วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หัวหิน ถิ่นสุด Hip........กะ ตลาดน้ำอัมพวา ดินแดนหิ่งห้อยน้อยกลอยใจ


หัวหิน ถิ่นสุด Hip........กะ ตลาดน้ำอัมพวา ดินแดนหิ่งห้อยน้อยกลอยใจ

จั่วหัวเรื่องซะหน้าติดตามชะมัด  แต่จริง ๆ เจ้าข้าเอ้ย ไปเลี้ยงส่งพี่/เพื่อนที่ทำงาน ที่สนิทสนมกลมเกลียวดั่งเกลียวคลื่นอันดามัน คบหากันมา ห้า หก ปี เห็นจะได้ จากในกลุ่ม มีกัน 10 คน ค่อย ทยอย ทลาย หายกันไปทีละคน ๆ จนกระทั่ง เหลือ 4 หน่อ สุดท้าย  และครั้งนี้ก้อหายไปอีก 2 หน่อ สรุปเหลือกันอยุ่แค่เรามีเรากัน 2 คน เท่านั้น การจากไป เพื่ออนาคตอันก้าวไกลของแต่ละคน บ้างก็ไปเรียนต่อ บ้างก็ได้งานทำใหม่ แต่ทุกครั้งก็ทำเอาหวั่นไหว และร้องไห้ได้แทบทุกครั้ง  ช่วงนี้ยิ่งเหงาใจอยู่  คนใกล้ตัวเริ่มห่างหาย หายหน้ากันไป คิด แล้ว ก็ ใจ หาย จัง ฮือ ฮือ ...

 

จากการที่จะมี 2 หน่อ ต้องบินไปเรียนต่อถึงเมืองผู้ดีอังกฤษ (แต่ไม่ใช่แป้งตรางูนะ)  ทำให้เราจัด Trip เล็ก ๆ กัน นัยว่าสร้างความผูกพันระยะสุดท้าย ตอนแรกก็ว่าจะเลี้ยงส่ง (แต่สุดท้ายก้อหารกัน 555)  เราได้ทำเลทองที่หัวหิน ถิ่นมีหอย   เป็นคอนโดส่วนตัว นัยว่าเค้าน่าจะอาศัยไว้อยู่เองมากกว่า เพราะจากการตกแต่ง และของใช้ที่มีร่องรอยให้เห็นอยู่ทั่วขณะ  กับ 2 ห้องนอน และ 7 คนอาศัย  แถมเป็นห้องหัวมุมมองเห็นทะเลชัดแจ๋ว ในราคาที่เป็นกันเอง สุด ๆ พวกเราเหมารถตู้ ประจำทาง 1 คัน นำพาเราเที่ยว (ขับรถเร็วชะมัด) จุดแรกที่แวะ คือ รร.ดุสิต วิดวิ้ว ไม่ได้มาพักค่ะ มาแวะรับคนที่เค้าจะเลี้ยงข้าวกลางวัน อิอิ ร้านอยู่ริมทะเลแถว ๆ สะพานปลา มาแวะหม่ำ  ปูอบ ปูเผา หอยหวาน ปลาหมึก กุ้ง ปลา โอ๊ะโอ๋ อิ่มจัง (ตังค์อยู่ครบ)  เสร็จจากอิ่มหนำสำราญเราก็เดินซื้อหนมไว้ตุนยามหิวที่มาร์เก็ตวิลล่า เป็นห้างที่ไฮโซดีจัง  จากนั้นเข้าที่พัก แวะพักผ่อน กับการดูหนังเรื่อง 300 (หอบหิ้วมาดูกันถึงชายทะเล คิดดูหล่ะกัน)  เสร็จแล้วก้อไปเดิน chill chill ริมทะเล เดี๋ยวจะเสียชื่อว่ามาทะเลทั้งที ไม่ได้แตะน้ำทะเลเลย  ก็เลยขอย้ำน้ำทะเลสักหน่อย  ฤดูนี้มีแมงกะพรุนขึ้นเยอะดีจัง  มีให้เห็นดาษดื่นกันเลยทีเดียว หลังจากเดินพอสังเขป เราก็ไปตะลุยราตรี (ใช้ศัพท์ซะเวอร์จิงๆ) ที่ตลาดหัวหิน (นิสัยไม่ค่อยดีค่ะ ร้านไหนคนแยะทีไร ไม่เคยได้กินสักที เพราะขี้เกียจรอ ทั้งร้านไอติมกะทิ ร้านโรตี เป็นอันอดกิน เพราะคนเยอะเกินไป แต่ที่ขาดไม่ได้ต้องซื้อมาฝาก ๆ เพื่อน ๆ คือ กะปิหวาน กะ กะปิโหว่ เจ้าของร้านใส่ชุดไทยมาประกันความอร่อย ๆ จนต้องซื้อมาฝากพี่ ๆ ที่ทำงานทานกันให้เหม็นกลิ่นกะปิกันไปคนละข้าง) แอนด์ทานอาหารทะเลริมทะเล บรรยกาศดีสุด ๆ (แต่แอบร้อนไปหน่อย) ตบท้ายด้วยเค้ก แอนด์ชาที่ร้านแถว ๆ ข้าวเหนียวป้าเจือ (ร้านข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดัง  มาทีไรต้องแวะซื้อกินกันทุกที) นอกจากร้านข้าวเหนียวมะม่วง แล้วที่แนะนำคงหนีไม่พ้นไอติมอิตาเลี่ยน แต่จำชื่อร้านไม่ได้ ฮา  อยู่ตรงข้าม สถานีตำรวจหัวหิน รสชาติเยี่ยมมาก ๆ  ใครผ่านมาหัวหินอย่าลืมแวะชิมนะค่ะ  เราก็เดินเหินกันพอสมควร ก้อรีบเข้าทีพักเพื่อไปดู AF อิอิ  เชียร์กันอย่างเซ็ง ๆ กับการจากไปของ V18 แย่จัง  พอตาเริ่มจะปิดเราก็ร้องรำทำเพลง โดยมือกีต้าร์รูปหล่อ แต่พอเล่นไปสักพักก็ไม่ไหวกันค่ะ ง่วงกันมากเลยต้องแยกย้ายกันไปนอน ...................

