วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อ Poppy กระจ่าง ลบวันมืดหม่นสุดสายตา In London


Poppy ตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้ ถูกจัดเป็นวัชพืช ความอดทนต่อสภาพแวดล้อมจึงสูง ผลิดอกไหวเอนได้ง่ายในทุกพื้นที่ กระทั่งสมรภูมิรบ ที่ผืนแผ่นดินถูกรบกวนความสงบจนยากที่พืชพันธุ์ใดหยั่งรากลงได้ ยังแปรสภาพเป็นท้องทุ่งของดอกไม้สีแดงฉานให้เห็นมาแล้วสมัยสงครามเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน

Poppy ตามลักษณะ ถูกใช้สื่อถึงความสงบ การหลับใหล และความตาย จากคุณสมบัติที่สกัดมาเป็นฝิ่น และสีที่แดงดุจโลหิต

เมื่อ Poppy บานเต็มท้องทุ่ง Flanders ช่วงมหาสงครามโลก ก็ตรึงสายตา John McCrae แพทย์ทหารคาเนเดี้ยนผู้จับความรู้สึกมาบันทึกไว้ถึงเพื่อนที่สิ้นชีพ บทประพันธ์นั้นจุดความคิดให้ Moina Michael สตรีอเมริกันทำ Poppy ผ้าไหมประดับเสื้อเพื่อหาทุนช่วยทหารเมื่อกลับบ้าน

Madame Anna Guerin รับแนวคิดเอา Poppy มาใช้หาเงินฟื้นฟูฝรั่งเศสหลังสงคราม และข้ามมาคุยเพื่อขอส่ง Poppy มาขายกับ The British Legion ที่เพิ่งก่อตั้งเพื่อดูแลผู้ผ่านศึกและรอดชีวิตจากมหาสงคราม

 

Poppy ประดิษฐ์ ดอกแรกจึงเข้ามาถึงประเทศอังกฤษใน พ.ศ. 2464  

ปีนั้น The British Legion รับ Poppy มาขายเก้าล้านดอก   

ปีถัดมา Poppy Factory ก็ก่อตั้งขึ้นในกรุงลอนดอน  ดำเนินการผลิต Poppy กระดาษ เพื่อหาทั้งงานและเงินช่วยผู้ผ่านศึก ประชาชนสนับสนุนอย่างดีจนเหลือดอกไม้ขึ้นไปขายทางเหนือน้อยมาก จึงเกิดอีกโรงงานที่ประเทศสก๊อตแล่นด์ผลิตดอกที่ต่างกันตรงจำนวนกลีบ และไร้ใบ

จากจุดแรกเริ่มต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน Poppy Factory มีกระบวนการผลิตที่เสมือนหยุดเวลาไว้ในอดีต ตามวัสดุและวิธีดั้งเดิม กำหนดรูปแบบของดอกไม้อย่างเรียบง่าย ให้สองกลีบดอกกับหนึ่งใบประกอบเข้ากับก้านพลาสติกได้ด้วยมือเดียว  ให้สะดวกกับคนทำที่เป็นผู้ผ่านศึก ซึ่งส่วนมากทุพลภาพ กรรมวิธีสมัยใหม่ถูกนำมาใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อให้การผลิตคุ้มทุน

 

 

โรงงานอายุใกล้ร้อยปีแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ The Royal British Legion มีพนักงานประจำเพียงครึ่งร้อย ส่วนมากผ่านศึกและพิการ มีกำลังผลิตถึงปีละกว่าสี่สิบล้านดอก พวงมาลาอีกเป็นแสน ที่คิงและควีน ผู้นำในกองทัพและรัฐบาลใช้รำลึกถึงผู้เสียชีวิต สร้างรายได้เพื่อใช้ในกิจกรรมที่ประคองให้ ex-service men and women จากกองทัพสามารถจัดชีวิตกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ไม่ว่าสภาพร่างกายจะเป็นอย่างไร

Poppy จึงใกล้ชิดสังคมบริทิชมาตลอด ด้วยความหมายที่สื่อว่าไม่ทิ้งกัน

 

มหาสงครามโลกที่ประทุขึ้น  ในพ.ศ. 2457 ถือเป็นความขัดแย้งที่ส่งผลโหดร้ายที่สุดแห่งสงคราม

แต่มนุษย์ก็ไม่เคยจดจำ วันเวลาที่ล่วงเลยมาจนปัจจุบันไม่แสดงว่าข้อขัดแย้งของมวลมนุษยชาติลดน้อยลง  Conflicts ในมูลเหตุพื้นฐาน แปรรูปซับซ้อนขึ้นไปอย่างไรก็ไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ ทั้งระดับร่วมชาติ และนานาชาติ

