วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แม่มดในอดีต


แม่มดนั่งบนไม้กวาดแล้วบินผ่านดวงจันทร์
คือสัญญลักษณ์คลาสิคของวันฮาโลวีน
และส่วนมากเธอจะเลี้ยงแมวดำ อีกา หรือ
มีเสียงหัวเราะแบบคนเจ้าเล่ห์/มีเล่ห์เหลี่ยม
แต่แม่มดในประวัติศาสตร์จริงที่ผ่านมา
จะไม่เหมือนกันนวนิยายเรื่อง Harry Potter เลย

เรื่องราวของแม่มดในอดีต/วันเก่า ๆ 
มักจะคนหม้อต้มยาในเมืองเล็ก ๆ 
ท่าทางไม่ชอบมาพากล
หรือเจ้าเล่ห์เพทุบายมีอำนาจครอบงำคนอ่อนแอกว่า
เรื่องราวของแม่มดเหล่านี้
อาจจะทำให้ต้องฉุกคิดในเรื่องเหล่านี้
หรือยิ้มปนสังเวชกับเรื่องราวของพวกเธอ

หมายเหตุ  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน




1.) Moll Dyer.

Moll Dyer เป็นสตรีที่อยู่ตามลำพังในเขตชายขอบหมู่บ้าน
St. Mary's County รัฐ Maryland  ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด
ชาวบ้านได้เผากระท่อมของเธอ  แต่เธอหลบหนีรอดชีวิตได้
โดยหนีเข้าไปในป่า  เชื่อกันว่า เธอสาปให้ชาวบ้านหมู่บ้านแห่งนั้น
ต้องตายกับโรคร้ายและตกอยู่กับฤดูหนาวอันแสนยาวนานเป็นเวลาถึงหลายปี
ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตบนก้อนหินก้อนหนึ่งที่ยังคงมีหลักฐานอยู่จนทุกวันนี้


Credit : legionofpagans  http://goo.gl/ThTVdo
 



2.) Maret Jonsdotter.

Maret Jonsdotter คือ สตรีชาวสวีเดนคนแรก
ที่ถูกกล่าวหาโดยเสียงคนส่วนใหญ่ในการล่าแม่มด
ด้วยข้อหาจับผู้ชายมาควบขี่แบบม้าด้วยการใช้คาถาอาคมมืด Blockula
พร้อมกับจัดการพวกเหยื่ออย่างโหดร้ายด้วยการช่วยเหลือของปีศาจ
เธอไม่ยอมรับสารภาพแม้ว่าจะถูกทรมานอย่างแสนสาหัส
แม้ว่าในตอนแรกยังไม่มีกฎหมายให้ประหารชีวิตเธอ
แต่โชคร้าย  ชาวเมืองตั้งกฎหมู่ขึ้นมาใหม่
โดยการตัดหัวของเธอแล้วเผาร่างเธอที่มัดติดกับเสาหลักประหาร



Credit : marcanhaber  http://goo.gl/soOlup
 



3.) Angela de la Barthe.

Angela de la Barthe ถูกจับเผาทั้งเป็นกับหลักประหาร
หลังจากการพิจารณคดีของศาลศาสนาในปี  1275 
ด้วยข้อหาการใช้เวทย์มนตร์คาถา พร้อมกับข้อหา
ให้กำเหนิดปีศาจหมาป่างู ที่กินบรรดาเด็ก ๆ ลูกชาวบ้าน
(snake-wolf demon monster) 
  



Credit : blogspot http://goo.gl/erTVs4
 



4.) Marie Laveau.

รู้จักกันดีในฉายา ราชินีวูดูแห่งนิวออร์ลีนส์
(The Voodoo Queen of New Orleans)
เชี่ยวชาญในการปัดเป่าด้วยเวทย์มนตร์คาถา การควบคุมจิต
พลังทางโทรจิต และแม้แต่น้ำมันพราย(ทำให้คนหลงรัก)
เธอไม่เคยถูกตั้งข้อหาใด ๆ ในการใช้เวทย์มนตร์คาถา
มีชาวบ้านมากกว่า 12,000 คนมาร่วมพิธีศพของเธอ



Credit : gonola http://goo.gl/T5Sfkw
 



5.) Dame Alice Kyteler.

