วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้าผู้จัดการธนาคารเป็นแบบนี้ละก็ … เจริญแน่ !!!!


 เมื่อวันก่อน (29 ต.ค.57) ตอนประมาณ 5 โมงเย็น

ผมเพิ่งเลิกงานฝึกอบรม ที่โรงแรมคันทารีเบย์ จ.ระยอง

ลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงศรีฯ  

ที่เทสโก้โลัตัส สาขาบ่อวิน จ.ชลบุรี

โทร.มาหา บอกว่าจะมารับผมที่โรงแรมตอน 6 โมงครึ่ง

ไปกินมื้อค่ำที่บ่อวิน แถวธนาคารที่เขาทำงานเขาอยู่

อยากพาผมไปเจอ และพูดคุยกับลูกน้องเขาที่ธนาคาร

และคืนนั้นจะมีกินเลี้ยงฉลองวันเกิดของลูกน้องเขาด้วย

ผมตอบตกลงเนื่องจากรู้จักคุ้นเคยกับลูกศิษย์คนนี้มานาน

เจอกันครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน ในห้องฝึกอบรม

หลักสูตร เตรียมผู้จัดการ ที่ธนาคารจัดขึ้น

เป็นหลักสูตร 5 วัน จึงได้เห็นแววของลูกศิษย์คนนี้

ตอนนั้นเขาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ที่มีความคิดความอ่านดี

เปิดใจเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  รักความก้าวหน้า

กล้าคิดกล้าถาม สงสัยอะไรก็ถาม  ...

เลยทำให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ่อย ๆ

จนเรียนจบหลักสูตรไปแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่

ตอนที่รู้จักใหม่ ๆ ผมเอาเรื่องของเขาไปเล่าให้ภรรยาฟังว่า

ในรุ่นนี้มีลูกศิษย์แววดีมาก ๆ อยู่ 2-3 คน (รวมถึงคนนี้ด้วย)

คำว่าแววดีมาก ๆ ผมหมายถึง เขามีศักยภาพ

มีความสามารถพร้อมที่จะพัฒนาให้เป็น

ผู้จัดการได้ในเวลาไม่เกิน 1 ปี  

จากนั้นไม่นานเขาชวนครอบครัวผมไปเที่ยว

อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา บ้านเกิดเขา

ช่วงนั้นผมเริ่มเขียนบล็อกมาได้ปีกว่า ๆ

จึงชอบไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ เอามาเล่าอัพเดทไว้ในบล็อก

ครั้งนั้นลูกศิษย์เลยพาพวกเราไปเที่ยวบางคล้า

และพาไปกินปากหม้อน้ำ อาหารเฉพาะถิ่น

ของชาวพนมสารคาม

หลังจากไปเที่ยวกลับมา ผมถามภรรยาว่า

ลูกศิษย์คนนี้มีแววเป็นผู้จัดการเหมือนที่ผมคิดหรือเปล่า

ภรรยาผมเห็นด้วย บอกว่าแววดีมาก

เพราะเป็นคนคิดบวก พูดจาสื่อสารดี มีมนุษย์สัมพันธ์

แถมโหงวเฮ้งดี มีบุคลิกเหมาะกับเป็นเจ้าของกิจการ

ตอนนั้นเขาได้ย้ายมาทำงานที่ระยอง

เวลาผมไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมที่ระยอง

ก็จะนัดเจอหน้ากินข้าว พูดคุยกันเกือบทุกครั้ง

หลังจากนั้นผมก็ลุ้นอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่

เขาจะได้เลื่อนเป็นผู้จัดการสาขา

เพราะเห็นแววมาแต่แรกแล้ว 

ผ่านไปประมาณ 2 ปี เขาก็โทรมาบอกว่า

ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคาร

ไปประจำอยู่สาขามาบตาพุด ที่จ.ระยอง

ครอบครัวผมดีใจมากกับความสำเร็จของเขา

ถามว่าเขาได้ปรับตำแหน่งแล้ว

ผลตอบแทนและสวัสดิการเป็นงัยบ้าง

เขาก็เล่ารายละเอียดให้ฟังทุกอย่าง

ที่ผ่านมาเวลามีปัญหาอะไรในงาน

ก็มักจะโทรมาปรึกษาพูดคุยกับผมเป็นระยะ

แต่ตั้งแต่ได้ตำแหน่งผู้จัดการสาขา

ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบมากมาย

ทำให้โทร.คุยกันน้อยลง จะเจอกันก็ตอนที่ผมมีงานสอนที่ระยอง 

ผมเคยเอาเรื่องของเขามาเขียนเป็นกรณีศึกษา

ใช้เป็นสื่อการสอนเรื่องการตัดสินใจ และการเจรจาต่อรอง

ในห้องฝึกอบรมอยู่บ่อย ๆ ....

