วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากฮาราจูกุ ไปชินจูกุ



                      เที่ยวญี่ปุ่นมา 9 วันแล้ว  เหลือเพียงวันนี้วันเดียวก่อนกลับเมืองไทย   เป็นวันสุดท้ายในญี่ปุ่นก็ต้องตลุยเที่ยวโตเกียวกันหน่อย  สถานที่สำคัญที่ตั้งใจไว้มี 3 แห่ง จุดแรกคือ วัดเซ็นโซจิ ย่านอาซากุสะ ที่มีโคมแดงขนาดใหญ่แขวนไว้ที่ซุ้มประตู  สถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ นำเสนอไปแล้วในentry ก่อน   อีก 2 แห่งที่จะไปคือ ฮาราจูกุ และชินจูกุ  ชื่อคล้ายกันแต่สภาพ แวดล้อมต่างกัน  ฮาราจูกุมีศาลเจ้าเมจิอยู่ในสวนป่าไม้หนาทึบร่มรื่น และมีตรอกทาเคชิตะ ถนนคนเดินสินค้าแฟชั่นของวัยรุ่น ใครไม่อยากตกเทรนด์ต้องมาที่ฮาราจูกุ   แต่ที่ชินจูกุเป็นป่าคอนกรีต  มีตึกสูง ๆ สถาปัตยกรรม์ล้ำยุค  รูปแบบอาคารสวยงามชวนให้ตื่นตา

                     เราขึ้นรถใต้ดินจากอาซากุสะ เพื่อจะไปฮาราจูกุ  ซื้อตั๋วไปลงสถานี Ueno แล้วต่อสายบนดิน Yamanote line ไปลงสถานีฮาราจูกุ  เพื่อเที่ยวชมศาลเจ้าเมจิ (Meji Jingu) อยู่ในสวนป่ากลางกรุงโตเกียว  มีต้นไม้สูงใหญ่หนาทึบ เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต สร้างขึ้นเมื่อค.ศ. 1920  เพื่ออุทิศแด่ดวงวิญญาณของจักพรรดิ์MejiและจักพรรดินีShoken   ช่วงปีใหม่จะมีงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่น   สถาปัตย์กรรมแบบญี่ปุ่นทำด้วยไม้ล้วน ๆ  ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  มีการบูรณะขึ้นใหม่ราวปี ค.ศ.1958

                     พอถึงสถานีฮาราจูกุ (Harajuku) เดินอ้อมสถานีไปทางขวาก็จะเห็นประตูโทริอิ ขนาดใหญ่ ทำด้วยซุงทั้งต้น ขนาด 3 คนโอบ  ผ่านเข้าสู่บริเวณร่มครึ้มเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่หนาแน่น ทางเดินกว้างขวาง ราว 20 เมตร เดินลึกเข้าราวๆ  2 กม.  ตลอดทางมีนักท่องเที่ยวเดินเข้าออกไม่ขาดสาย    เดินไปได้ครึ่งทาง ด้านขวามือก็จะเห็นซุ้มโชว์ถังเหล้าสาเกขนาดโอ่งใบกลางของไทย  แต่ละถังมีศิลปะตรายี่ห้อ และลวดลายตัวอักษรสวยภาญี่ปุ่น   ตั้งเทินกันนับร้อยยี่ห้อ  ชวนให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพถังสาเกหลากหลายมุมมอง   ส่วนทางด้านซ้ายเป็นซุ้มถังไวน์สีไม้โอ๊ก ไม่สวยสดุดตาเหมือนถังเหล้าสาเก    ทั้งเหล้าสาเกและเหล้าไวน์เหล่านี้ได้รับบริจาคมาจากประชาชน เพื่อจะนำไปใช้ในพิธีสำคัญ และงานฉลองต่างๆ ของศาลเจ้าประจำปี  โดยเฉพาะช่วงปีใหม่เป็นงานสำคัญที่ชาวญี่ปุ่นจะแห่กันมาสักการะอย่างเนืองแน่น   และคู่แต่งงานก็นิยมมาทำพิธีที่ศาลเจ้าแห่งนี้ด้วย

                     หลังจากเดินเพลินชมศาลเจ้าเมจิหลายแง่มุมแล้ว  ก็กลับมาที่สถานีฮาราจูกุ โดยไม่ได้เข้าไปในถนนคนเดินทาเคชิตะ เพราะเราไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว  ขึ้นรถไฟสายJRไปชินจูกุ   เพียง2สถานี ก็ถึงสถานีชินจูกุอันคึกคักด้วยผู้คน    ชินจูกุเป็นย่านการค้าและเศรษฐกิจที่ชื่อดังของญี่ปุ่น  เต็มไปด้วยอาคารร้านค้า และตึกสูง  ตั้งเรียงราย มีทั้งความสวยงามทางสถาปัตยกรรม และความสูงเด่นอวดชาวโลก  เชื่อในฝีมือของวิศวกร และสถาปนิกชาวญี่ปุ่น  ที่สามารถสร้างตึกสูงรองรับการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ได้   เราเดินออกจากสถานีรถไฟชินจูกุชมตึกสูงและสวยแบบแหงนคอตั้งบ่าไปตลอดทาง  เพียง 1 กม.เศษก็ถึงตึกแฝดโตเกียว-ชินจูกุ  Tokyo Metropolitan Government Bidg. เป็นอาคารที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นโตเกียว  อาคารสูงแห่งนี้ เขาเปิดฟรีให้ขึ้นไปชมวิวกรุงโตเกียวบนชั้นที่ 45  ตึกนี้ออกแบบโดยสถาปนิกญ่าปุ่นดังระดับโลก ชื่อ เคนโซ ทันเกะ (Kenza Tange) ผู้ออกแบบสนามกีฬาโอลิมปิคโตเกียว เมื่อปีค.ศ.1962

