วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวปิล๊อก บ้านอีต่อง ทองผาภูมิ (ตอนที่ 2 : ชีวิตวุ่นวาย ก่อนไปปิล๊อก)


.... สรุปว่า ผมและลูกศิษย์รวม 7 ชีวิต

เราตัดสินใจจะไปเที่ยวทองผาภูมิกัน

ช่วงวันที่ 28-30 พฤศจิกายน ปีนี้

ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นเขาช้างเผือกก็ตาม

(ถ้าผู้อ่านท่านใด สงสัยว่าทำไมผมเริ่มต้น

เอนทรี่นี้ด้วยการสรุปแบบนี้ ก็ขอให้ย้อนกลับ

ไปอ่านเอนทรี่ก่อนหน้า เพราะผมเล่าเรื่อง

ต่อเนื่องมาน่ะครับ)

ช่วงก่อนเดินทางประมาณ 2-3 วัน

คณะทัวร์ก็สื่อสารผ่านกรุ๊ปเฟซบุ๊ก

กันอย่างระห่ำรำหัก

ด้วยหลายคนไม่เคยไปทริปผจญภัย

บุกป่าฝ่าดงแบบนี้

แถมบางคนไม่เคยไปนอน

กางเต๊นท์มาก่อน คนที่ไม่เคยไปเที่ยวแบบนี้

ก็ส่งแมสเสจสอบถามโน่นนี่นั่นกันไปมา

... ตอนหลัง ๆ จำนวนข้อความที่ส่งหากันแต่ละวัน

ในกรุ๊ป มันเยอะมาก

ผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาอ่านทุกข้อความ

เพราะว่าเคยไปเที่ยวแบบนี้มาหลายครั้ง

การเตรียมตัวก็ไม่ยุ่งยากอะไร

แถมครั้งนี้ภรรยากับลูกไม่ได้ไปด้วย

ผมไปคนเดียวก็เลยเตรียมตัวได้แบบสบาย ๆ  

... ช่วงนั้นมาริโอ้ หัวหน้าทัวร์ของเราก็อัพเดท

เป็นระยะ ๆ ว่าแต่ละคนควรเตรียมตัวอย่างไร

เอาอะไรไปบ้าง

ส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งของต่าง ๆ

ที่ต้องเอาติดตัวไปเหมือนเข้าค่ายลูกเสือตอนเด็ก ๆ

เพียงแต่อุปกรณ์แต่ละอย่าง

แต่ละชิ้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้น

จำนวนมากขึ้นเท่านั้นเอง

งานนี้มาริโอ้ ในฐานะหัวหน้าทัวร์

เสียสละมาก ๆ เพราะนอกจาก

จะไป Survey มาล่วงหน้าแล้ว

เขายังเตรียมเตีนท์ไปทั้งหมด 3 หลัง

เขาถามมาว่าใครมีเต๊นท์อีกบ้าง

ผมตอบกลับไปว่ามีอยุ่ 2 หลัง

จะเอาไปเผื่อทั้งสองหลังเลย  

และก็มีลูกศิษย์อีกคนชื่อโซคูล

บอกว่าจะเอาเต๊นท์ไปอีก 2 หลัง

รวมทั้งหมดเป็น 7 หลัง

พอสำหรับทุกคนแน่นอน

(ถ้าบางคนนอนด้วยกัน เต๊นท์ก็เหลือชัวร์)

... นอกจากนี้ มาริโอ้ยังอาสา

นำชุดเครื่องครัว อุปกรณ์การทำอาหาร

ไปแบบจัดเต็ม มีครบทั้ง ...