เนื่องจากเขาเป้นคนดีมีความสามารถ

ทำงานเก่ง บริหารคนได้ดีมาก

เคยถามว่ามีธนาคารอื่นมาจีบไปทำบ้างไหม

เขาบอกว่ามี ให้เงินเดือนดีกว่า งานสบายกว่าด้วย

แต่เขาตัดสินใจอยู่ที่ธนาคารเดิม ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า

"ผมไม่มีปัญหาเรื่องเงินครับ

ผมมีความสุขกับงานที่ท้าทายตรงนี้

และผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสผมพิสูจน์ฝีมือ

ผมคิดว่าผมต้องทำให้ได้ครับ"

ถ้าจำไม่ผิดเขาเคยเล่าให้ฟังว่า

ตอนเริ่มทำงานที่ธนาคารนี้ใหม่ ๆ

เขายังเรียนไม่จบปริญญาตรี

มาเรียนต่อสำเร็จตอนหลัง

ทุกวันนี้ทุกครั้งที่เจอหน้ากันผมมักยุ

ให้เขาเรียนต่อปริญญาโท เขาบอกว่าตอนนี้

งานยุ่งมาก ยังไม่พร้อม ...

คืนนั้นเขาเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้ทำงาน 7 วัน

งานหนักมากทีเดียว

สาขาที่เขาดูแลอยู่ในห้าง สาขาเปิดให้บริการ 11 โมง เลิก 2 ทุ่ม

กว่าจะเคลียร์งานเสร็จก็ประมาณ 3 ทุ่ม ...

 

 อย่างเมื่อคืนนั้นเขาพาผมไปแวะที่สาขาเขาก่อน

เพราะต้องไปรอลูกน้อง เคลียร์งานเสร็จ

ถึงจะไปกินมื้อค่ำพร้อมกัน

พอดีเป็นช่วงใกล้สิ้นเดือน งานยุ่งมาก

ต้องเร่งปิดเป้าตัวเลข KPI ให้ได้ก่อนสิ้นเดือน

 ผมเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของลูกศิษย์

เห็นประกาศเกียรติคุณหลายใบ

รวมทั้งการสร้างผลงานบรรลุเป้าหมาย

ต่อเนื่องสองปีซ้อน  ตามจำนวนปีที่เขามาเป็นผู้จัดการที่สาขานี้

เห็นแล้วก็ดีใจและภูมิใจไปกับความสำเร็จของลูกศิษย์คนนี้

พอทุกคนเคลียร์งานเสร็จ ประมาณ 3  ทุ่ม

เขาก็เรียกลูกน้องทุกคนมานั่ง

แล้วแนะนำให้รู้จักผม จากนั้นเขาก็บอกว่าไหน ๆ

ผมก็มาเยี่ยมถึงสาขาแล้ว

อยากให้ผมพูดคุยแนะนำน้อง ๆ

เกี่ยวกับเรื่องวิธีคิดทัศนคติเชิงบวก

เนื่องจากทุกคนเหนื่อย ทำงานหนัก

อยากให้ได้กำลังใจดี ๆ จากผมสัก 10 นาที ...

(จริง ๆ เขาบอกตั้งแต่นั่งอยู่ในรถแล้วว่าจะให้

ผมพูดกับลูกน้องเขาเรื่องคิดบวก มีเวลาให้ผม 10 นาที

ตอนแรกกังวลว่าจะพูดอะไร ยังงัย ปลุกใจคนให้คิดบวก

ภายในเวลาแค่ 10 นาที โจทย์ยากและท้าทายดี

แต่ก็คิดได้ในที่สุด 555)

ผมเริ่มต้นโดยให้ทีมงานของลูกศิษย์ตั้งคำถาม

ว่าใครมีอะไรอยากจะขอคำปรึกษา ให้ถามได้เลย

มีคำถามแรกว่า "อาจารย์คะทุกวันนี้ทำงานแบ๊งค์

เป้าหมายสูง หนูต้องทำให้ได้  10,000  Points ทุกเดือน

บางเดือนบางช่วงก็มีความรู้สึกท้อ

บางทีก็มีเสียงในใจบอก ประมาณว่า

จะไหวไหม จะทำได้ไหมเดือนนี้

เวลาเครียดแบบนี้ จะทำยังงัยดีคะ

อยากได้คำแนะนำค่ะ" ...

