วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 11 (ละครหุ่นกระบอก)


          

 

        (ตอนจากตอนที่แล้ว) คณะเรามาถึงหน้าโรงละครหุ่นกระบอกประมาณบ่ายสาม แสดงว่าคณะเรามีเวลาเดินช้อปปิ้งย่าน "ถนน 36 สาย" (Hanoi 36 old streets) หรือ "36 เฝอเฟือง" ซึ่งอยู่หลังโรงละครฯ ประมาณชั่วโมงครึ่ง เพราะละครหุ่นกระบอกจะเริ่มแสดงประมาณ 16.30 น.(เวลาเวียดนาม)  พวกเราจึงรีบแยกย้ายกันเป็นกลุ่มๆตามประสาผู้มาเยือนทันที


        ซึ่งตามประวัติของ ถนน 36 สายนั้น ก็เป็นย่านโบราณที่มีชื่อเสียงของกรุงฮานอย เป็นแหล่งรวมของงานหัตถกรรมและสินค้าพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ มีประวัติยาวนานมากกว่า 600 ปีเลยทีเดียว  


       และถนน 36 สาย ก็คือ 36 อาชีพอันเก่าแก่ ที่ทำมาค้าขายกันในย่านนี้ ซึ่งในวันนั้น ก็คึกคักไปด้วยผู้คนทั้งคนต่างชาติและคนเวียดนาม เพราะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน คนเวียดนามที่ทำงานในต่างแดน ก็กลับมาบ้านเกิดจำนวนมาก ซึ่งผู้เขียนได้คุยกับ พนักงานคนหนึ่งที่พูดภาษาไทยได้ เพราะเคยมาอยู่ที่เชียงใหม่ เพราะว่า ช่วงนี้ คนขาย เขาไม่ค่อยง้อนักท่องเที่ยวมากนัก เพราะยังไงก็ขายได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั่นเอง


       พวกเราก็เดินชมร้านสินค้านานาชนิด ทั้งของที่ระลึก ไหมพรม รองเท้า แกลเลอรี โคมไฟ ดอกไม้หลากสีนานาพันธุ์ กระเป๋าและเสื้อหนาว โดยเฉพาะกระเป๋าก๊อปแบรนด์แนม อย่างกิ๊บลิ้ง ทั้งประเภทสะพายและเดิน คณะเราต่างหอบกลับมาฝั่งไทยคนละ 3-4 ใบ ล้นเครื่องเลยทีเดียว และคุณภาพก็ดีด้วย เทียบราคาก็ถูกกว่าบ้านเราประมาณ 30-40 เปอร์เซ็น แต่ถ้าจะเทียบความหลากหลาย สีสันกับตลาดนัดจตุจักร ก็คงลำบาก

      และที่สำคัญของที่ระลึก โอทอป พื้นเมืองที่นี่ บางอย่างราคาถูกกว่าร้านจำหน่ายในสถานที่ท่องเที่ยว ที่เราไปมาก่อนหน้านี้ บางคนถึงกับหมดอารมณ์ไม่ยอมซื้อ เพราะเจ็บใจที่ซื้อของแพงกว่า 2-3 เท่า มาตั้งตุนไม่น้อย


 

      ผู้เขียนเดินได้ซักพักก็ย้อนกลับนั่งยองๆจิบกาแฟ ในร้านกาแฟซอยข้างๆโรงละครฯ แก้วละ 40 บาท ระหว่างนั่งก็เห็นกลุ่มชายวัยรุ่น ยืนดักโบก แกมบังคับให้คนที่ขับมอเตอร์ไซค์ แวะทานเฝอ หรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ เป็นเรื่องที่แปลกมาก เหมือนการดักเชียร์แขก(เที่ยวผู้หญิง) ตามเมืองชายแดนฯในบ้านเรา แต่ที่นี่ เหมือนขู่ให้กินเฝอ หรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ บางคนเหมือนไม่หิว แต่ก็ต้องฝืนกระเดือกเฝอเพราะเกรงเจ้าแก๊งวัยรุ่นแสบๆ 4 -5 คนที่ยืนดักมอเตอร์ไซค์กลางถนน แล้วก็จะดักเฉพาะคนเวียดนามด้วยกัน ผู้เขียนนั่งสังเกตร่วมกับ นักท่องเที่ยวชาวสเปน ที่รู้สึกแปลกใจในเรื่องแบบนี้เหมือนเรา

