วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สักการะพระบรมสารีริกธาตุจาก 5 ประเทศ แวะชมตลาดน้ำบึงพระยา @ คลองสามวา


เรามีโอกาสได้เดินทางไป สักการะพระบรมสารีริกธาตุจาก 5 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ไทย อินเดีย พม่า เนปาล และศรีลังกา ที่อัญเชิญมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้พวกเราชาวพุทธได้สักการะบูชา ที่วัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา และแวะชมตลาดน้ำเปิดใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ "ตลาดน้ำบึงพระยา" ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

 

พันตรีพระยาสุเรนทร์ราชเสนา มิได้สืบทอดแต่ความเป็นนักรบจากต้นตระกูลสิงหเสนีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สืบทอดความจงรักภักดี แด่พระมหากษัตริย์และสืบทอดพระพุทธศาสนาด้วย โดยเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๒๕ ท่านได้สร้าง วัดพระยาสุเรนทร์ หรือ วัดบึงพระยาสุเรนทร์ บนเนื้อที่ของตนเองที่แขวงมีนบุรี (เขตคลองสามวาในปัจจุบัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้บรรพชาเป็นสามเณรด้วยศรัทธาอันแน่วแน่ จนกระทั้งมรณภาพ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ ด้วยโรคชรา ที่มา :Watthai

พระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน อยู่ที่ศาลาท่าน้ำ ซึ่งอัญเชิญมาจาก 5 ประเทศ ประกอบด้วย

 

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย

 

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศพม่า

 

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศไทย

 

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาล

 

คำว่า“พระบรมสารีริกธาตุ”อาจแยกได้เป็น ๒ ตอน คือ “พระบรม” ตอนหนึ่ง และ “สารีริกธาตุ” ตอนหนึ่ง คำว่า “พระ” นั้นแปลได้ว่า ประเสริฐ “บรม” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า อย่างยิ่ง ที่สุด “พระบรม” จึงอาจแปลได้ว่า “ผู้ประเสริฐอย่างยิ่ง” ส่วนคำเมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว ก็อาจแปลได้ว่า “พระธาตุส่วนย่อยซึ่งแยกออกจากพระสรีระกายของพระบรมศาสดาผู้ประเสริฐสุด แต่หากพูดอย่างภาษาชาวบ้านธรรมดาก็อาจเรียกได้ว่า “กระดูกของพระพุทธเจ้า” นั่นเอง

ที่มา: http://holyremains-of-buddha.blogspot.com

 

นับว่าเป็นบุญมากค่ะ ที่ได้สักการะพร้อมกัน จาก 5 ประเทศ ในสถานที่แห่งเดียว การที่จะเดินทางไปสักการะครบทั้ง 5 ประเทศ นั้น สำหรับเราแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ตรงจุดนี้ นอกจากจะมีการให้ทำบุญสักการะพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังเป็นจุดที่ให้ร่วมทำบุญอื่น ๆ อีก เช่น การไถ่ชีวิตโคกระบือ หรือ ร่วมถวายข้าวสาร 1000 ถุงแด่พระสงฆ์

 

เนื่องจากเป็นวัดเก่าแก่ปลายรัชกาลที่ 4 หรือต้นรัชกาลที่ 5 ทำให้โบสถ์ของวัดนี้ มีอายุร่วมร้อยกว่าปี ซึ่งได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ ด้วยการดีดขึ้นมาอีก 1.90 เมตร และได้สร้างศาลารายล้อมรอบโบสถ์เล่าประวัติความเป็นมาของวัด ตั้งแต่ท่านพระยาสุเรนท์ขี่ม้าปักธงสร้างวัด ก่อสร้างวัดจนแล้วเสร็จ

 

 

 

 

ทางลงลอดโบสถ์ ลงทางนี้แล้วขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง เดินรอบโบสถ์พร้อมกับอฐิษฐานจิต 3 รอบ

ซึ่งใต้ฐานโบสถ์จะมีลูกนิมิตรอายุประมาณ 120 กว่าปี และไม้เดิมของโบสถ์ที่ยังเหลืออยู่เก็บไว้

สมัยก่อนชาวบ้านจะเรียกที่นี่กันว่า "วัดบึง"

ภายในโบสถ์จะพบกับแผ่นจารึกที่ ร.5 โปรดเกล้าลงมา เป็นภาษาไทยสมัยก่อน

ด้านบนประตูจะเป็นรูปท่านพระยาสุเรนทร์

ชมเสร็จออกมายลยักษ์ 2 ตนที่ยืนอยู่่ปากทางเข้าโบสถ์ คือท้าวเวสสุบรรณ และ ท้าวธตรฐ

ท้าวเวสสุบรรณ เป็นเทพที่พิทักษ์รักษาพระพุทธศานา

 