 

เช้าวันต่อมากับอาหารเช้าของคนหัวหิน แต่เด็ดสุดยกให้ ปาท่องโก่ เข้าคู่กับสังขยา (แต่รอนานมากประมาณครึ่งชม.ได้)  หลังจากอิ่มหมีพลีมัน เราก็เตรียมเก็บสัมภาระ กะจะไปชมวิวที่ หิน เหล็ก ไฟ แต่เผอิญคนขับรถตู้หลงไปทางวัดห้วยมงคล สงกะสัยพวกเราจะมีบุญ เลยได้เข้าวัด ไหว้พระแทน ฮ่า.....

หลังจากไหว้พระ เสร็จ เราก็ไปช้อปปิ้งต่อที่ Outlet  แต่ก็ไม่ค่อยได้อะไรอ่ะ คนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เราว่าไปรอบนี้ลดราคาน้อยกว่ารอบที่แล้วอีก เลยอดเสียตังค์เลย  แต่ที่อยากจะพราวลี่ พรีเซนต์ คือ ตลาดน้ำอัมพวาค่ะ 

 มีคนเล่าให้ฟังเยอะมาก ๆ ว่าน่าจะไป เราเลยบีบคอ จนได้มาที่ตลาดน้ำแห่งนี้ นอกจากขนม อาหาร หลากหลายชนิด มีทั้งแบบโบราณ ที่หากินไม่ค่อยได้  หรืออาหารบางชนิดเราไม่รู้จัก ก็มีให้เห็น เช่น ขนมลูกตาล (ถ้าจำไม่ผิดนะ) เป็นกลม ๆ คล้าย ๆ สาคู แต่เม็ดโตกว่า หรือจะเป็น ไข่ในรัง  รังทำจากไข่ขาว ส่วนไข่ทำจากไข่แดง คล้าย ๆ พวกขนมฝอยทอง หรือจะเป็นผัดไท ชื่อดัง ขนมในอดีต เช่น บุหรี่ตราแมวดำ (หมากฝรั่ง)  นอกจากขนมแล้ว เรายังได้บรรยากาศของตลาดน้ำที่มีเรือพายมาขายของ  เห็นคนนั่งริมท่า สั่งก๋วยเตี๋ยวเอย  ชา กาแฟ กุ้งเผาเอย  ได้บรรยากาศในการกินมาก ๆ นอกจากร้านขายของ ที่ชอบคือ ร้านขายของที่ระลึก เช่นพวกของเล่นทำจากไม้ เสื้อมีคำว่าอัมพวา  โปสการ์ด ที่มีที่ให้เรานั่งเขียน (อดใจไม่ได้เลยต้องแลกกันเขียน) แถมบริการส่งให้ด้วย 

 และเราก็เลยเลือกเสื้อไปฝากคนมีพระคุณในการเลี้ยงข้าว ฮ่า.... และร้านโมบาย ลุง....(จำชื่อไม่ได้)  โมบายที่นี่นอกจากแขวนแล้วยังมีไม้หนีบไม้  ติดกับโมบายสามารถนำมาติดรูปดูน่าจะเก๋ดี ราคาก็ไม่แพงมาก 5 เส้น 100 บาท แถมตอนใส่ถุงยังกิ๊บเก๋ ถ้าใครเคยเห็นขนมสายไหม ที่ตอนนี้ใส่ถุงยาว ๆ แล้วพอง ๆ ประมาณนั้นเลยค่ะ เสียดายไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ ไม่งั้นจะได้มาโชว์  อ้อ เค้าบอกว่าเป็นโมบายมงคลนะค่ะ  ถ้าใครไป อยากลองแวะอุดหนุนนะค่ะ  ตลาดน้ำอัมพวามี 2 ฝั่ง ข้ามสะพานไปก็มีของขายมากมายทีเดียว

ถ้าเดินเลียบริมแม่น้ำ จะเจอร้านกาแฟ ชา ที่นี่บรรยกาศ chill มาก ๆ และ 2 ข้างทางเป็นที่พักสไตล์เกสต์เฮ้าส์   เสียดายที่อยู่ไม่ดึกค่ะ ไม่งั้นเราคงได้ใช้บริการดูหิ่งห้อยน้อยกลอยใจอีกรอบ  เสียดายจัง  กะว่าถ้ามีโอกาสอีกทีจะเราจะมานอนตีโป่ง พองลมแถว ๆ ริมแม่น้ำ  กะกินลมชมสะพาน ที่ตลาดน้ำอัมพวาอีกครั้ง

 

Meo

 

โดย MEO

 

กลับไปที่ www.oknation.net