วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปูจาผางประตีป....คืนยี่เป็ง


คืนยี่เป็งหรือคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง

เป็นเทศกาลลอยกระทง......ที่บ้านฉัน

เรามีความพิเศษกว่าที่อื่นคือบ้านเรานอกจากมีการลอยกระทงน้อย(กระทงเล็ก)แล้ว

เรายังมีประเพณีล่องสะเปา(สำเภา)

ซึ่งเมื่อคืนนี้เป็นวันลอยกระทงน้อย

และคืนวันนี้จะเป็นการแห่ขบวนกระทงใหญ่และล่องสะเปา

วันนี้เราว่ากันด้วยเรื่องกระทงน้อยและการตามประทีปก่อนนะคะ

การตามผางประตีป หรือการจุดประทีป 

เราจะจุดกันในคืนวันเพ็ญค่ะ

โดยจะจุดในบริเวณบ้านบนรั้วบ้านหรือบริเวณด้านนอกของบ้าน

ซึ่งความเชื่อเรื่องการตามผางประทีปนี้ก็มีตำนาน

ตามตำนาน "อานิสงส์ผางประทีป" เล่าว่า

ในอดีตกาลมีแม่กาเผือกกำลังกกไข่อยู่บนต้นไม้ใกล้ฝั่งน้ำ

ในวันนั้นก็มีพายุใหญ่พัดมา รังกาก็กระจัดกระจาย

ไข่กาทั้ง 5 ฟองก็ตกลงแม่น้ำแล้วไหลไปตามน้ำเชี่ยว

แม่กาเผือกนั้นเมื่อเห็นลูกๆ กระจัดพลัดพรายกันไป

คนละทิศละทางก็ออกตามหา แต่ก็ไม่พบ

แม่กาเสียใจมากจึงตรอมใจตาย

 

และได้ไปเกิดเป็นพกาพรหมอยู่บนสวรรค์

ส่วนไข่กาทั้ง 5 ฟองนั้น เมื่อไหลไปตามลำน้ำ

ก็มีแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค แลหญิงซักผ้าเก็บไปเลี้ยง

ไข่กาทั้ง 5 ฟอง เมื่อแตกออกก็กลายเป็นเด็กน้อย

เมื่อทั้ง 5 เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มก็ได้ออกบวชไปอยู่ป่า

และได้มาเจอกันโดยบังเอิญ ก็ได้ไถ่ถามความเป็นมาของกันและกัน

จึงรู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นพี่น้องกัน

 

ทั้ง 5 คนอยากจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ให้กำเนิดตน

แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักแม่ของตน กุศลนั้นจึงไปไม่ถึง 

       ร้อนถึงท้าวพกาพรหมต้องลงมาพบ

และเอาฝ้ายมันติดกันเป็นเกลียวแล้วดึงออก

มีลักษณะเหมือนตีนกาแล้วบอกให้ลูกๆ ทั้ง 5 คนนั้น

เอาไปใส่ผางน้ำมันแล้วจุดประทีปบูชา

กุศลนั้นก็จะส่งถึงแม่กาได้

ฝ่ายหนุ่มน้อยผู้เป็นลูกทั้ง 5 คนนั้น

ก็ได้บำเพ็ญบารมีจนได้มาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์

อันได้แก่ พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตมะ

และพระอริยเมตไตรย ตามชื่อแม่ที่ตนนำไปเลี้ยง

ดังนั้นในคืนยี่เป็งจะมีการเทศน์คัมภีร์อานิสงส์ผางประทีป

ใครได้ฟัง ได้จุดผางประทีปบูชา

ก็จะได้อานิสงส์ผลบุญแรง ทำให้ชีวิตอยู่ร่มเย็นเป็นสุข

ที่มา : http://www.kmarts.rmutl.ac.th/forum/index.php?topic=236.0

ต้องเพ่งมองด้านขวาของประทีปนะคะ

จะเห็นเจ้าแมวน้อยมาดูประทีปด้วยความสนใจ

พอเอาหน้าเข้าไปใกล้ไฟไหม้หนวด

เจ้าเหมียวสะดุ้งโหยงแล้ววิ่งหนีจู๊ดไปเลยค่ะ

เด็ก ๆ จะชอบการจุดผางประทีปมาก

ขอเป็นคนจุดเองเราวางเรียงตั้งแต่บันได้ ราวบันได และระเบียงบ้าน

แล้วปิดไฟ.....ออกมายืนดูกันข้างนอกบ้าน

ประมาณ ๑๕ นาทีไฟก็ดับเรียบร้อย

ฝนที่ตกทั้งวันทั้งคืนมาสามวันก็หยุดเอาตอนเย็นพอดี

เราจึงออกไปดูคนลอยกระทงในเมืองกันค่ะ

 เราหาที่จอดรถแล้วเดินไปที่บริเวณจัดงานคนเยอะมากค่ะ

เห็นแต่ท้ายทอยคนข้างหน้า

คนมากแบบนี้บ้านฉันแซวกันเล่น ๆ ว่า 

"คนนักจ๋นผ่ออะหยังบ่หัน หันก้าง่อน"