หม้อ กะทะ เตา ตะหลิว ทัพพี ช้อน

มีด จาน ชาม ที่เปิดขวด/กระป๋อง ที่เปิดไวน์

และอื่น ๆ อีกมากมาย

เขาขนของทุกอย่างไป

เตรียมทำอาหารให้พวกเรากินบนดอย

... เรื่องอาหารการกินผมบอกทุกคนว่า

ไม่ต้องเตรียมอะไรไปมาก

กินแบบง่าย ๆ เช่น มื้อเย็นของผม

ก็ไม่ได้กินอะไรเยอะแยะ

แค่มันเทศเผา กับข้าวโพดต้ม

ก็อิ่มท้องแล้ว

ส่วนตอนเช้าผมเสนอว่า

กินมาม่า ก็ได้ ง่ายดีด้วย ...

แต่ปรากฎว่าลูกศิษย์ส่วนใหญ่ยินดี

และอยากทำอาหารที่หลากหลาย

... โซคูล ลูกศิษย์คนนี้ชอบทำ

และชอบกินอาหาร ไม่น่าเชื่อว่า

เขาจะเตรียมหาซื้อของเหล่านี้

ไปทำอาหารกินบนดอย เช่น ...

... ปลาหมึก เนื้อไก่ เนื้อหมู

snow beef คอหมู

ซ้อสบาบิคิว โรสแมรี่

งาขาว ซ้อสเนื้อย่าง

น้ำจิ้มซีฟู้ด และอื่น ๆ อีกมากมาย ...

 ... มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อเอ

บอกว่าจะเอาชาจากญี่ปุ่น

และกาแฟขี้ชะมด

ไปเผื่อทุกคนด้วย

ที่สำคัญเอ เขาเป็นมนุษย์ไฮเทค

ชอบใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

สมาร์ทโฟนยี่ห้อต่าง ๆ ใช้เป็นหมด

รวมทั้งชอบถ่ายรูปด้วย

ผมก็เลยขอให้เอช่วยเป็นตากล้อง

ถ่ายรูปให้พวกเรา

กล้องของเขาไฮเทคดี ถ่ายแล้วอัพเดท

ขึ้นเฟซบุ๊กจากกล้องได้เลยทันที

ไม่ต้องโหลดลงเครื่องคอมพ์ก่อน

... ตัวผมเองรับผิดชอบ จะต้อง

เอาเต๊นท์ไป 2 หลัง

เอา ข้าวโพดหวาน มันเทศ และมาม่า

ไปเผื่อสำหรับทุกคน  

และก็ตั้งใจว่าเช้าวันศุกร์จะเอาเต๊นท์ 

มาผึ่งแดด และทำความสะอาด

ก่อนที่จะเดินทางตอนกลางคืน

... พอดีวันพฤหัสฯ ที่ 27 พฤศจิกายน

ผมมีภารกิจสำคัญ เนื่องจากลูกศิษย์คนหนึ่ง

ชื่ออาจารย์บุญเลิศ ซึ่งมาเรียนหลักสูตร

การเป็นวิทยากรกับผม 5 วัน

และตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา

ก็ได้ติดตามไปเรียนรู้ภาคสนาม

เป็นผู้ช่วยผมตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

วันนั้นอ.บุญเลิศเปิดฝึกอบรม หลักสูตร

"การแก้ปัญหาและตัดสินใจ" เป็นครั้งแรก

ที่ร้านกาแฟของเขา แถวเจริญนคร

ผมจึงอยากไปให้กำลังใจ

ในการทำหน้าที่วิทยากรครั้งแรกของเขา

เดิมทีอ.บุญเลิศ เคยทำงานเป็นวิศกร

โรงงานกระดาษของ SCG ที่บ้านโป่ง

จ.ราชบุรี อยู่ประมาณ 10  ปี

จากนั้นก็ไปเป็นครูที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย

ตอนหลังลาออกมาเป็นที่ปรึกษา

ด้านการปรับปรุงคุณภาพงานให้กับองค์กรต่าง ๆ

เขาตัดสินใจ หยุดงานทุกอย่าง

ตั้งใจจะเอาดีกับอาชีพวิทยากร

เลยมาสมัครเรียนหลักสูตร Train-The-Trainer

ผมเห็นถึงความตั้งใจจริง

ก็เลยสนับสนุนเขาทุกอย่าง

คอยเป็นโค้ช เป็นพี่เลี้ยง เป็นที่ปรึกษา

เกี่ยวการเป็นวิทยากรอาชีพให้เขา

 

