วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มาตรการช่วยเหลือชาวนาแค่ไร่ละ 1,000 บาท จะไหวเหรอ ?


ระยะนี้ผมกลับบ้านที่สุพรรณฯ บ่อยมาก

เลยได้เจอและพูดคุยกับชาวนา

บ้านบางแม่หม้ายบางคน

เขาถามว่าผมเห็นด้วยกับมาตรการ

ช่วยชาวนาของรัฐบาลนี้ไหม

 

ได้ยินคำถามตอนแรกแล้วก็งง ๆ ตามไม่ทัน

เพราะช่วงนี้ไม่ได้อัพเดทข่าวคราวเลย

แต่ก็ถามกลับไปว่ามาตรการมันเป็นยังงัย

เขาตอบว่า รัฐบาลนี้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท

รายละไม่เกิน 15,000 บาท ...

 

ตอนนั้นผมยังไม่รู้รายละเอียดของมาตรการนี้

ก็เลยยังไม่ตอบอะไรไป

เนื่องจากข้อมูลไม่แม่น เดี๋ยวจะพูดผิดไป

แต่ก็ถามเขาว่า แล้วเขาเองคิดยังงัย

เขาบอกรู้สึกว่าให้น้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับ

นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลก่อน ...

ผมก็เลยบอกไปว่าเดี๋ยวถ้ามีเวลา

จะหาข้อมูลเรื่องนี้ แล้วกลับมาคุยด้วยใหม่ ...

เช้านี้ผมกลับมาตามข่าวจากอินเตอร์เน็ต

และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ที่รับอยู่เป็นประจำ

เพียงแต่ช่วงนี้ไม่มีเวลาก็เลยสุมกองไว้ก่อน

กะว่าจัเอาไว้อ่านวันหยุด

แต่ด้วยความอยากรู้เรื่องที่ชาวนาถามนี้

เลยรีบหาข้อมูล

โชคดีที่หนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวาน และวันนี้

พูดถึงเรื่องข้าวอยู่พอดี ...

 

 

อ่านเสร็จก็ พอที่จะปะติดปะต่อ

เรื่องราวจากข่าวได้คร่าว ๆ  สรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้ ครับ

1.ทีดีอาร์ไอ ได้เปิดเผยผลการศึกษา

เรื่องการจำนำข้าวของรัฐบาลก่อน

พบว่ามีการทุจริตรั่วไหลไป 1.09 แสนล้านบาท

และจากการประเมินมูลค่าข้าวในสต็อก

ปรากฎว่าขาดทุนไปแล้ว 6.6 แสนล้านบาท

(สรุปว่า โครงการรับจำนำข้าว

จำกัดความเสียหายของโครงการ ได้ยากมาก

ผมถือว่านี่เป็นบทเรียนราคาแพงสุด

ในประวัติศาสตร์กาทุจริตรข้าวไทย

ที่คนไทย ชาวนาไทย นักการเมือง

และข้าราชการประจำ ต้องเรียนรู้ร่วมกัน

อย่าให้มันเกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้นมาอีก)

 2. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี

ได้ชี้แจงถึงมาตรการกระตุ้นเสรษฐกิจ

ด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท

รายละไม่เกิน 15,000 บาท

โดยจะใช้งบประมาณช่วยเหลือ ทั้งหมด 4 หมื่นล้านบาท

(วิธีนี้สามารถจำกัดวงเงินงบประมาณได้ชัดเจน

ตรวจสอบได้ดีกว่าโครงการรับจำนำข้าว

ที่มีเงินรั่วไหลจากการทุจริตไปเป็นแสนล้านบาท)

 3.จำนวนชาวนาทั้งระบบทั่วประเทศมี 3.4 ล้านราย  

โดยโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลก่อน

มีชาวนาที่ได้รับประโยชน์เพียง 1.6 ล้านราย

ขณะที่ชาวนาอีก 1.8 ล้านราย

ที่มีที่ดินต่ำกว่า 20 ไร่ ซึ่งเป็นชาวนาที่ยากจน

ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการจำนำข้าว

(แสดงว่า ชาวนาที่รวยที่ดิน ชาวนารายใหญ่

ได้ประโยชน์จากโครงการจำนำข้าว

ส่วนชาวนา ที่จนที่นา รายยิบรายย่อย  

ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการจำนำข้าว

 4. มาตรการช่วยเหลือชาวนาล่าสุดนี้

ชาวนาจะได้รับเงินน้อยกว่าโครงการรับจำนำข้าว

แต่ชาวนาทั้งระบบ ทั้งรายเล็กรายใหญ่

จะได้รับความช่วยเหลือเหมือนกันทุกราย

(เรียกว่าเปลี่ยนจาก การช่วยเหลือชาวนาบางกลุ่ม

ด้วยเงินจำนวนเงินที่เยอะกว่า

เป็นช่วยเหลือชาวนาทุกราย ๆ ละไม่เยอะ

แต่ได้เท่ากันทุกราย)

5.วิธีการใช้เงิน 4 หมื่นล้านบาท

เพื่อช่วยเหลือชาวนาตามมาตรการล่าสุดนี้

มั่นใจได้ว่า เงินช่วยเหลือถึงมือชาวนาแน่นอน

เพราะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีชาวนาโดยตรง

(เรียกว่า ป้องกันไม่ให้เหลือบ ลิ้น ไร ตัวไหน มา

เกาะหลังชาวนาหากินเหมือนกับโครงการจำนำข้าว

ของรัฐบาลก่อน)

