว   ย้อนศรมาลงที่เด็กๆ ซึ่งเป็นข้าราชการตัวเล็กๆตามชนบท นั้น

           ผมมองว่าไม่เกิดผลดีกับกับทางราชการแต่อย่างใด นอกเสีย หน่วยงาน สตง.จะมีเจตนาแอบแฝงที่จะทำให้องค์กรท้องถิ่นได้รับความเสียหาย  เพื่อเอาผลงานให้กับหน่วยงานตัวเอง และให้ล้มเลิกองค์กรท้องถิ่นไปเสีย นี่ต่างหากที่อาจจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของฝ่ายตรวจสอบ อปท. ถ้าคิดจะทำแบบนี้ ต้องบอกว่าทำกันไปได้  บอกกันตรงๆจะดีกว่าไหม๊

           สำหรับการ ปฏิรูปท้องถิ่น หากต้องการลดปัญหาการทุจริต เพียงให้อำนาจ 2 อย่าง อย่าไปอยู่ในคนๆคนเดียว คืออำนาจในการบริหารงานบุคคล ข้าราชการ อปท. กับ อำนาจในการจัดซื้อ จัดจ้าง ของ ท้องถิ่น ไม่ควรจะไปอยู่ในมือของฝ่ายการเมือง ควรจะให้เป็นรูปคณะกรรมการ หรือ ข้าราชการประจำทำไป โดยให้ฝ่ายการเมืองภาค ประชาชน เข้าตรวจสอบ และผมว่าเป็นเรื่องที่ส่วนกลาง แก้ไขได้ ง่ายๆ แต่ทำไมไม่ยอมทำ ไม่เข้าใจครับ   

            

             

โดย ปลัดศักดิพงศ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net