วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สานฝันเด็กไทย… ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19 ( ตอนที่ 1)


 ผมไม่ได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมา 4-5 ปีแล้ว

เพราะเคยไปงานนี้แล้ว เจอคนเยอะ เยอะมากจนอึดอัด

จนไม่รู้สึกสนุก เห็นผู้คนเดินแออัดยัดเยียด ก็ท้อแล้ว

แถมไหนจะต้องเสียเวลา เนื่องจากบ้านผม

อยู่นอกเมืองย่านรามอินทรา

รถไฟฟ้ายังมาไม่ถึง เดินทางลำบาก ...

 

แต่ช่วงสัปดาห์นี้กลับมีเหตุที่ทำให้ผมต้องไปงาน

"มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19"

ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ถึง 2 ครั้ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ครั้งแรกเพราะหลานสาวสองคน (วัยประถมกับมัธยมต้น)

จากต่างจังหวัด ที่มาพักอยู่ที่บ้านผมช่วงปิดเทอม

บอกว่าอยากไปงานนี้มาก เพราะไม่เคยไปมาก่อน

เลยอยากไปเที่ยว ไปเห็นว่ามีอะไรในงานมหกรรมหนังสือ ...

ผมเห็นว่างานนี้มีแค่ปีละครั้ง และเป็นโอกาสดีที่

จะทำให้หลานรักกการอ่านมากขึ้นกว่าเดิม

ก็เลยยินดีอาสาไปเที่ยวงานนี้

โดยตั้งใจพาลูกชาย ม.1 นักอ่านตัวยงไปด้วย

พวกเขาจะได้เป็นมเพื่อนคุยกัน

ก่อนไปได้ถามว่าลูกกับหลานว่าอยากได้หนังสืออะไรเป็นพิเศษ

หลานสองคนบอกว่ายังไม่ได้คิด ขอไปเดินดูในงานก่อน

ส่วนเจ้าลูกชายบอกว่ามีหนังสืออยู่ในใจแล้ว และเขาก็อยากไปเจอ

"พนมเทียน" นักเขียนชื่อดัง และศิลปินแห่งชาติด้านวรรณศิลป์ ปี 2540

ผู้เขียนนวนิยายอมตะนิรันดร์กาลเรื่อง "เพชรพระอุมา"

ลูกผมอ่านครบ 48 เล่ม เมื่อช่วงปิดเทอมปีที่แล้ว

อ่านแล้วติดใจ ทุกวันนี้ก็ยังหยิบมาอ่านซ้ำไปซ้ำมาได้เรื่อย ๆ

จนกลายเป็นความผูกพันกับหนังสือเพชรพระอุมา

และก็พลอยเกิดความชอบ ชื่นชมคุณพนมเทียน

กลายเป็นแฟนคลับของนักเขียนคนนี้ไปดดยไม่รู้ตัว

จนกระทั่งอยากเจอตัวจริง อยากได้ลายเซ็นของคุณพนมเทียน

 ... วันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมจึงรับหน้าที่พาเด็ก 3 คน

ไปงานมหกรรมหนังสือครั้งล่าสุดนี้ ...

พอไปถึงก็เจอสภาพอย่างที่เห็น ผู้คนหนาแน่น พลุกพล่าน

 

ผมบอกเด็ก ๆ ไปว่าอยากได้หนังสือเล่มไหนให้บอก ยินดีซื้อให้

ขออย่างเดียวต้องเลือกเล่มที่ชอบเท่านั้น

ซื้อไปแล้วต้องอ่าน ถ้าซื้อไปแล้วไม่อ่าน วันหลังจะไม่พามาเที่ยวอีก

งานปีนี้มีสำนักพิมพ์ต่าง ๆ มาเปิดบูธกันมากมายเหมือนเดิม

 

เดินไปสักพักเด็ก ๆ ก็แวะที่ร้านขายหนังสือเตรียมสอบ

เลือกหนังสือได้คนละเล่ม

พอเดินผ่านร้านของเล่นเด็กผมก็หยุดดู

เผื่อจะได้เกมไปใช้เป็นสื่อการสอนใหม่ ๆ บ้าง

แล้วก็ไม่ผิดหวังครับได้มา 1 เกม

เหมาซื้อมาทั้งหมด 20 ชุด ละ 25 บาท เคยเห็นของเล่นนี้

ที่ร้าน Daiso ขายชุดละ 60 บาท ...

