วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลุ้นระทึก 21 วัน "อีโบลาป่าตอง"


 

 

 

                 15.30 น.วันที่ 23 ต.ค.2557 ตำรวจได้รับแจ้งจากคอนโดมิเนียมในป่าตอง จ.ภูเก็ตว่า พบกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากห้องพัก ชั้น 2 ขอให้รีบเข้าไปช่วยเปิดดูว่าเป็นกลิ่นอะไร !?! ...

 

              เมื่อตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยไปถึงคอนโดดังกล่าว ได้ขออนุญาตห้องพักข้างเคียงปีนผ่านระเบียงเข้าไปทำให้พบศพ "โรเบิร์ต"  (Clark Martin John Roberts) ชายอังกฤษวัย 68 ปี นอนคว่ำหน้าร่างกายไม่ใส่เสื้อผ้า มีเลือดไหลจากปากและจมูกเปื้อนพื้นห้องจำนวนมาก ข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำศพไปขึ้นท้ายรถกระบะส่งโรงพยาบาล ตอนแรกตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง

             กว่าจะสืบรู้ว่านายโรเบิร์ตเดินทางมาจากไนจีเรีย และอาจเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงติดเชื้ออีโบลา เวลาก็ผ่านล่วงเลยไปแล้ว 2 วัน  เนื้อเยื่อและสารคัดหลั่งถูกส่งไปตรวจสอบที่รพ.จุฬาฯในวันที่ 25 ต.ค. ใช้เวลาตรวจเชื้อ 24 ชั่วโมง วันรุ่งขึ้น นพ. ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้รับผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ทั้ง 2 แห่งให้ผลยืนยันตรงกันว่าไม่พบเชื้อไวรัสอีโบลา

                 จากคำสัมภาษณ์ข้างต้นเหมือนทำให้โล่งอก เมืองไทยปลอดภัยจากเชื้ออีโบลาได้อีกครา แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคำขอร้องให้กักตัวตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย 27 คน ที่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับศพไว้ แม้ผลยืนยันไม่พบเชื้ออีโบลาในตัวอย่างเนื้อเยื่อของนายโรเบิร์ตก็ตาม

               "นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา" ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านโรคติดเชื้อไวรัสสัตว์สู่คน  จุฬาฯ ผู้รับผิดชอบตรวจหาไวรัสอีโบลา อธิบายให้ฟังว่า การตรวจเชื้ออีโบลาจะได้ผลแน่นอนนั้น ต้องมาจากเนื้อเยื่อผู้เสียชีวิตไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่กรณีของนายโรเบิร์ตนั้น สภาพศพเน่ามาานกว่า 5 วัน จึงขอเนื้อเยื่อ 3 ส่วนส่งมาตรวจนั่นคือ 1 สารคัดหลั่งจากลำคอ 2 เนื้อเยื่อบริเวณทวารหนัก และ ชิ้นเนื้อตับโดยการใช้เข็มเจาะเพื่อดูดออกมา

                ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นอธิบายวิธีการตรวจซ้ำทั้ง 3 ครั้ง ดังนี้  1 ตรวจหาไวรัสอีโบลาและไวรัสมาร์บวร์กด้วยวิธี "เรียลไทม์ พีซีอาร์" แบบรู้ผลรวดเร็ว 2 ตรวจหาไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ตามมาตรฐานศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี)  3 ตรวจยืนยันผลด้วยการครอบคลุมความผันแปรของรหัสพันธุกรรม เพื่อหาเชื้อไวรัสอีโบลา, เชื้อไวรัสมาร์บวร์กและไวรัสอื่นในตระกูลเดียวกัน นอกจากนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจคู่ขนานไปด้วย

                       "ทีมงาน 2 แห่งได้ผลตรงกันคือ ไม่พบเชื้ออีโบลาในตัวอย่างที่ส่งมา แต่ก็ไม่ได้หมายความร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้ป่วยอีโบลา เพราะตัวอย่างที่ได้มาไม่เหมาะสม ประกอบกับสภาพศพที่เห็นภายนอกมีลักษณะการเสียชีวิตคล้ายผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกอีโบลา เพื่อความปลอดภัยได้แนะนำให้สำนักระบาดวิทยาเฝ้าระวัง กลุ่มเสี่ยงหรือตำรวจและบุคคลที่เข้าไปใกล้ชิดกับศพ  เพราะพวกเขาไม่ได้ใส่ชุดป้องกันที่ดีพอ"  นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

