วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นี่คือคำตอบ ... เรียนมาต้องมากมาย ทำไม่ไม่ได้เรื่องสักที !!!


อ่านข้อเขียนข้างบนของ อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล

(ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อ.เบญจ์ลูกศิษย์ผมเอามาโพสต์ใน FB)

อ่านแล้ว มันโดนใจจริง ๆ ครับ

" หนังสือดี ๆ ราคาแพง

  งานสัมมนาดี ๆ ราคาแพงกว่า

  แต่ความโง่เขลา ที่เกิดจากการ

  ไม่ยอมพัฒนาตนเอง ราคาแพงที่สุด" 

เอนทรี่นี้ผมขอสนับสนุนข้อความข้างบน

โดยเฉพาะกับคนในแวดวงการศึกษา ครู อาจารย์

วิทยากร โค้ช และนักพัฒนาทรัพยาการมนุษย์ ...

ที่อ่านหนังสือ ตำรับตำรา อ่านงานวิจัย

ตระเวณไปดูงาน เห็นมาหมดว่า

ที่ไหนเขาทำอะไร ยังงัยถึงสำเร็จ

เข้าอบรมสัมมนาราคาแพง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ

แต่กลับมาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร

หรือ ระดับประเทศ

แต่ผมกำลังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงระดับบุคคล

การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยตัวเราเอง ...

ผมมีลูกศิษย์จำนวนหนึ่งเป็นผู้มีรายได้ดี

นิยมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตระเวณลงทุนไปเรียนโน่นเรียนนี่

เพื่อหวังว่าจะพัฒนาตนเอง

ซึ่งก็มีบางคนพัฒนาตัวเองได้จริง

แต่มีหลายคนยังเหมือนเดิม

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ  

ทำไมล่ะ ในเมื่อก็ลงทุนจ่ายตังค์

ไปเข้าอบรมสัมมนาแพง ๆ มาเหมือนกัน ...

ผมอยากเสนอมุมมองเรื่องการ "พัฒนาตนเอง" ดังนี้

ผมคิดว่าเราน่าจะดูที่ว่า คน ๆ นั้น ๆ 

หลังจากเสียเงินเสียทองซื้อหนังสือแพง ๆ มาอ่านแล้ว

ไปเรียนต่อในระดับสูง ๆ มาแล้ว

ไปเข้าอบรมสัมมนาแพง ๆ มาแล้ว

ไปดูงานต่างประเทศมาแล้ว ...

เขาได้นำความรู้ที่ได้มาใช้จริงกับตัวเองหรือเปล่า

คำว่าใช้งานจริงคือ ตัวคนที่อุตส่าห์ลงทุนไปเรียนมา

ได้เอาวิชาความรู้มาลงมือทำ ทำให้ชีวิต

และงาน ของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นไหม

ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ หลายคนได้ไปดูงาน

ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันบ่อย ๆ ได้รู้ได้เห็นความมีระเบียบวินัย

ความมีคุณภาพของคนญี่ปุ่น

รู้ด้วยว่าเขาทำอะไรยังงัย

แต่พอกลับมาเมืองไทย

ก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเอง

ทั้งเรื่องพฤติกรรม นิสัยใจคอก็ยังเหมือนเดิม

ยังชอบเอาเปรียบ ขับรถฝ่าไฟแดง

แย่งกันซื้อของ ไม่ยอมเข้าคิว

พูดเสียงดังในที่สาธารณะ

ไม่เกรงใจ ไม่เคารพสิทธ์ของคนอื่น ...

นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุด

อุตส่าห์ไปรู้ไปเห็นสิ่งที่ดีแล้ว

แต่ก็ใช่ว่าจะกลับมาพัฒนาตัวเองนะครับ ....

เอาอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ใกล้ตัวผมที่สุด คือ

มีคนจำนวนหนึ่งอยากเป็นวิทยากรอาชีพ

สมัครมาเรียนกับผม ยินดีจ่ายค่าฝึกอบรม  70,000 บาท

เรียนกัน 5 วัน คนเหล่านี้มีสตางค์

มีความตั้งใจ (ตอนเริ่มต้น) ดี

ไม่งั้นเขาคงไม่สมัครมาเรียน

แต่บางคนขณะที่เรียนไป กลับไม่ตั้งใจเต็มที่

ให้การบ้านล่วงหน้า 5 วัน

ก็มาทำเอาตอนเช้าในวันกำหนดส่ง

อ้างว่างานยุ่ง ธุรกิจรัดตัว ไม่มีเวลา

ทำงานมาส่งแบบลวก ๆ

บางคนไม่ทำอีกต่างหาก

แล้วอย่างนี้จะพัฒนาตัวเองได้อย่างไร

เวลาให้ฝึกสอน ผลลัพธ์ออกมาก็ไม่ดี

ผมละเสียดายเวลา เสียดายเงินของบางคนจริง ๆ

(แต่เจ้าตัวเขาอาจจะไม่ได้คิดอย่างนี้ก็ได้ เพราะเงินเยอะ)

แต่ละคนก่อนมาเรียนกับผมนี่ มีความเก่ง เจ๋ง เก๋า

แบบไม่ธรรมดากันทั้งนั้นเลย

หลายคนเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนา

หน้าที่การงานดี เป็นผู้จัดการ ผู้บริหารก็หลายคน

จริง ๆ คนเหล่านี้มีของดีติดตัวมาระดับหนึ่งแล้ว

แต่ปัญหาคือ บางคนขาดวินัยในตัวเอง

ไม่ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

หลายคนเรียนจบไปแล้ว ไปเป็นวิทยากร

ยังสอนเหมือนเดิม ยังทำเหมือนเดิม

เมื่อคิด พูด ทำ เหมือนเดิม

ก็ถือว่าตัวเขายังไม่ได้พัฒนา

คำว่าพัฒนาตัวเอง ผมหมายถึง

ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และให้ผลเชิงบวก

เช่น ความคิดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

พฤติกรรมและการพูดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

วิธีการทำเปลี่ยนไป ลองใช้วิธีใหม่ ๆ ที่ได้รู้หรือเรียนมา

จนทำให้ ผลลัพธ์ที่เคยเป็น เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

นั่นจึงถือว่าเกิดการพัฒนาตนเองอย่างสมบูรณ์

เพราะเกิดการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่

ไปใช้จริงจนทำให้เจ้าตัวได้ผลลัพธ์ หรือผลงานที่ดีกว่าเดิม

.............................................................................

 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net