 6. สำหรับผลการตรวจสต็อกข้าวของรัฐนั้น

ท่านรองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้รับรายงานว่า

ในสต็อกมีข้าวคุณภาพดี ที่ไม่มีอะไรเจือปน

อยู่เพียงแค่ 10%

อีก 70% เป็นข้าวคุณภาพต่ำ

ซึ่งเกิดจากการเก็บไว้ในสต็อกนาน

จนเมล็ดข้าวสีขาวกลายเป็นสีเหลือง

ข้าวคุณภาพต่ำ(ส่วนใหญ่) นี้

ถ้าขายออกไปิจะได้ราคาต่ำ

ถ้าจะให้ได้ราคาดี ต้องนำข้าวไปปรับปรุงสภาพก่อน

ซึ่งนั่นหมายถึงว่าจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก

และข้าวที่เหลือในสต็อกอีก 20% เป็นข้าวเสีย ใช้การไม่ได้ ...

ผมได้พยายามย่อยข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องข้าว

ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ เพื่อนำไปพูดคุย

กับชาวนาบางแม่หม้าย ที่ถามผม

เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือชาวนา

ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ ...

และกะว่าจะบอกให้ชาวนาอีกหลายคนที่สงสัยเรื่องนี้

เข้ามาอ่านในบล็อกนี้ แล้วใช้วิจารณญาน

อ่านไปคิดไป ด้วยสติ ด้วยเหตุด้วยผล

คิดหน้าคิดหลังให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจว่านโยบาย

หรือมาตรการไหน ดีหรือไม่ดี

เพราะปัญหาเรื่องข้าวนี้มีตัวแปรเกี่ยวข้องมากมาย

ส่วนตัวผมเอง มีที่นาไม่เกิน 20 ไร่ ไม่ได้ทำนาเอง

แต่ให้เพื่อนบ้านมาเช่าไปทำนา

มีความเห็นสั้น ๆ 3 ข้อ คือ

 

1. เห็นใจชาวนาจน ๆ ที่นาน้อย ๆ

ที่เป็นกลุ่มรากหญ้าตัวจริงเสียงจริง

ที่ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อน

จากนโยบายจอมปลอมของรัฐบาลประชานิยม

ที่ผ่าน ๆ มาทุกรัฐบาล

 

2. เห็นใจรัฐบาลปัจจุบัน ที่ต้องเข้ามาแก้ปัญหา

เรื่องข้าวและชาวนาที่ได้รับผลกระทบ

ต่อเนื่องมาจากทุกรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลที่แล้ว

 

 3. ข้อเสนอแนะส่วนตัวคือ อยากให้พี่น้องชาวนารายย่อย

ลดการพึ่งพิงคนอื่น อย่าคาดหวัง

ความช่วยเหลือจากรัฐบาล

นายทุน หรือใครก็ตาม ที่พูดสัญญา

ว่าจะช่วย ว่าจะให้ โน่นนี่นั่น

 

ที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยทำได้ตามที่พูด

เขาไม่มีความจริงใจกับชาวนาอย่างแท้จริง

แล้วพวกเราจะยังเชื่อเขา ยังยอมให้เขาหลอกอีกหรือ

นักการเมืองที่ผ่านมาส่วนใหญ่เลว และเห็นแก่ตัว

ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และพวกพ้องเป็นหลัก  

ฉะนั้นตัวเราเองต้องพึ่งตัวเอง ร่วมมือกัน

ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

มีความอยากได้อยากเป็นแบบพอประมาณ

ความอยากมากเกินไป ทำให้เราติดบ่วงกิเลส

เพราะความอยากให้ผลผลิตดี ๆ

ขายข้าวได้เยอะ ๆ อยากได้เงินแยะ ๆ

พวกเราก็เลยต้องใช้ปุ๋ยใช้สารเคมีเร่งผลผลิต

ต้นทุนการผลิตก็สูงตามไปด้วย

 

ที่จริงตอนนี้มีชาวนาเมืองสุพรรณฯ บางส่วน (ที่ยังเป็นส่วนน้อย)

รวมตัวกัน หาวิธีปลูกข้าวใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์

งดการใช้สารเคมี ต้นทุนก็น้อยลง

ถึงแม้ผลผลิตต่อไร่จะน้อยลงในช่วงแรก แต่ต้นทุนต่ำ

พวกเราก็อยู่ได้ ผลผลิตหลาย ๆ คนที่ทำแนวนี้ก็ดี

มีชีวิตที่ดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

หมดหนี้หมดสิน แค่นี้ก็สุขมาก

และที่สำคัญเวลาเจอหน้ากัน

เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเม้าธ์นักการเมือง

เพราะเมื่อถึงจุดนั้น

เราไม่ต้องไปสนใจอะไรพวกเขาอีกแล้ว

ถึงเวลาที่ชาวนารากหญ้ารายย่อยทั้งหลาย

ต้องรวมตัวกัน ทำนาแบบพอเพียง

และเลิกพึ่งพาคนอื่นได้แล้ว

อัตตาหิ อัตโน นาโถ

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

เกิดเป็นคน ต้องยืนด้วยขาของเราเอง ครับ   

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net