                        หากย้อนดูระยะเวลาตั้งแต่นายโรเบิร์ตเดินทางจากเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย มาถึงเมืองไทย พบว่า วันที่ 7 ต.ค. เดินทางถึงสนามบินภูเก็ต   15 ต.ค. เกิดอาการเป็นลม ณ.ชายหาดป่าตอง จึงเข้ารักษาตัวที่รพ.แห่งหนึ่ง แต่ตรวจไม่พบว่าเข้าข่ายติดเชื้อไวรัสอีโบล่า แพทย์อนุญาตให้กลับที่พักได้  23 ต.ค. หน่วยกู้ภัยเข้าไปเคลื่อนย้าย “ศพ”

 

 

 

                      เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อมเบื้องต้นทำให้วิเคราะห์กันว่า น่าจะมีผู้สัมผัสใกล้ชิดกับนายโรเบิร์ตถึง 300 ราย แต่ผู้ถูกแนะนำให้กักตัวไว้มีเพียง 27 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เข้าไปในคอนโดวันแรกที่พบศพ

 

                    เนื่องจากไวรัสอีโบลามีความสามารถพิเศษ ทำให้ร่างกายมนุษย์สามารถติดเชื้อได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องใช้จำนวนเซลล์ไวรัสมากมายเหมือนเชื้อไวรัสตัวอื่น ๆ ย้อนไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้วจำนวนผู้ติดเชื้ออีโบลาในแอฟริกาตะวันตกมีเพียงหลัก 1 พันรายเท่านั้น ผ่านไป 3 เดือนพุ่งสูงถึง 1 หมื่นราย ทำให้นักระบาดวิทยาคาดการร์ว่าภายในต้นปี 2558 ผู้ติดเชื้ออาจพุ่งสูงถึง 1.4 ล้านราย หากยังไม่สามารถควบคุมพื้นที่การระบาดได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ต้องเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและศพที่เสียชีวิตจากเชื้ออีโบลา โดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

 

                     แม้ในอเมริกาเอง เจ้าหน้าที่การแพทย์ช่วงแรกใส่เพียงชุดป้องกันเชื้อโรคระดับ 1 เท่านั้น ไม่มีการปิดคอหรือชุดป้องกันรองเท้า แต่หลังจากมีการร้องเรียนของทีมพยาบาลที่ติดเชื้ออีโบลาจากคนไข้ 2 ราย ทำให้ระเบียบปฏิบัติการและชุดป้องกันแบบเดิมทั้งหมดถูกยกระดับขึ้นไป เช่น ให้ปิดมิดชิดทุกส่วนของร่างกาย ถุงมือต้องใส่ 2 ชั้น ฯลฯ

                    จากมาตรการดังกล่าว กระทรางสาธารณสุขเริ่มพิจารณาว่าไทยควรมีมาตรการใหม่เช่นกัน โดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยหรือตำรวจ หากได้รับการแจ้งเหตุร้าย ไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชีย ชาวผิวดำหรือฝรั่งผิวขาว เมื่อต้องเข้าไปช่วยเหลือหรือเก็บศพ ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสมมากกว่านี้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 

 

 

 

                       นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ขอร้องให้ทีมงานเก็บศพนายโรเบิร์ตจำนวน 27 ราย รวมถึงตำรวจ 3 นาย ให้ความร่วมมือเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในที่พัก โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มมีความเสี่ยงสูง กลุ่มนี้ให้อยู่แต่ในที่พัก มีเจ้าหน้าที่การแพทย์ไปตรวจร่างกายวันละ 2 ครั้ง เพื่อดูว่ามีไข้หรือไม่ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งสามารถไปทำงานได้ แต่ต้องตรวจไข้ทุกเช้าและทุกเย็น  โดยจะติดตามเป็นเวลา 21 วันนับจากวันที่ 23 ต.ค.เป็นต้นไป และหลังจากนั้นคงต้องเฝ้าดูอีกสักระยะ จึงจะมั่นใจได้ว่าทุกคนปลอดภัยจากเชื้อไวรัสอีโบลาจริง

 

                       หลายคนมีคำถามว่า "จากนี้ไปไวรัสอีโบลาจะระบาดมาถึงไทยหรือไม่ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน  ?"

                        ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยารายหนึ่งยอมรับว่า จากการประเมินล่าสุด ถ้าพื้นที่แอฟริกาตะวันตกยังไม่สามารถควบคุมการระบาดของอีโบลาได้ เชื่อว่านับจากนี้ไปไม่เกิน 9 เดือนไวรัสร้ายตัวนี้จะแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างแน่นอน และประเทศไทยคงรวมอยู่ด้วย...

 

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

1/11/2014

 

 

 

โดย A.punnee

 

กลับไปที่ www.oknation.net