                      โชคดีที่ได้ขึ้นลิฟรวดเดียวถึงชั้น 45 ไปชมวิวทิวทัศน์กรุงโตเกียวรอบด้าน เห็นหอสูงโตเกียวทาวเวอร์สีแดง  และหอสูงโตเกียวสกายทรีอยู่ไม่ไกลนัก   ถ้าอากาศแจ่มใสจะมีโอกาสได้เห็นภูเขาฟูจิ ที่อยู่ไกลลิบ 

                      ลงจากตึกสูงเดินกลับไปที่สถานีรถไฟชินจูกุ  เพิ่งจะถึงบางอ้อว่ามีทางเดินใต้ดินกว้างราว 6 ม.  ทอดยาวจากบริเวณตึกแฝด ตรงไปโผล่ที่สถานีรถไฟชินจูกุเลย  เดินสบาย ๆ ไม่ต้องพะวงเรื่องข้ามทางม้าลาย    ไปญี่ปุ่นอย่าลืมซ้อมเดินให้เก่งไว้นะครับ  แม้จะมึรถไฟฟ้าให้บริการอย่างสะดวกสบายก็จริงอยู่  แต่ก็ต้องเดินขึ้น ๆ ลง ๆ ตามสถานีรถไฟใต้ดินและบนดินกันจนเมื่อย  ซ้อมเดินให้เก่งเข้าไว้ จะได้ไม่ต้องบ่นว่าเดินเหนื่อยเมื่อได้มาเที่ยวญึ่ปุ่น กันนะครับ  

 ภาพมุมมองจากย่านอาซากุสะ ไปยังตึกอาซาฮี ที่มีฟองเบียร์สีเหลือง

  โคมแดงหน้าวัดเซ็นโซจิ  จุดถ่ายภาพยอดฮิตของนักท่องเที่ยว

  อีกมุมมองจากย่ายอาซาอุสะ เห็นหอสูงโตเกียวสกายทรี

   ภาพศิลปะทำจากกระเบื้องเคลือบดินเผา ที่สถานีรถไฟใต้ดินอาซากุสะ

    ภาพเล่าเรื่องราวประเพณีญี่ปุ่นโบราณ

   ในภาพมีทั้งขบวนแห่แบบโบราณ และรถไฟสมัยปัจจุบันด้วย

   ในกรุงโตเกียวจะไปที่ใดทุกทิศทาง  มีรถไฟให้บริการทั่วถึงทุกแห่ง

              ถึงแล้วสถานีรถไฟฮาราจูกุ

   มุมมองระหว่างทางเดินจากสถานีฮาราจูกุไป ศาลเจ้าเมจิ

  โรงยิมโยโยกิที่ฮาราจูกุ สถาปัตยกรรมล้ำยุค สมัยโอลิมปิค ปี ค.ศ.1964

  เสาประตูโทริอิ ทางเข้าศาลเจ้าเมจิ ทำด้วยซุงทั้งต้น

      เทียบขนาดเสาประตูโทริอิ ซุงทั้งต้นกับคน

                     ซุ้มถังเหล่าสาเกริมทาง

      หลากหลายมุมมอง ถังเหล้าสาเก หลายยี่ห้อ

        ภาพริมทางเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์สมัยเมจิ

          ภาพหลากหลายเหตุการณ์ สมัยจักรพรรดิ์เมจิ

                      หน้าศาลาศาลเจ้าเมจิ

   ยืนไหว้ภาวนาและเคารพตรงประตูด้านหน้า  และจุดนี้ห้ามถ่ายภาพ

               บริเวณหน้าอาคารศาลเจ้าเมจิ

                จากฮาราจูกุไปอีก 2 สถานี ก็ถึง สถานีชินจูกุ

     อาคารTokyo Metropolitan Government Building เปิดให้เข้าชม

        ลานกว้างภายในบริเวณอาคาร เป็นอาคารแฝด สูง 47 ชั้น

             มีประติมากรรม และสวนหย่อมโดยรอบ

        ปฏิมากรรมเหล็กโครงสร้าง  บอกถึงความมั่นคงแข็งแรง

        รัฐบาลท้องถิ่นโตเกียวเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ขึ้นไปชมวิวบนชั้นที่ 45

     ตึกทรงกลมเป็นส่วนหนึ่งของตึก Mode Gakuen Cocoon Tower

          ใคร ๆ มาก็ชอบ ตึกสวยMode ทรงลูกหนำเลี๊ยบแห่งนี้

      อาคารชื่อ Mode Gakuen Cocoon Tower ใช้เป็นศูนย์การศึกษา

     หลากหลายมุมมองอาคารสวย ทั้งระยะใกล้และไกล

            หลากหลายตึกสูงในบริเวณเดียวกัน

    ทางเดินเท้าใต้ดินจากตึกแฝดมาโผล่ที่โล่ง หน้าสถานีรถไฟJR Shinjuku

          มุมมองจากชั้นใต้ดิน ที่โล่งด้านหน้าสถานีรถไฟชินจูกุ

โดย ลุงต้าลี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net