ผมตอบคำถามด้วยการเล่าเรื่อง (Story Telling)

ที่เป็นเรื่องจริงที่ไมเคยเล่าที่ไหนมาก่อน

มันเป็นเรื่องการฝ่าคลื่นมรสุมชีวิตของตัวผมเอง 

ที่ผมเจออยู่บ่อย ๆ แต่ใช้วิธีคิดบวกทำบวก จึงผ่านมันมาได้ ...

ตอนที่ผมเล่าเรื่องชีวิตต้องสู้อยู่นั้น

มีลูกศิษย์ที่สาขานี้อยู่อีกสองคน

ที่เคยเรียนกับผมในห้องฝึกอบรมนั่งฟังอยู่ด้วย

 

และที่น่ารักมากคือทั้งสองคนนี้เคยเป็นหัวหน้า

ของผู้จัดการสาขาคนนี้มาก่อน ตอนที่เขา

ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารใหม่ ๆ

ที่บอกว่าน่ารักมากก็เพราะ

เขาทำงานกันได้เป็นอย่างดี ไม่มีความขัดแย้ง

ถ้าเป็นผู้จัดการคนอื่นคงกระอักกระอ่วนใจ

ไปไม่เป็นเลยว่า จะบริหารลูกน้องที่เคยเป็น

หัวหน้าตัวเองมาก่อนยังงัย เรื่องนี้น่าสนใจมากสำหรับผม

ก็เลยบอกว่าจะขอนัดสัมภาษณ์ถ่ายทำวิดีโออีกครั้ง

เจาะลึกเรื่องเทคนิคการบริหารลูกทีมที่มีอาวุโสมากกว่า 

 

และหนึ่งในนั้นเป็นแฟนคลับติดตามผมทางเฟซบุ๊ก

มากด Like ผมเกือบทุกวัน

เธอมองหน้าผม ตอนที่ผมเล่าเรื่องส่วนตัวผมให้ฟัง

เหมือนอยากจะพูดว่าอาจารย์เองก็มีความทุกข์

มีปัญหาในชีวิตและการทำงานมากเหมือนกันเหรอ

เธอคงไม่อยากจะเชื่อ เพราะเห็นภาพผม

ในเฟซบุ๊กสนุก บันเทิงตลอดเวลา

ก็เลยอธิบายให้น้อง ๆ ทุกคนที่นั่งฟังคืนนั้นว่า

คนทุกคน คงไม่มีใครมีความสุขทุกนาทีหรอกนะ

แต่เมื่อทุกข์แล้วก็ต้องยอมรับ

ปรับวิธีคิด จัดการแก้ไขมันไป

ที่สำคัญต้องป้องกันอย่าให้ทุกข์ใจซ้ำซาก

อะไรที่คิดแล้วทุกข์ ก็เลิกคิด 

อดีตสุดระทม ช่างมัน

มันผ่านมาแล้ว ให้ผ่านเลยไป

ผมบอกน้อง ๆ ไปว่า อย่าให้เล่ายาว

เดี๋ยวจะกลายเป็นรายการฝันที่เป็นจริง

พูดเสร็จแล้วได้รถเข็น ...

ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่วิธีคิดของตัวเรา

คิดบวกก็ได้บวก คิดลบก็ได้ลบ

แค่คิดว่าสำเร็จ ถึงแม้งานยังไม่เสร็จ

ใจก็เป็นสุขไปล่วงหน้าแล้ว

แต่ถ้าคิดทุกข์ คิดไปก่อนเลยว่า สงสัยจะยาก

เป็นไปไม่ได้แน่เลย ทำไม่ได้หรอกเรา

คิดแบบหลังนี้ แค่คิดก็ทุกข์แล้ว

ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำเลย

ฉะนั้นเราต้องตั้งใจ ทุ่มเททำงานวันนี้ให้ดีที่สุด 

ถ้าเราทำวันนี้ดี พรุ่งก็จะดีตามไปด้วย  

และที่สำคัญเราไม่ควรเอาความทุกข์ไปให้คนอื่น

เพราะผมเชื่อว่าแต่ละคนก็มีทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นแหละ

อยู่ที่เขาจะบอกจะเล่าให้เราฟังหรือเปล่า

เอาความสุข ความยินดี พูดดี คิดดี ๆ

มาแชร์กันดีกว่า ...

