วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ท่องเที่ยวพงไพร ไปภูหินร่องกล้า


การเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ ช่วง 17-19 ต.ค. 2557 เป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบายค่ะ ไม่ถึงกับหนาวมาก (ที่สำคัญผู้คนยังไม่หนาแน่น) เป้าหมาย "อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า" การท่องเที่ยวที่นี่สามารถท่องเที่ยวใน 2 รูปแบบทั้ง ด้านประวัติศาสตร์และด้านธรรมชาติ เป็นอุทยานที่ถือว่าสะดวกสบายพอสมควรค่ะ หากชอบบรรยากาศ กางเต็นท์ ก็สะดวก หรือชอบแบบบ้านพักของอุทยานก็มีบริการ (หากช่วงหยุดยาว ควรจองล่วงหน้านิดนึงนะคะ) มีร้านอาหาร ห้องน้ำห้องสุขาไว้บริการ แต่แนะนำเรื่องการเตรียมความพร้อมหากต้องการเดินชมธรรมชาติในจุดต่าง ๆ ควรมีรองเท้าผ้าใบนะคะ จะสะดวกและป้องกันการบาดเจ็บ เนื่องจากอาจต้องเดินไปตามลานหินที่ลืนและขรุขระ ภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้ายกับภูเขาสูงของจังหวัดเลย เช่น ภูกระดึงและภูเรือ เนื่องจากมีความสูงในระดับไล่เลี่ยกัน อากาศจะหนาวเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาว อุณหภูมิจะต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส แม้ในฤดูร้อนอากาศก็ยังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส "อุทยานภูหินร่องกล้า" เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของประเทศ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เป็นผลให้มีมติ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2526 เห็น ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ป่าภูหินร่องกล้าให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนด บริเวณป่าภูหินร่องกล้าท้องที่ตำบลบ่อโพธิ์ ตำบลเนินเพิ่ม ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และตำบลกกสะท้อน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 96 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 มาถึงอุทยานฯแล้วไปไหว้พระกันก่อนนะคะ ชื่อ "พระพุทธนครไทย" อยู่ฝั่งถนนตรงข้ามศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่ะ สถานที่ที่จะชมพระอาทิตย์ตกดินมีที่ "ลานหินแตก" และ "ลานหินปุ่ม" ลานหินปุ่มจะไกลกว่านะคะ ควรมีไฟฉาย เพราะถ้าพระอาทิตย์ตกดินจะมืดทันที รวมทั้งทางเดินที่เป็นหินจะลำบากเวลาเดินกลับค่ะ เราเลือกไปที่ลานหินแตกก่อนค่ะ ลานหินแตกอยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ300เมตร ลักษณะเป็นลานหินที่มีอาณาบริเวณประมาณ40ไร่ ลานหินมีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก รอยแตกนี้บางรอยก็มีขนาดแคบพอคนก้าวข้ามได้ แต่บางรอยก็กว้างจนไม่สามารถจะกระโดดข้ามไปถึง สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้ ลักษณะเช่นนี้สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการโก่งตัว หรือเคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกออกเป็นแนว นอกจากนี้บริเวณลานหินแตกยังปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ (ข้อมูลจากhttp://variety.teenee.com/foodforbrain/48194.html)

โดย chanidapa_aew

 

กลับไปที่ www.oknation.net