... เช้าวันที่ 27 พ.ย. ผมเลยอาศัย

นั่งรถไปกับภรรยาที่จะไปส่งลูก

ที่โรงเรียนแถวอโศก

จากนั้นผมก็ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT  ที่

สถานีเพชรบุรี ไปขึ้น BTS ที่สีลม

เพื่อไปลงที่สถานีกรุงธนบุรี

เพราะว่าร้านกาแฟ HOC

สถานที่ฝึกอบรม ของอ.บุญเลิศ

อยู่แถวย่านเจริญนคร

เช้าวันนั้นผู้คนพลุกพล่านมาก

รถไฟใต้ดินเต็มเอี๊ยด

 

 

จนผมต้องยืนรอขบวนใหม่

จึงจะได้เดินทาง

สรุปแล้วผมไปถึงห้องอบรม 8 โมงเช้า

ก่อนเริ่มโปรแกรม 1 ชั่วโมง

พอเจอหน้ากันอ.บุญเลิศก็ทักผมว่า

"อาจารย์เดินทางไปกาญจนบุรีคืนนี้ใช่ไหมครับ”

ผมก็ตอบทันที่เลยว่าไม่ใช่

เดินทางไปคืนพรุ่งนี้ คืนวันที่ 28 ครับ

คุณบุญเลิศก็บอกอีกว่า ...

"ผมเคยอ่านเจอในกรุ๊ปเฟซบุ๊กคุ้น ๆ ว่า

อาจารย์จะเดินทางคืนนี้นะครับ"

จากนั้นก็ได้เวลาฝึกอบรม

อ.บุญเลิศทำหน้าที่วิทยากรของเขา

อย่างเต็มความสามารถ

 

ผมนั่งอยู่แถวหลัง บางช่วงก็

แอบเปิดเฟซบุ๊กอ่านสเตตัสต่าง ๆ ไปด้วย

เพราะผมมาสังเกตการณ์ ไม่ได้มาเป็นคนเรียน

ติดตามความเคลื่อนไหวในเฟซบ้าง

คงไม่เป็นไร แต่แล้วก็ต้องตกใจอย่างแรง

เมื่อหนึ่งในสมาชิกที่จะไป

เที่ยวเมืองกาญจน์ด้วยกัน

โพสต์ข้อความขึ้นมาในกรุ๊ปว่า

"คืนนี้รถตู้จะไปรับอ.ไชยยศที่บ้านตอน 5ทุ่ม

แล้วค่อยไปรับอ.อีกสองท่าน ที่บางใหญ่

และพุทธมณฑลสาย 4... "

อ่านจบแทบตกเก้าอี้

นี่เราจำวันเดินทางผิดจริง ๆ หรือนี่

ในใจคิดทันทีว่าเดี๋ยวต้องรีบกลับบ้าน

ไปทำความสะอาดเต๊นท์ 2 หลัง ด่วนเลย

และต้องรีบโทร.บอกภรรยา

ให้ซื้อข้าวโพด มันเทศ และมาม่า ให้ด้วย

... ผมนั่งอยู่ในห้องฝึกอบรมกับอ.บุญเลิศ

จนถึงช่วงเบรค แล้วรีบอัพเดท ให้ทราบ

ว่าผมจำวันผิด ต้องขอโทษและขอตัวกลับก่อน

อ.บุญเลิศยิ้มและบอกว่า ...