 

 

      แลเมื่อถึงเวลานัดเราก็เข้าไปดูละครหุ้นกระบอกน้ำกันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีนักท่องเที่ยวจากหลายชาติ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ดูจะมากเป็นพิเศษ


 

       สำหรับละครหุ่นกระบอกน้ำ เขาว่ามีการแสดงเฉพาะที่ฮานอย โรงละครก็ตั้งอยู่ริมทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม บนถนนดิงห์เตียมฮว่าง ด้านหน้าของถนน 36 สายนั่นเอง


 

       โดยค่าเข้าชมละครหุ่นกระบอกน้ำประมาณ 20,000 - 40,000 ดอง มีแสดงวันละหลายรอบ เป็นเอกลักษณ์ของชนชาติเวียดนามที่กำลังจะสูญหายไปจากโลก

      ประวัติการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ เขาว่าเริ่มต้นที่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เพราะบริเวณนั้นมีน้ำท่วมทุกปี จึงมีการคิดค้นการละเล่นเพื่อสร้างความบันเทิงระหว่างที่น้ำท่วมเป็นเวลานาน


      สำหรับนักแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ผู้แสดงจะอยู่หลังฉากซึ่งมีระดับน้ำสูงถึงเอว เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นโดยใช้ไม้ไผ่ลำยาว แต่เทคนิคการเชิดจะได้รับการรักษาไว้เป็นความลับ เรื่องราวที่นำมาแสดงก็เกี่ยวกับวีถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อของชาวเวียตนาม อย่างเรื่องพระเจ้าหลีไทโตกับเต่าศักดิ์สิทธิ , พิธีเก็บเกี่ยวข้าว วิถีเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา มีเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะฉากลิงขึ้นต้นไม้ ทำให้ฝรั่งตบมือกันดังลั่นเลยทีเดียว


        แต่ผู้เขียนกลับชอบดนตรีพื้นเมือง ที่บรรเลง “โหมโรง” ก่อนจะแสดงและระหว่างแสดง คนหนุ่มสาวชาวเวียตนามรุ่นใหม่ๆ ต่างแสดงได้ไพเราะและไหลรื่น คล้ายกับเพลงคำเมืองทางเหนือของไทย เสียงร้องของสาวเจ้า ดูเยือกเย็นและมีพลังอย่างน่าสนใจ


         ตลอดการแสดงก็ดูกระชับ ฉับไว ผู้ชมตื่นตาตลอด ไม่ติดขัด มีประมาณ 10 กว่าตอน ตอนชาวนาปลูกข้าว จับปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงควาย ลิงหยอกล้อกัน สัตว์ในตำนานต่างๆ แต่ละตอนใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 15 นาที ใช้เวลาแสดงทั้งหมดเกือบ 2 ชั่วโมง หลังจากแสดงจบ คนชักหุ่น เป็นคนหนุ่มคนสาว ที่อยู่หลังม่านมู่ลี่ ราว 10 คน จะออกมาโค้งคำนับผู้ชม เรียกเสียงปรบมืออีกครั้งดังสนั่นโรงละคร


 

        ซึ่งหลังชมชมละครฯจบ สังเกตได้จากสีหน้าของสมาชิกในคณะฯทุกคน ต่างมีความสุข แอนโดรฟีนคงหลั่งออกมาแผ่ซ่านโดยไม่รู้ตัว แม้บางคนจะไม่เคยแสดงออกถึงความชื่นชอบในวัฒนธรรมพื้นบ้าน โบราณๆ แต่งานนี้ถือว่า เกินความคาดหมายจริงๆ..ศณีรา รายงาน (ติดตามตอนหน้า สุสานลุงโฮ)


 


 

เอ็นทรี่แนะนำ

 1.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย

 2.บันทึกการเดินทางปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 2(ตลาดน้ำ)

 3.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย3 (ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ)

4.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)

 5.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 5 (ฮาลองเบย์,ถ้ำสวรรค์)

6.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย6 (โดนต้ม ยังสนุก)

7.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย 7 (ฮานอย ทะเลสาบคืนดาบ)

8.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 8 (พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเวียดนาม)

9.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 9 (พิพิธภัณฑ์การปฎิวัติเวียดนาม)

10.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 10 (วิหารวรรณกรรม)

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net