วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พายุฝนตกน้ำท่วมภาคใต้และ จ.นครศรีธรรมราช ยังน่าห่วง.?


(ภาพข่า่วการแจ้งเตือนอพยพพนักงานแท่นขุดเจาะน้ำมันที่กลางอ่าวไทย- น่าตื่นเต้นและเป็นจุดสนใจมาก)

 (สัญลักษณ์ของเมืองนครศรีธรรมราช และสภาพดินฟ้าอากาศ)

 

(นครศรีธรรมราช -บัดนี้มีเจ้าเมืองทั้งสองคนเป็นคนในตระกูลเสนพงศ์--อาจจะยินดีต้อนรับท่านอยู่กระมัง?)

(เทศบาลนครฯ ยกธง...สีเหลืองแจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือมวลน้ำและเก็บข้าวของไว้ในที่ปลอดภัย)

 หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศแจ้งเตือนว่าในช่วงของวันที่ 7-10 พ.ย.นี้ จะมีสถานการณ์สภาพคลื่นลมแรงและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และอ่าวไทย เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนที่ขึ้นชายฝั่งภาคใต้ ส่งผลทำให้เกิดฝนตกชุกและน้ำท่วมหลายจุดในพื้นที่ใต้ ให้ชาวประมงงดออกจากชายฝั่งในระยะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เตรียมการรับมือกันจ้าละหวั่น เช่น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย 21 แห่ง เตรียมกำลังพล 6,000นาย อุปกรณ์เครื่องมือ รถประกอบอาหารเคลื่อนที่ แพทย์และเวชภัณฑ์ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที เทศบาลนครนครศรีธรรมราชก็ปักธงเตือนระดับความรุนแรงของอุทกภัยเป็น”สีเหลือง” พร้อมวิ่งรถออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลได้เก็บข้าวของให้พ้นน้ำซึ่งคาดว่าจะไหลลงมาจากเทือกเขาหลวงภายในคืนนี้(8 พ.ย.) เนื่องจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชตั้งอยู่เส้นทางที่มวลน้ำจะเคลื่อนที่ผ่านก่อนออกไปลงทะเลบริเวณอ่าวปากพนัง โดยมีคูคลองต่างๆ ซึ่งมีมากกว่า 5 สายเป็นทางระบายน้ำตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับกรมชลประทานเพื่อติดตั้งเครื่อสูบน้ำออกจากจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ท่วมซ้ำซากไว้ล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว

ในพื้นที่ อ.ลานสกาก็ได้มีรายงานว่า มีดินโคลนเลื่อนไหลและมีน้ำไหลหลากลงมาขวางเส้นทางจราจรในเส้นทาง อ.ลานสกา - อ.ช้างกลาง แต่ยังไม่มีรายงานเส้นทางขาดจากการสัญจรไปมา  


(น้ำท่วมถนนในพื้นที่ อบต.มะม่วงสองต้น นอกเขตเทศบาลฯ น้ำสีขาว แสดงว่าไม่ใช่พื้นที่รับน้ำป่าจากเทือกเขา)

 

(สภพาน้ำป่าจากเทือกเขาหลวงหลากลงมาท่วมทางเข้าหมู่บ้านมะม่วงสองต้น -ก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองนคร

น้ำเป็นสีแดงขุ่น แสดงว่า เป็นพื้นที่รับน้ำป่าจากเทือกเขา)

  

ด้านโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชซึ่งตั้งอยู่ติดกับคลองคูพาย 1 ในคลองรับน้ำด้านทิศใต้ก็เตรียมกระสอบทรายประมาณ 200 กระสอบเพื่อปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่โรงพยาบาลเพราะเดือดร้อนแก่ผู้ป่วยและอาจสร้างความเสียหายแก่เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ได้ ซึ่งได้จัดเจ้าหน้าที่เตรียมรับมือไว้ตลอดทั้งคืน  โดยผู้เขียนได้ไปสำรวจและพบปะพูดคุยกับผู้บริหารและทีมงานกลางดึกเมื่อคืนนี้

ขณะเดียวกันเมื่อคืนที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลาหัวค่ำจนล่วงตลอดกลางดึกก็พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยบางตาที่มารับบริการที่อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน แสดงว่าประชาชนงดออกเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ไม่มีอุบัติเหตุหนักๆ เข้ามาใช้บริการ

 

(สภาพคูคลองก่อนที่น้ำจะเข้าสู่ตัวเมืองได้มีการขุดลอกเพื่อแบ่งปันน้ำที่จะไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมืองแบบปีก่อนๆ มีการเตรียมการแล้วเสร็จก่อนฤดูมรสุมปีนี้จะมา)

(คลองมะม่วงสองต้น ก่อนถึงห้างเซ็นทรัลพลาซ่า คลองนี้ขุดลอกใหม่เพิ่งแล้วเสร็จพอดี )

(ใครๆ ต่างก็ให้เกียรติตั้งชื่อทุ่งรับน้ำนี้ว่า ทุ่งเซ็นทรัล เพราะจะมีห้างยักษ์ใหญ่เปิดที่นี่กลางปี 2558 ในภาพเห็นตึก รพ.มหาราชฯ กำลังก่อสร้างอาคารผู้ป่วย 7 ชั้น)