 "นั่นสิ ผมจำได้ว่าอาจารย์ต้องเดินทางคืนนี้"

ก่อนจากกันก็เลยถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

กับอ.บุญเลิศ และกลุ่มผู้เข้าอบรม

 

…ช่วงที่ผมกำลังจะออกจากร้านกาแฟ

ก็มีแมสเสจจากรุ่นน้องคนหนึ่ง

ที่เคยทำงานร่วมกันที่เนสท์เล่เมื่อ 12 ปีก่อน

ขึ้นมาในมือถือผมว่า ...

"พี่ครับ ตอนนี้ผมดูแลธุรกิจไอศครีม

ตัวใหม่ของเนสท์เล่

และเพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัลเวิร์ล

ถ้าพี่ผ่านมาแถวนี้ อยากเรียนเชิญพี่มาที่ร้านด้วยครับ"

... พอเห็นแมสเสจจากน้องคนนี้

ผมก็คิดว่าน้องเขาคงรู้แน่ว่าผมเข้าเมือง

เพราะเมื่อเช้าผมเพิ่งอัพเฟซบุ๊ก

พร้อมลงภาพสถานีรถไฟฟ้าไป

ถ้าไม่ไปเจอน้องเขาซะหน่อย ก็ดูกระไรอยู่

เราเคยทำงานอยู่หน่วยธุรกิจเดียวกัน

วันแรกที่น้องมาเริ่มงานที่เนสท์เล่

ผมก็เป็นรุ่นพี่ ทำหน้าที่ปฐมนิเทศให้น้องเขา

เลยรู้จักกันตั้งแต่นั้นมา

ผ่านมาสิบกว่าปี ไม่ได้เจอหน้าพูดคุยกัน

ส่วนใหญ่เขาจะติดตามผมทางเฟซบุ๊กมากกว่า

คิดไปคิดมา แวะไปหาน้องเขาหน่อยดีกว่า

และแล้วผมก็ได้เจอกับน้องคนนี้

ที่ร้านไอศครีมที่เขาเป็นผู้บริหารอยู่

 

อยู่คุยกับเขาสักครู่ แล้วก็ขอตัวกลับบ้าน

เพื่อเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า สัมภาระต่าง ๆ

เตรียมตัวเดินทางไปเมืองกาญจน์

... พอถึงบ้านผมรีบเอาเต๊นท์ 2 หลังมากางผึ่งลม

หาผ้ามาเช็ดทำความสะอาด

เตรียมสัมภาระใส่กระเป๋า

จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

จึงเก็บเต๊นท์

 

 

ถึงตอนเย็นลูกกลับจากโรงเรียนมา

ชวนไปกินข้าวนอกบ้านกัน

ผมก็คิดว่าดีเหมือนกัน

กินเสร็จจะได้ไปหาซื้อมาม่าคัพ ข้าวโพด

และมันเทศที่ซุปเปอร์มาเก็ตแถวบ้าน

ปรากฎว่าหาซื้อได้มาสองอย่าง

ขาดอยู่อย่างเดียวคือ มันเทศ

เลยกะว่าจะไปซื้อที่เมืองกาญจน์ละกัน

คืนนั้นกว่าจะกลับถึงบ้านก็ 3 ทุ่มพอดี

รีบอาบน้ำอาบท่า แต่งตัว

แล้วก็นอนพักเอาแรง

รอเวลารถตู้ที่จะมารับตอน 5 ทุ่ม

บ้านผมเป็นจุดนัดพบแรกของการเดินทาง

โดยจะมีลูกทัวร์อีก 3 คน มาขึ้นรถตู้ที่นี่ด้วย

… ปรากฎว่าสมาชิกทั้งสามคน

มาถึงบ้านผมก่อนเวลา

พอได้เวลา 5 ทุ่ม รถตู้ก็มาพอดี

 

จากนั้นก็ขนของขึ้นรถ

ออกเดินทางมุ่งหน้าไปรับลูกศิษย์คนต่อไป

ที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี ...

แล้วเอนทรี่หน้า ผมจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า

ทริปนี้ มีเหตุการณ์ สนุก ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net