วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สานฝันเด็กไทย… ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19 ( ตอนที่ 2)


บ่ายวานนี้ (วันเสาร์ 25 ต.ค.57) เป็นวันที่ลูกผมตั้งใจ

เป็นอย่างมากที่จะไปงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ

เพื่อไปพบกับ "พนมเทียน" นักเขียนนวนิยายระดับตำนานเรื่อง

"เพชรพระอุมา" สำหรับบางท่านที่ไม่ใช่แฟนคลับพนมเทียน

ผมขอเกริ่นให้รู้จักนักเขียนท่านนี้สั้น ๆ ดังนี้ครับ ...

 

"พนมเทียน" เป็นนามปากกาของนักเขียนที่มีชื่อจริงว่า "ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ"

ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษนักฝัน ราชันแห่งนักเขียน

ผู้ที่ประเทศไทยประกาศเกียรติคุณยกย่องให้เป็น

"นักเขียนแห่งชาติ" ปัจจุบันท่านอายุ 83 ปี

เกิดเมือวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 ที่ จ.ปัตตานี

เป็นนักเขียนที่สร้างผลงานไว้อย่างมากมาย หลากหลายแนว

ต่อเนื่องมา 6  ทศวรรษแล้ว โดยเฉพาะนวนิยายมีถึง 38 เรื่อง 

ที่โดดเด่นและดด่งดังที่สุด ก็คือ "เพชรพระอุมา"

เรื่องนี้พนมเทียนเริ่มเขียนและตีพิมพ์ครั้งแรก ในปี  2507

เขียนถึงบทอวสานตอนสุดท้าย ในปี 2533 ใช้เวลาเขียน

ทั้งหมด 25 ปี เป้นนวนิยายเรื่องยาวมีทั้งหมด 48 เล่ม

นอกจากนั้นก็เป็นนวนิยายที่คนไทยคุ้นชื่อกันดี อาทิ

.. จุฬาตรีคูณ .. เล็บครุฑ .. ศิวาราตรี .. ละอองดาว .. สกาวเดือน 

ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นศิลปินแห่งชาติ

สาขาวรรณศิลปื ประจำปี 2540 ...

... ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วอตอนนั้นภรรยาผมชอบดูละคร

คุณชายวังจุฑาเทพ ตอนสุดท้าย "คุณชายรณพีร์"

แล้วรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง คือ อาจารย์เอ วรยุทธ์

เขารู้จักกับผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ ตอนนี้พอดี

เลยซื้อหนังสือพร้อมลายเซ็นมาให้ภรรยาผมอ่าน

แต่ช่วงนั้นเธอยุ่ง ๆ อยู่ไม่มีเวลาได้อ่าน เลยวางไว้บนโต๊ะ

ไม่รู้ว่าเจ้าลูกชายมาเห็นหนังสือตอนไหนไม่ทราบ

หยิบนิยายเล่มนี้ไปอ่าน อ่านจบก่อนละครในทีวีจะจบซะอีก

แถมเอามาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเป็นฉาก ๆ

พอรู้ว่าลูกอ่านหนังสือนิยายจบเป็นเล่มครั้งแรก

ก็เกิดความรู้สึกสองอย่าง คือ

... หนึ่ง ดีใจที่ลูกอ่านหนังสือแบบที่มีแต่ตัวหนังสือ ไม่มีรูปภาพ

หรือเป็นการ์ตูนภาพ ได้แล้ว ดีใจมาก เพราะก่อนหน้านั้น

ลูกชอบอ่านแต่การ์ตูนภาพ

... แต่ความรู้สึกที่สอง ก็คือเป็นห่วงว่าลูกจะติดนิยายแนวรัก

หวานแหวว เลยรีบโทร.ไปหาเพื่อนผม ด่วนเลย

คือ อาจารย์หน่อง ภัทธิรา เพื่อนคนนี้จบนิเทศ จุฬาฯ

เรียนหนังสือเก่ง ระดับเกียรตินิยมเลยทีเดียว

เคยทำงานด้านสื่อสารมวลชน

ผมรู้ว่าเธอเป็นนักอ่านตัวยง อ่านหนังสือมามากมาย

นิยายเต็มบ้านไปหมด จนต้องทำตู้เก็บนิยายโดยเฉพาะ

ผมปรึกษาอาจารย์หน่อง ขอให้ช่วยแนะนำนิยาย

ให้ลูกชายผมอ่าน ย้ำไปกับอ.หน่องว่าขอเป็นแนวผู้ชาย

ลุย ๆ แมน ๆ ผจญภัย เรื่องอะไรก็ได้

เธอเลยหยิบเพชรพระอุมาจากตู้หนังสือที่บ้าน

มาให้ลูกผมลองอ่านประมาณ 2-3 เล่มก่อน

เพราะตอนนั้นเราก็ยังไม่แน่ใจว่า

เด็ก ม.1 คนนี้จะชอบอ่านหนังสือแนวนี้หรือเปล่า

... ปรากฎว่าผ่านไปไม่เกิน 3 วัน ลูกบอกว่าอ่านเล่มแรกจบแล้ว

และกำลังจะอ่านเล่มต่อไป เพราะสนุกมาก อยากอ่านต่ออีก ...