 

ดอกไม้กระดาษอย่าง Poppy ยังไม่พ้นที่จะถูกวิจารณ์

คนจำนวนหนึ่งในวันนี้ เชื่อว่าการประดับดอกไม้สีแดง คือการ glorify ยกย่อง สงครามให้ยิ่งใหญ่ สร้างประเด็นโดยหยิบ White Poppy เป็นทางเลือก ทั้งที่ความหมายของ White Poppy แตกต่างแค่คำว่า ‘สันติภาพ’ ที่เติมและเน้นเพิ่มจาก ‘รำลึกถึง’ ที่ดูเป็นเรื่องของ ‘British’ อย่างเดียว

 

คนบางกลุ่ม จึงยังเลือกเอา สี มาแบ่งความรู้สึก

กำหนดเอาการหาทุนและทางเลือกในการปรับสมดุลชีวิตให้เป็นหน้าที่ของรัฐเพียงสถานเดียว ด้วยความยึดมั่นในหลักการ ที่พร่องความรู้สึกอ่อนไหวและความรับผิดชอบร่วมกันของมนุษยชาติ จนปลีกตัวจากการรับรู้และปฏิเสธการข้องแวะกับดอกไม้กระดาษสีแดงนี้

 

The Royal British Legion เคยถูกเสนอให้รวม Poppy ทั้งสองสีเข้าด้วยกัน แต่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า หน้าที่สำคัญของ Poppy เป็นเพียง ‘สัญลักษณ์’ ของการรำลึกถึงผู้ร่วงหล่น

ดอกไม้กระดาษต้นทุนต่ำนี้ จึงดูเรียบง่ายอย่างจงใจ ไร้ความสวยสดดังจริง แต่แทนค่าความรู้สึกรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในอดีต และสร้างทุนช่วยผู้ทุพลภาพในปัจจุบันได้สมบูรณ์ สะท้อนออกมาในเงินจำนวน 39 ล้านปอนด์ที่ระดมได้จากสาธารณชนในปีที่ผ่านมา

 

 

เมื่อ พ.ศ. 2557 เป็นเวลาหนึ่งศตวรรษของ The Great War ที่บางเหตุการณ์กำลังจะหมดไป อย่างการกลับมาพบกันของผู้รอดชีวิตจากสงครามนั้นเหลือจำนวนร่อยหรอลง ขณะที่สถานการณ์โลกเรื่องข้อขัดแย้งไม่เคยลดน้อย

บางส่วนของสังคมใช้เวลาครบรอบนี้ส่ง message เป็นข้อคิด ให้สังคมตริตรอง

 

The Tower of London เป็นพื้นที่สำคัญของมหานครลอนดอนทุกยุคสมัย รวมทั้งใน พ.ศ. 2457 ที่เป็นจุดเกณฑ์กำลังพล จุดเคลื่อนทัพออกสู่แนวรบ และเป็นแดนประหารสายลับของฝ่ายตรงข้าม หากลานโล่งกว้างของ Tower สามารถซึมซับความรู้สึก แม้เพียงเสียงกระซิบ หรือความคึกคะนองก่อนที่จะกลายเป็นอาวรณ์ ทอดถอนใจของชีวิตหนุ่มน้อยที่พ้นวัยเด็กได้ชั่วครู่ บริเวณนี้คงสะสมห้วงคำนึงของคนไว้มากล้นเกินจินตนาการ

 

 

 

 

 

ทหารที่ออกรบในเวลานั้น ถูกสั่งให้เขียนจดหมายร่ำลาครอบครัวให้พร้อม เมื่อใดที่ชีวิตปลิดปลิวจดหมายจะถูกส่งกลับให้คนข้างหลังรับรู้ มีบ้างที่นานนับปีกว่าจดหมายจะถึงปลายทาง

และบางครั้งไม่สามารถส่งถึงผู้รับได้

ทหารหนุ่มจาก Derbyshire ซึ่งไปเสียชีวิตที่ Flanders เขียนจดหมายตามสั่งอย่างเคร่งครัด ขาดแต่การลงชื่อ และเลือกเขียนกลอนท่อนสั้นจบท้ายความ

แทนการบอกภาพจากสายตา ความรู้สึกจากภายใน

แต่ทำให้คนไกลร่วมเห็นเหตุการณ์ได้เสมือนจริง

 

The blood-swept lands and seas of red,

where angels fear to tread.