หมายถึงคนเยอะจนมองอะไรไม่เห็น เห็นแต่ท้ายทอยคนเท่านั้น

เห็นท่าจะจริงนะคะ.....ยิ่งเราตัวไม่สูง

ก็เห็นแต่ท้ายทอยคนข้างหน้าจริง ๆ ค่ะ

โคมไฟที่ประดับประดาไว้ทั่วเมือง

ถูกฝนสามวันสามคืน.....หางโคมไฟหลุดหายไปเลยค่ะ.....น่าสงสารจริงค่ะ

ระหว่างทางไปริมน้ำก็มีกระทงขายตลอดทางค่ะ

กระทงแบบนี้ต้นทุนสูงเพราะต้องรับมาจากร้านทำขนม

ราคาจึงแพงนิดหน่อยค่ะแต่ก็ทำได้น่ารักดี

ระหว่างทางเดินเราต้องผ่านวัดเชียงรายค่ะ

แวะไปไหว้พระหน่อยนะคะ

เพราะทางวัดเพิ่งปรับปรุงและเพิ่มสิ่งก่อสร้างขึ้นจนสวยงามแทบไม่เหลือเค้าเดิมค่ะ

เข้ามาด้านในคนน้อยหน่อยเดินสะดวกขึ้น

เข้าไปไหว้พระหน่อยนะคะ

 มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

มีแต่โคมลอยเต็มไปหมด

ฉันไม่ได้ลอยโคมหรอกค่ะ......ให้เหตุผลกับลูกว่า

การลอยโคมเป็นการกระทำที่ฉันไม่เห็นด้วย

มันทำให้เราเหมือนคนเห็นแก่ตัว

ลอยเอาเคราะห์เอาโศกปล่อยไปกับโคมลอย

แต่จะไปตกที่ไหน......ไม่รู้

โคมของเราอาจตกใส่หลังคาบ้านอาจทำให้เกิดไฟไหม้

หรือมันไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ กับใคร

สุดท้ายมันก็ยังคงเป็นขยะ.....ตกลงกลาดเกลื่อนอยู่ดี

ยิ่งเข้าใกล้ริมแม่น้ำคนก็ยิ่งมาก

มีการจัดเวทีสำหรับการแสดงอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำวังค่ะ

มีการถ่ายทอดทีวีด้วยค่ะ

ทีมงานถ่ายรูปก่อนทำงาน.....ท่าทางน่าสนุก

งานล่องสะเปาเป็นงานที่มีเหลือแค่ที่จังหวัดลำปางแห่งเดียวเท่านั้นค่ะ

ค่อยเล่าตอนหน้านะคะว่าด้วยเรื่องการล่องสะเปา

เวทีอยู่ไกลเชียวค่ะ.....แล้วคนเยอะมาก

ได้แต่ยื่นกล้องไปถ่ายมาส่วนตัวเราได้แต่ชะเง้อมองเท่านั้นค่ะ

คนแน่นจนหาทางลงท่าน้ำไม่ได้เชียวล่ะค่ะ

ฉันชวนลูกอีกแล้วว่า.....

เราไม่ลอยกระทงเนาะ......แม่ว่ามันคือขยะ

โดยที่ลืมนึกไปว่า.....เด็กอาจมีความรู้สึกอยากร่วมกิจกรรมนี้บ้าง

ถึงตอนนี้รู้สึกเหมือนเราไปตัดจินตนาการของลูก

เอาไว้ค่ำนี้ฉันจะลองถามดูว่าลูกอยากลอยกระทงไหม

ถ้าลูกอยากลอยกระทง.....เราจะลอยอันเดียวเพื่อไม่ให้เป็นภาระของเทศบาล

ในการจัดเก็บขยะ.....หลังจากเป็นกระทงได้แป๊บเดียว

สะพานแขวน.....เมื่อปีก่อน ๆ มีประชาชนขึ้นไปอยู่บนสะพานมากไปหน่อย

จนสะพานเกิดการไหวโคลงเคลง

มาถึงปีนี้จึงมีเจ้าหน้าที่คอยกันไว้ไม่ให้คนขึ้นไป

เพราะสะพานอาจไม่สามารถรับน้ำหนักคนจำนวนมากได้

ปลอดภัยดีค่ะ.....

โคมใบนี้จะลอยไปตกที่ไหนหนอ

เด็กโข่ง......ได้ลูกโป่งแล้วยิ้มแป้น

กลับบ้านกันดีกว่าค่ะ......ดึกแล้ว

พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน.......สวัสดีค่ะพี่น้องโอเคทุกท่าน

 

 

 

 

 

โดย จิตราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net