ผมพูดคุยอยู่กับทีมงานของลูกศิษย์ประมาณ 15 นาที

ตอนนั้นเวลาใกล้ 3 ทุ่มครึ่งแล้ว

ตอนจบมีน้องคนหนึ่งเดินมาบอกว่า อาาจารย์สุดยอดอ่ะ

เดี๋ยวหนูขอแอดเป็นเพื่อนในเฟซด้วยนะคะ....

จากนั้นเราก็ออกจากสาขา

ลูกศิษย์ก็ขับรถพาผมไปกินมื้อค่ำ

ตอน เกือบจะ 4 ทุ่มแล้ว เป็นมื้อที่พิเศษมาก

เนื่องจากลูกศิษย์พาไปกินเลี้ยงฉลองวันเกิด

ให้กับพนักงานคนหนึ่ง

เขาเป็นคนขับรถประจำตำแหน่งผู้จัดการสาขา

สรุปคือวันคืนนั้นเราไปนั่งกินมื้อค่ำกัน

ที่บ้านของพนักงานขับรถเจ้าของวันเกิด

นี่เป็นตัวอย่างการใส่ใจ ดูแลลูกน้อง ของผู้จัดการที่ดี 

ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไร แม่บ้าน รปภ. หรือคนขับรถ

ลูกศิษย์ผมคนนี้เขาดูแลใส่ใจ ให้ความสำคัญทั่วถึง

ระหว่างที่นั่งกินกันอยู่นั้น

ผมได้เห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะของทุกคน

เห็นทีมงานนี้แล้ว ประทับใจมาก

ทุกคนทำงานอยู่กันแบบพี่น้อง แซวกันไปมา

เป็นกันเอง นั่งปูเสื่อกินหมูกะทะ กินส้มตำกัน

(ทีมงานของสาขานี้ 90 % เป็นสาวอีสาน)

เป็นครั้งแรกในชีวิตผมที่กินมื้อค่ำตอน 4 ทุ่ม

พอถึง 5 ทุ่ม ผมขอตัวทุกคนกลับไปพักผ่อนก่อน

เพราะวันรุ่งขึ้นมีงานสอนต่อเป็นวันที่สอง

ลูกศิษย์ขับรถมาส่งผม ถึงโรงแรมตอนเที่ยงคืนพอดี

ระหว่างทางก็เล่าให้ผมฟังว่า

เขามีความผูกพันกับลูกทีม น้อง ๆ ที่สาขานี้ดีมาก

มีน้ำใจช่วยเหลือกัน อึดอดทน

ไม่อิจฉาริษยา ขัดแข้งขัดขากัน

เพราะเขาจะสอนลูกน้องทุกคนตลอดเวลา

ว่าเราจะต้องช่วยกันทำงานเป็นทีม

ถ้าแต่ละคนสำเร็จ ทีมก็สำเร็จ 

จึงทำให้ผลงานของสาขานี้ออกมาดี

บรรลุเป้าหมาย KPI ทุกเดือน

ได้รับการยอมรับจากผู้บริหาร

และได้รับคำชมมากมาย ...

ที่สำคัญทีมงานทุกคนสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน

 ผมว่าความสำเร็จของสาขานี้

ส่วนสำคัญเกิดจากผู้นำทีม

ผู้จัดการสาขาคนนี้ไม่ธรรมดา

สามารถสร้างขวัญและกำลังใจ

ทำให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ

เอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มาได้ทุกเดือน

ทั้ง ๆ ที่งานธนาคารทุกวันนี้หนักมาก

อยากชื่นชมลูกศิษย์คนนี้ว่า

นายเป็นผู้จัดการสาขาที่แน่มาก

ขอให้ความดีที่ทำ ความมุ่งมั่นที่มี

นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

คนทำดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ 

ผมว่า ถ้าธนาคารไหนมีผู้จัดการสาขา

ที่บริหารคน บริหารงานแบบนี้ละก็

... รับรองเจริญแน่ !!!

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net