วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ในแววตาเล็ก ๆ ของเด็กชายภูเขา ตอน ทะเลกอดภูเขา


ตอน ทะเลกอดภูเขา

                         เช้านั้น หลังทานติ่มซำหน้าสถานีรถไฟ พี่ชัย พี่นก น้องพราว มารับพวกเราไปส่งที่ท่าเรือควนตุ้งกู ท่าเรือเงียบ ๆ ที่มีร้านน้ำชาเล็ก ๆ  “รอนานไหมครับ” ชายหนุ่มที่มารับถาม

“ผมขอเตรียมเสบียงก่อนนะครับ อีกสักพักค่อยเดินทาง พี่เข้าห้องน้ำก่อนนะครับ ต้องนั่งในเรือกเกือบสามชั่วโมง” เป็นคำแนะนำที่ข้าพเจ้าอมยิ้มและทำตาม สักพักเครื่องก็พร้อม เด็ก ๆ พร้อมนานแล้วกระโดดลงเรือเพื่อออกเดินทาง

                   เรือค่อย ๆ ห่างฝั่ง หัวใจเด็ก ๆ เริ่มพองโต กลิ่นสะอาดในยามสายของมหาสมุทรคงทำให้พวกเขาหัวใจร้องรำทำเพลง เด็กชายภูเขาเดินไปนั่งที่ส่วนหน้าของเรือยื่นหน้าให้ละอองทะเลกระทบ ปล่อยมือละคลื่น
“อยากโดดน้ำแล้ว” เด็กชายหันมาบอก

“เราออกเรือมายังไม่ถึง 20 นาทีเลยนะ” ข้าพเจ้าบอก ใช่...ข้าพเจ้าเข้าใจประโยคนั้นของเด็กเหลือเกิน ทะเลกว้าง น้ำใส สมควรแล้วที่เราควรเล่นน้ำแต่คงไม่ใช่กลางทะเลแบบนี้

                        เมฆหนาแน่นมากแต่ไม่มีฝน บังเส็น คุณลุงเจ้าของเรือที่จะเป็นคนดูแลการเดินทางของพวกเราบอกเด็ก ๆ ว่า หากเราโชคดีจะเจอพะยูนและโลมา ลองมองหาดูนะ เด็กชายภูเขาทั้งสองยิ้มกว้าง

“จะมองเห็นเลยเหรอครับ” เด็กถาม

“ถ้าเราโชคดีนะ ลุงเคยเจอเขาว่ายอยู่ข้าง ๆ เรือเลยล่ะ ลองมองดู”  ลุงยืนยัน เด็กนั่ง ๆ นอน ๆ คล้อยหลับไปจนมองเห็นเกาะรอกอยู่ไม่ไกลแต่ไกล ทุกคนต่างนั่งในมุมของตัวเองอีกครั้ง น้ำสีเขียวสวยกระทบแสง บังเส็นเดินขึ้นมาที่หัวเรือก้มหยิบเอ็นที่ม้วนอยู่กับไม้

 

“เดี๋ยวลุงจะปล่อยเบ็ดนะ ถ้าเราได้ปลาเย็นนี้เราจะมีปลากิน” ลุงบอกด้วยความหวัง

“เรือแล่นไป แล้วเราจะรู้ได้ไง ว่าปลากินเบ็ดแล้ว” เด็กชายภูเขาคนโตถาม

“ถ้าปลากินแล้ว อันนี้จะจม” บังเส็นชี้ไปที่ไม้สีแดงที่มัดกับเอ็นไว้หน้าตาคล้ายเครื่องบินลำจิ๋ว เด็ก ๆ ยังงงกับหน้าที่ที่เจ้าเครื่องบินแดงทำจึงทำหน้างงมากค้างไว้ บังเส็นจึงอธิบายอีกครั้งอย่างละเอียดว่าหากปลากินเบ็ด ปลาก็จะดึงเหยื่อ เจ้าสีแดงนี้เนี่ย จะจมลงไปเท่านั้นล่ะ เราก็มีปลากิน เด็กชายจึงได้ร้องอ๋อพร้อมกัน...


            ขณะที่รอความหวังว่าค่ำนี้จะได้กินปลา พลันนั้นเองเสียงร้องของเด็กก็ลั่นขึ้น “โห ฝูงปลาบิน” ทุกคนหันไปในองศาสายตาของเจ้าของเสียง ฝูงปลานกกระจอกนับร้อยกระโดดเรียงแถวล้อเล่นคลื่น ฝูงปลาคงได้ยินเสียงยินดีของเด็ก ๆ จึงจัดท่วงท่ากายกรรมอีกหลายระลอก เด็ก ๆ ยืนขึ้นและยังส่งเสียงดีใจที่ได้เห็นภาพแบบนี้กับตาตัวเอง


“โอ้โห สุดยอด” เด็กชายภูเขาชูไม้ ชูมือชี้ที่เหนือน้ำทะเล
ขณะนั้นเองที่ข้าพเจ้าเห็นรอยยิ้มกว้างของบังเส็น รอยยิ้มที่ไม่ได้มองที่ฝูงปลา แต่เป็นรอยยิ้มที่มองมาทางเด็ก ๆ ในฐานะชาวประมงลุงคงเห็นภาพฝูงปลาบินแบบนี้บ่อย ๆ แต่การที่ได้เห็นลิงกระโดดร้องอย่างรื่นเริงบนเรือคงไม่บ่อยนัก ลุงบอกเด็ก ๆ ว่านั้นคือฝูงปลานกกระจอก หลังสิ้นสุดการแสดงอันมหัศจรรย์เหนือผิวน้ำ เด็ก ๆ กลับลงมานั่ง

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้กับตาตัวเอง” ภูเขาคนโตพูด

“สวยมากเลยอ่ะแม่ ถ่ายรูปทันไหม” ภูเขาลูกจิ๋วถามน้ำเสียงยังคงตื่นเต้นดีใจ


“ไม่ทันหรอก มัวแต่มองด้วยตาอยู่ ไม่ได้หยิบกล้องด้วยซ้ำ”

ข้าพเจ้าตอบหันไปมองทะเลแล้วยิ้มกว้าง

เป็นความอิ่มใจที่ได้พาพวกเขามาพบ เป็นสิ่งเล็กน้อยที่กระทบคลื่นหัวใจเด็ก ๆ ฉับพลัน

                        

โดย ภูพานลานดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net