เรื่องนี้ควรให้ความเป็นธรรมกับ Alice Kyteler
แม่มดหญิงคนแรกของ Ireland
ในปี 1324 ที่ Ireland มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก
แต่เพราะเธออยู่กินกับสามีเป็นคนที่ 4 แล้ว
ถือว่าเป็นเรื่องมากเกินไปสำหรับบาทหลวงทางคริสตจักร
เธอจึงถูกกล่าวหาว่า ร่วมมือกับบรรดาพ่อมดแม่มด
และมีสัมพันธ์ทางเพศกับปีศาจ incubus
(ปีศาจที่มาร่วมประเวณีกับผู้หญิงขณะนอนหลับ)



Credit : whitemagicwitch http://goo.gl/a9AtNG
 



6.) The Salem Witches.

คดีแม่มดใน Salem Witch เริ่มในปี 1692 
เมื่อลูกสาวกับหลานสาวของนักบวชรายหนึ่ง
ได้แสดงท่าทางตลก พร้อมกับกรีดร้อง
และขว้างปาข้าวของหลายอย่าง
หมอประจำเมืองได้วินิจฉัยว่า
พวกเธอทั้งสองคนถูกผีสิง
และต่อมาไม่นานมีคนอีก 200 คน
ที่ถูกกล่าวหาว่าเลี้ยงผีหรือใช้เวทย์มนตร์คาถา
ทำให้มีคนถึง 20 คนถูกประหารชีวิต
เพราะอาชญากรรมดังกล่าว

 



7.) Agnes Waterhouse.

ในปี 1566 Agnes Waterhouse คือสตรีคนแรกของอังกฤษ
ที่ถูกประหารชีวิตด้วยข้อหาใช้เวทย์มนตร์คาถา(แม่มด)
มนตร์ดำของเธอทำให้ผู้ชายในเมืองล้มตายจำนวนมาก
และเธอยังเลี้ยงแมวตัวหนึ่งที่มืชื่อว่า ซาตาน (Satan)
(สาวกของปีศาจที่แปลงร่างเป็นงูมาล่อลวงให้อีฟกับอาดัม
กินผลแอปเปิ้ลในสวนอีเดนที่พระเจ้าห้ามไว้
จึงถูกลงโทษขับไล่จากสวนสวรรค์มาอยู่บนโลกมนุษย์)
ในขณะที่เธอกำลังเดินไปที่หลักประหาร
เธอยังพยายามจะฆ่าผู้ชายคนหนึ่งด้วย
แต่เพราะว่าผู้ชายคนนั้นเชื่อมั่นและศรัทธาในพระเจ้า
จึงได้รับการคุ้มครองปกป้องจากมนตร์ดำปีศาจของเธอ



Credit : historywitch  http://goo.gl/n4DYKh
 



8.) Merga Bien.

ในปี  1603 เจ้าชายเยอรมันนี Balthasar von Dernbach แคว้น Fulda 
เริ่มการล่าแม่มดด้วยการจัดการกับ  Merga Bien เป็นคนแรก
ด้วยข้อหาการเป็นแม่ม่ายถึง 2 ครั้ง  และเพิ่งจะแต่งงานกับสามีคนที่ 3
ลูกน้องของเจ้าชาย  Von Dernbach ทรมานเธอจนยอมรับสารภาพว่า
เธอใช้เวทย์มนตร์คาถามืดในการฆ่าสามี  2 คนก่อน
แม้ว่าเธอจะตั้งท้องในช่วงการพิจารณาคดีว่าเป็นแม่มด
ทำให้เธอคิดว่าเธอจะรอดตายจากการประหารชีวิต
แต่เจ้าชาย  Von Dernbach กลับกล่าวหาว่า
ลูกของเธอเป็นลูกของซาตาน
เธอจึงถูกเผาไฟทั้งเป็นพร้อมกับหลักประหาร



Credit : marktokorb http://goo.gl/aYMm2C



เรียบเรียง/ที่มา http://goo.gl/HYPFER

โดย ravio

 

กลับไปที่ www.oknation.net