(พื้นที่การก่อสร้างห้างเซ็นทรัลพลาซ่า ก่อนจะเข้าถึงตัวเมือง-ข้าวหน้า ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่รับน้ำขนาด 50 ไร่ มีการเปิดทางน้ำให้ไหลผ่านไปคลองท่าเรือ)


(ไปสำรวจคูคลองด้านทิศใต้ของเขตเทศบาลฯ ในภาพนี้เป็นคลองคูพาย ที่ไหลผ่านด้านข้าง รพ.มหาราชฯ)

 

(2 ภาพบน คลองป่าเหล้า-ติดกับสำนักงานศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช)

 

สถานการณ์ฟ้าฝนในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ก็มีฝนตกหนักโปรยปรายเกือบตลอดทั้งวัน ล่วงจนถึงวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. ท้องฟ้าเริ่มสว่างกว่า 2 วันแรก คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชออกไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาในวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย.เป็นต้นไป พื้นที่รอบๆ ตัวเมืองนครศรีธรรมราชก็จะรอดพ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมไปได้ ซึ่งขณะนี้น้ำที่ไหลบ่าลงมาท่วมพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาหลวง เช่น อ.ลานสกา อ.พรหมคีรี ซึ่งอาศัยคลองที่ไหลผ่านตัวเมืองหรือเขตเทศบาลเป็นทางระบายน้ำ

ผู้เขียน (จขบ.)ได้ออกสำรวจพื้นที่รอบๆ ตัวเมืองนครศรีธรรมราชด้านทิศใต้(ตั้งแต่วัดพระมหาธาตุฯลงมา) ครอบคลุมคลองรับน้ำจำนวน 3 สายพบว่า สภาพคูคลองยังสามารถรับน้ำที่กำลังหลากมาจากพื้นที่สูงได้อีก

โดยสภาพท้องฟ้าและฝนในวันที่ 9 พ.ย. ในช่วงตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงสายของวันนี้ ท้องฟ้าโปร่งสลับกับเมฆครึ้มฝน แต่ยังไม่มีฝนตกหนักลงมาในพื้นที่รอบๆ เมืองนครศรีธรรมราชแต่อย่างใด และถ้าหากไม่มีปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนัก คาดว่าในอีก 2-3 วันนี้สถานการณ์น่าจะเข้าสู่สภาพปกติ ประชาชนก็น่าจะเริ่มทำมาหากินกันตามปกติเช่นเดียวกัน

(เทศบาลนครฯมีการว่าจ้างขุดลอกจำนวน 6 สายทั่วทั้งคูคลองในเขตเทศบาล แล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ด้วยงบประมาณกว่า 5.5 ล้านบาท)

(ท้องฟ้า-เช้าวันนี้ด้านอ่าวไทย อ.ปากพนัง ยังมีเมฆฝนปกคลุม)

(ท้องฟ้า-เช้าวันนี้/9/11 ด้านเทือกเขาหลวง อ.ร่อนพิบูลย์ ยังมีเมฆฝนปกคลุมที่เชิงเขาและมีน้ำหลากลงมาตามคูคลองระบายเลียบทางถนน)

(สอบถามว่าลุงคนนี้ได้ปลาบ้างหรือไม่ ทำไมจึงไม่ได้ แกบอกว่าน้ำยังไม่มากพอ หรือไม่ไซดักปลาของแกเล้กเกินไป-แกบอก)

 

อนึ่ง ผู้เขียนมีความเห็นว่า 

1. การประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างดี มีการกระจายข้อมูลข่าวสารถึงกันอย่างรวดเร็ว แต่อาจมีการบิดเบือดข้อมูลเพื่อเกิดความน่าสนใจ เช่น เว็บไซต์ออนไลน์บางแห่งเขียนข่าวว่า “วุ่นเตือนพายุถล่มภาคใต้ 9 พ.ย.นี้ แชร์ผ่านโซเชียล”   เป็นต้น พึงระมัดระวัง  ข้อเท็จจริงแล้ว พื้นที่ภาคใต้ก็มีหย่อมความกดอกาศต่ำพาดผ่านในช่วงฤดูมรสุมเป็นประจำทุกๆ ปี

2. เช่นเดียวกับในโลกโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ มีการแชร์ภาพและข้อมูลกันมากมาย ซึ่งอาจเป็นภาพที่มีความน่าหวาดกลัวเพียงบางพื้นที่ แต่ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็นส่วนใหญ่  ประกอบกับการแชร์ภาพต่อๆ กันทั้งที่มีเจตนาดี แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นการสร้างความแตกตื่นตกใจ เมื่อผสมโรงกับคำก่นด่าทอถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการ ซึ่งอาจไม่เป็นความจริงหรือผู้กดแชร์กดโพสต์ไม่รู้ในข้อเท็จจริงเรื่องนั้นๆ ก็ยิ่งสร้างความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น

3. ดังนั้น จึงมีอุทาหรณ์(สำหรับผู้เขียนเอง)ว่าควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ โดยใช้หลักกาลามสูตร และควรออกไปดูพื้นที่จริงด้วยตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนและชาวนครศรีธรรมราชขอขอบคุณในทุกๆ ความห่วงใย ทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อุทกภัยและประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาต่อไปอย่างใกล้ชิด

...............................


(ไปสำรวจตลาดนัดหัวถนน ปลาแห้งอาหารแห้งยอดขายยังเงียบเหงา)

  

โดย NN1234

 

กลับไปที่ www.oknation.net