นั่นจึงเป็นที่มาของมหากาพย์การอ่านเพชรพระอุมาของลูกผม

จนตอนหลังต้องไปหาซื้อมาให้อ่านครบชุด 48 เล่ม

อ่านจบแล้วก็หยิบมาอ่านซ้ำได้เรื่อย ๆ ชอบมาก

ชอบจนบางครั้งถึงกับเอาเก็บไปฝันว่า

ได้เข้าไปเที่ยวในป่ากับรพินทร์ ไพรวัลย์

พระเอกของเรื่องเพชรพระอุมา ...

ผ่านมาหนึ่งปีเต็ม ความรักความชอบที่มีต่อนวนิายเรื่องนี้

ทำให้ลูกพลอยชอบ และชื่นชมพนมเทียน

ผู้เขียนหนังสือชุดนี้ไปด้วย จนอยากพบ

อยากเจอตัวจริง อยากได้ลายเซ็น

นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมเมื่อวานนี้ตอนบ่าย

ผมถึงต้องกลับไปงานมหกรรมหนังสือฯ ปีนี้ เป็นครั้งที่สอง

... หนุ่มน้อยตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอนักเขียนในดวงใจ

เตรียมหนังสือเพชรพระอุมาไว้ตั้งแต่เช้า

เพื่อไปให้คุณพนมเทียนเซ็นชื่อสองเล่ม

คือเล่มที่ 1 กับสุดท้าย(เล่มที่ 48)  

เมื่อวานเราสองคนพ่อลูกเดินทาง

ไปถึงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่บ่ายสองโมง

คนแน่นมากเช่นเคย

 

เราตั้งใจว่าจะเดินดูหนังสือตามบูธต่าง ๆ

ก่อนที่จะแวะไปหาคุณพนมเทียน

ที่จะมาแจกลายเซ็นที่บูธบ้านวรรณกรรมตอนบ่ายสามโมง

แต่เพื่อความชัวร์เราเลยไปถามคนขายที่บูธอีกครั้งหนึ่ง

ว่าคุณพนมเทียนจะมากี่โมง คำตอบคือ 4 โมงเย็น

เนื่องจากเพิ่งหายป่วย ลูกบอกว่ารอได้

เราเลยไปเดินดูหนังสือ ไปถ่ายรูปเล่นกันก่อน

 

 ลูกแวะบูธวิบูลย์กิจ ได้หนังสือโดนันมาอีก 2 เล่ม

ผมแวะบูธ a day ได้มา 4 เล่ม 

เดินไปเดินมา ได้มากันคนละหลายเล่ม ..

 และที่แปลกใจ นึกไม่ถึงว่าลูกจะเลือกซื้อหนังสือต่างแนว ต่างรส ... สองเล่มนี้

จนถึงเวลาประมาณ 3 โมงครึ่ง จึงแวะไปที่บูธบ้านวรรณกรรมอีกครั้ง

คิดว่าเผื่อคุณพนมเทียนมาเร็ว และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

 

ตอนนั้นมีคนยืนรอคิวรับลายเซ็นเป็นแถวยาวพอสมควร

เรายืนรออยู่สักพักก็ถึงคิว ลูกได้ลายเซ็นครบทั้งสองเล่ม

สุภาพสตรีที่นั่งติดกับคุณพนมเทียนแซวว่า ...

"สองเล่มนี้อ่านซะเยินเลยนะคะ"

จนทำให้ผมอดขำไม่ได้ กับสไตล์การอ่านหนังสือ

ที่ไม่ค่อยจะทะนุถนอมเท่าไรของลูก ...

 

 

 

หลังจากสวัสดีอำลานักเขียนในดวงใจของลูกแล้ว

เราก็เดินทางกลับ ถึงบ้านเลยนับหนังสือ

ที่เราได้มาจากกการไปงานนี้มาสองครั้ง

ได้หนังสือพอสมควร ...

ถามลูกว่ารู้สึกงัยบ้างวันนี้

ได้เจอตัวจริงของพนมเทียนแล้ว

หลังจากรอคอยมาหนึ่งปีเต็ม คำตอบของลุก คือ

"ดีใจ และมีความสุขที่สุดครับ"

 

 

ถือเป็นการอำลางานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19

อย่างมีความสุข Happy Ending

คงเป็นประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูก

ที่เจ้าตัวคงไม่มีวันลืม  

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net