จากธรณีแต้มสีด้วยเลือด

ดุจทะเลเดือดเป็นสีแดง

ล้วนแล้งเทวดาผู้กล้าเยือน

 

ข้อความของทหารนิรนามนี้ พบในห้องสมุด และสร้างแรงบันดาลใจให้ Paul Cummins อาร์ทิซงานปั้นเซรามิคประดิษฐ์ Poppy มารำลึกถึงผู้จากไป โดยใช้ความแดงฉานดุจทะเลเลือดสื่อความให้คนรุ่นหลังคิด

Ceramic Poppy ดอกแรก หยั่งลงแผ่นดินบริทิชเมื่อ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Ceramic Poppy ดอกที่ 888,246 ตามจำนวนทหารบริทิชที่เสียชีวิตทั้งหมด จะลงสู่พื้นภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ก่อนที่จะเริ่มรื้อออกในวันรุ่งขึ้น

 

 

ประชาชนบริทิชจากทั่วทุกมุมเกาะโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และหลายครอบครัวพาลูกหลานมุ่งสู่ Tower of London เพื่อร่วมชม และบอกเล่าให้คนรุ่นต่อไปรับรู้ ไม่ว่าจะวันฝนตกหรือรถไฟใต้ดินงดบริการ

 

 

 

รัฐบาลและหลายหน่วยงานขอร้องให้เลื่อนกำหนดการรื้อถอนออกไปหนึ่งปี เพื่อให้คนอีกมากได้มีโอกาสมารับ ‘ความรู้สึก’ ร่วมกับอีกกว่าสี่ล้านคนที่มารับรู้แล้ว

ความรู้สึกของคนชมทุ่งดอกไม้แดงฉานที่ไม่ลู่ไหวตามลม คือ ความสงบ และการเดินชมอย่างเงียบเชียบ ส่งเสียงเพียงกระซิบอย่างเกรงใจราวกับว่าผู้หลับใหลจะสะดุ้งตื่น

 

 

 

 

 

Tower of London และ Paul Cummins ปฏิเสธหนักแน่น ด้วยเหตุผลว่า การขยายเวลาก็ค้านแนวคิดที่กำหนดระยะเวลาชื่นชมดอกไม้เหล่านี้ให้สั้น อันน่าจะคล้ายชั่วเวลาน้อยนิดที่ชีวิตซึ่งล้มหายเหล่านี้ผ่านมาและปลิวจากไป

กับการที่ดอกไม้เหล่านั้นมีเจ้าของ รอวันให้ได้รับไปประดับ แต่ละดอกคือ 25 ปอนด์ ที่รวมเป็นอีกหลายล้านปอนด์ให้อีกหลายองค์กรการกุศล

 

 

The Royal British Legion เป็นหนึ่งในผู้รับเงิน ที่ปีครบศตวรรษนี้ตั้งเป้าหาทุนไว้ 40 ล้านปอนด์ จาก 45 ล้านดอกไม้กระดาษที่คนทุกระดับชั้นระดมใจช่วยกันขาย

และการขายเสียงเพลงที่ Jeff Beck มือกีต้าร์ที่ไม่ต้องการคำอธิบายชื่อเสียง และ Joss Stone ตั้งใจนำ No Man’s Land เพลงเก่ามาร้องเพื่อย้อนให้คนรุ่นใหม่ได้รู้สึกถึงความสูญเสียในอดีต    

 

 

หากคนจำนวนหนึ่ง ยังรู้สึกว่าการรำลึกถึงผู้จากไป คือ การให้ความสำคัญกับสงคราม

คงยากที่จะอธิบายว่า ไม่มีเหตุผลใดสามารถสนับสนุนให้สงครามมีค่า จนควรแก่นำมาเชิดชู

สงครามทิ้งไว้อย่างเดียวคือ ตัวอย่างอัปยศให้คนรุ่นหลังนำมาศึกษา และกำหนดเส้นทางหลีกเลี่ยงในภายหน้า

 

การร่วมรำลึกถึงชีวิตที่สูญไปใน Remembrance Day คือการคิดถึงผู้จากไป และการดูแลผู้หลงเหลือ

ส่วน Poppy ในวันนี้ คงต้องทำหน้าที่เดิมต่อไป ให้เป็นเครื่องหมายแห่งประกายความคิด ความหวัง

ในสังคมวันข้างหน้า

 

To the memory of the fallen

and the future of the living.

 

*********

Joss Stone Feat. Jeff Beck – No Man’s Land (Poppy Appeal Single 2014)

Uploaded by The Royal British Legion

 

อ่านต่อ

Flanders Field and World War I Museum

After WorldWar1 at Ypres

Remarks:

- นายกรัฐมนตรีบริทิช ขอให้ Ceramic Poppies คงอยู่จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2014

- Download No Man’s land by Jeff Beck & Joss Stone:

http://smarturl.it/poppy-single-iTunes

http://smarturl.it/poppy-single-google

http://smarturl.it/poppy-single-amazon

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net