 

พระอรหันต์หน้าโบสถ์

ศาลา 12 ราศี

ชั้นที่ 1: เป็นที่ทำกิจของสงฆ์/ที่ฉันเพลเวลาญาติโยมมาถวาย

ชั้นที่ 2: เป็นพิพิธภัณฑ์ และที่เรียนของสงฆ์

ชั้นที่ 3: เป็นที่เก็บของสำคัญของวัด / ของเก่า

ทางวัดพึ่งจะเปิดตลาดน้ำมาได้เดือนสองเดือน เพื่อไว้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เข้าวัดทำบุญแล้วยังสามารถเดินชิว ๆ ตลาดน้ำ จะว่าเป็นกล ดึงคนเข้าวัดอีกทางหนึ่งก็เห็นจะได้มั้งคะ หลังจากซึบซับกับความสงบของโบสถ์แล้ว เราเข้าไปสัมผัสบรรยากาศคึกคักของตลาดน้ำกันค่ะ

...จัดโลเคชั่นไว้สำหรับถ่ายภาพย้อนยุค...

 ตลาดอยู่ในส่วนที่เป็นหลังคาสีแดงค่ะ มีประมาณ 200 กว่าร้านค้า เปิดเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์

ส่วนอาหารมีมากมายให้เลือกซื้อ รสชาติใช้ได้ทีเดียว

 

 

 

 
... ตลาดนี้ มีอะไรขายบ้าง เราไปเดินสอยกัน ...
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อเดินซื้ออาหารจนพอใจแล้วก็มาหาที่นั่ง ซึ่งทางตลาดเขาจะจัดสถานที่ไว้ข้าง ๆ คลอง
เราติดใจไข่เจียว ที่มีให้เลือกเครื่องได้ 4 อย่าง
พร้อมมีน้ำจิ้มให้เลือก 3 แบบ เราเลือกราดด้วยน้ำพริกกะปิ แซ่บได่อีก..

มองไปฝั่งตรงข้าม จะเห็นชาวบ้านเปิดร้านขายอาหารคู่ขนานกันไปกับตลาด

ร้านนี้ตั้งขื่อแบบตรง ๆ ไม่มีโกอะไรนำหน้า "ก๋วยเตี๋ยวเรือข้ามฝั่ง"

มาล้อมวงกินข้าวเที่ยงด้วยกันค่ะ อร่อยนี้ที่บึงพระยา

 
 
 
 

ภายในตลาดจะมีโซนด้านข้างที่ สร้างเป็นเรือนหลังเล็ก ๆส่วนมากขายพวกเสื้อผ้า

ของใช้กระจุกกระจิก ร้านกาแฟสด และเรือนดนตรีพระยา

 

 

 

ฟาร์มแกะพระยาสุเรนทร์

อิ่มแล้วกะเตงกันไปฟาร์มแกะ เสียค่าเข้าชม 20 บาท จะว่าไปก็เหมือนสวนหย่อมเล็ก ๆ

ที่ประกอบด้วย ร้านกาแฟสด ดนตรีในสวน

และมีสัตว์ 2-3 ชนิด อย่างละนิด ละหน่อยให้น้อง ๆ หนู ๆ ดูเพลิน ๆ

การสร้างความบันเทิง หนุกหนาน ในครอบครัว ก็เริ่มขึ้น

...ไหนเป็ด ไหนไก่ ไหนกระต่าย ไหนแกะ...

ลูกเดินตามเป็นพรวน...ยังกล้าเหล่สาว..เจ้าชู้นะเนี่ย..

 

เดินข้ามคลองไปฝั่งตรงข้าม ไม่กล้าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเท่าไหร่

กลัวสี่ขามาหานะเธอ

เพราะตอนนั่่งกินข้าวอยู่ฝั่งกระโน้น ได้ยินเสียงเจ้าตูบเห่าอยู่ฝั่งกระนี้

ไม่ต้องข้ามคลองมารักกัน รักกันนะ...

 
 
ใครนั่งเรือผ่านมาก็จะได้เห็นป้ายตลาดน้ำอีกฝั่งหนึ่งเหมือนกัน
มองจากมุมนี้ก็จะเห็นศาลา 12 ราศีด้วยนะคะ
 
 
 
:-แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ-:

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net