 

สักพักลูกผมก็บอกว่าไปหาบูธบ้านวรรณกรรมกันเถอะ

(สำนักพิมพ์บ้านวรรณกรรม เป็นผู้ดูแลจัดพิมพ์หนังสือของคุณพนมเทียน)

ลูกชายผมตื่นตาตื่นใจกับบูธนี้มาก

ได้เห็นหนังสืออีกมากมายหลายเล่มที่เป็นผลงานของคุณพนมเทียน

อาทิ เล็บครุฑ จุฬาตรีคูณ ศิวาราตรี ละอองดาว สกาวเดือน เป็นต้น

 

ผมถามคนขายที่บูธว่าวันนี้คุณพนมเทียน มาไหม

(ท่านมีชื่อจริงว่า ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ) 

เขาตอบว่าคุณพนมเทียนจะมาวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม

คืออีก 3 วันนั่นเอง พอได้ยินปั๊บลูกชายผมก็ยิ้มแล้วหันหน้ามาที่ผม

ผมก็รับรู้ได้ว่าลูกอยากมางานนี้อีกครั้ง เพราะอยากเจอตัวจริง

และอยากได้ลายเซ็นของคุณพนมเทียน ...

จากนั้นเราก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ จนเจอบูธของเนชั่น

ผมแวะเข้าไปดู เจอหนังสือฮิตเล่มนี้ด้วย "เขาชื่อตู่"

 

ผมเลิอกซื้อหนังสือแปลเกี่ยวกับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้ 2-3 เล่ม

ขณะที่กำลังรอจ่ายตังค์ ลูกชายสะกิด และถามว่า

ผู้ชายคนที่เพิ่งเดินมานั่งข้าง ๆ นี่ ใช่ "สุทธิชัย หยุ่น" ไหม

ผมมองไปแล้วพยักหน้า ลูกผมรู้จักคุณสุทธิชัย หยุ่น จากบล็อกโอเคเนชั่น

แต่ไม่เคยเจอตัวจริง แต่ผมรู้ว่าเขาปลื้มคุณสุทะิชัยหยุ่นมาก

ผมเลยไปขออนุญาตคุณสุทธิชัย หยุ่น ให้ถ่ายรูปกับลูกผมหน่อย

คุณสุทธิชัย หยุ่น  ตอบรับด้วยความยินดี เลยได้ภาพนี้มาครับ

จากนั้นก็เดินกันต่อ แวะร้านหนังสือเด็ก หลานสาวเลือกซื้อคนละเล่ม

เดินวนไปเวียนมา จนได้เจอขวัญใจของผมเข้าโดยบังเอญ

นั่นคือ อาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเล

 

ผมติดตามอ่าน ติดตามฟัง อ.ธรณ์ มานาน

เพิ่งจะได้มาเจอหน้าและทักทายกันแบบตัวเป้น ๆ ก็ครั้งนี้

อาจารย์เป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน และคิดบวกมาก ๆ

วันนั้นท่านมาเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด ชื่อหนังสือ

"เมื่อเปิด ... โลกจึงเปลี่ยน กาลาปากอส"

ผมและภรรยาฝันอยากไปเที่ยวที่เกาะนี้

ชอบเกาะนี้มากอยู่แล้ว เลยอุดหนุนหนังสือ

ที่อาจารย์เขียนเกี่ยวกับกาลาปากอส มาสองเล่ม

พร้อมขอลายเซ็น และถ่ายรูปด้วยกัน

ถือว่าเป็นวันที่มีความสุขถ้วนหน้า

ผมได้พบคุณที่ถูกใจ ได้หนังสือมาอ่าน

ลูกกับหลานก็ได้หนังสือที่ชอบกันคนละหลายเล่ม

เรียกว่าวันนั้นทุกคนเดินออกจากงานมหกรรมหนังสือ

ด้วยความฟิน สุด ๆ

กลับมาถึงบ้าน ตรวจเช้คหนังสือกันก่อน ว่าเล่มไหนเป็นของใคร

 

นี่เป็นหนังสือของเด็ก ๆ 

 

และนี่เป็นหนังสือของผม

แบ่งหนังสือกันเสร็จ หลานสาวสองคน

รีบอาบน้ำ มานั่งอ่านหนังสือกันต่อ

 

แล้วครั้งหน้าผมจะกลับมาเล่าเรื่องการตามล่าหาลายเซ็น

ของคุณพนมเทียน นักเขียนในดวงใจลูกชายผม ให้ฟังกันต่อ 

สำหรับเอนทรี่นี้ ขอจบแค่นี้ก่อนนะครับ

 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net