วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวปิล๊อก บ้านอีต่อง ทองผาภูมิ (ตอนที่ 4 : ระวังโดนผีหลอก ที่บ้านอีต่อง)


เอนทรี่นี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว

บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กันต่อ ครับ ...

บ้านอีต่องเป็นหมู่บ้านชายแดนไทย-พม่า

(ขอเรียกชื่อเดิมเพราะคุ้นกว่า คำว่าเมียนมาร์ ครับ)

เป็นที่ตั้งของเหมืองปิล็อก

ที่เคยรุ่งเรืองจากธุรกิจเหมืองแร่

เมื่อประมาณ 7 ทศวรรษที่แล้ว

แต่ก่อนที่จะเล่าเรื่องอะไรไปมากกว่านี้

ผมขอพูดถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน

และชื่อเหมืองซะก่อน

ผมค้นหาข้อมุลจากอินเตอร์เน็ต มีผู้รู้บอกว่า

ชื่อ “อีต่อง” มาจากคำว่า “ณัตแอ่งต่อง”

แปลว่า “ภูเขาแห่งเทพเจ้า” หรือ”เขาเทวดา”

อันเป็นภูเขาที่ชาวพม่าพบแร่ และลักลอบ

ขุดแร่ไปขาย ก่อนจะเพื้ยนเป็นคำว่า “อีต่อง”

มาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนจุดเริ่มต้นที่มาของชื่อ “เหมืองปิล๊อก” นั้น

ต้องเล่าย้อนอดีตไปถึงช่วงนั้นที่

มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่

ในพื้นที่ ต.ปิล๊อกไปขายให้ทหารอังกฤษ

เรื่องนี้ก็ถูกบอกเล่าส่งต่อกันไป

จนคำเล่าลือนี้จนเข้าหูของหน่วยงานราชการไทย

ทำให้กรมทรัพยากรธรณีสมัยนั้น

นำคณะนายช่างมาสำรวจ

แล้วก็พบว่าพื้นที่แถวนี้มีแร่ดีบุกและวุลแฟรม

อยู่จำนวนมาก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่

กรมโลหะกิจจึงได้เปิด “เหมืองปิล๊อก” ขึ้น

เป็นแห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก

 คำว่า “ปิล๊อก” เพี้ยนมาจากคำว่า “ผีหลอก”

ที่มาก็คือ พื้นแห่งนั้น ในอดีตเป็นดินแดนที่น่ากลัว

มีผู้คนเสียชีวิต ล้มตายจากการเข่นฆ่า

และจากไข้ป่า ไข้มาลาเรีย เป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะช่วงการเปิดเหมืองนั้น

มีการปะทะกันระหว่างตำรวจไทยกับกรรมกรชาวพม่า

เพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ไปขายให้อังกฤษ

แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน

จึงเกิดการปะทะกันทำให้มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก

คนที่อยู่แถวนั้น หรือใครไปแถวนั้น

ต่างก็พูดกันว่าที่นั่นมีคนตาย มี "ผีหลอก"

แต่ต่อมาชาวพม่าพูดเพี้ยนจากคำว่า “ผีหลอก” เป็น “ปิล๊อก”

ซึ่งกลายเป็นชื่อเหมืองและชื่อตำบลในเวลาต่อมา

หลังจากมีเหมืองปิล๊อกเกิดขึ้นได้ไม่นาน

ก็มีเหมืองแร่อื่น ๆ ทยอยเปิดตามกันมาอีกมากมาย

ทั้งเหมืองเล็กเหมืองใหญ่ราว 50-60 เหมือง

เกิดเมืองเหมืองขึ้นมา

โดยผู้คนพากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลาย

ในพื้นที่แถวนี้แบบเหมารวมว่า “เหมืองปิล๊อก” ไปด้วย

เหมืองปิล๊อกยุคนั้นเฟื่องฟูมาก

เพราะแร่ดีบุกและวุลแฟรมราคาดี

ทำให้บรรดาชาวเหมืองมั่งคั่งร่ำรวยกันถ้วนหน้า

แถมเหมืองแร่ยังสร้างความเจริญ

ให้กับชุมชนรอบ ๆ ด้วย

เหมืองแร่แห่งปิล๊อกรุ่งเรืองอยู่หลายสิบปี

ก่อนที่จะเจอปัญหาภาวะราคาแร่โลก

ตกต่ำในปี พ.ศ. 2528

มีผู้รู้บางคนบอกว่าจีนได้ดั๊มราคาแร่ลงมา

ขายในราคาที่ถูกกว่าแร่ในภูมภาคนี้

ส่งผลให้บรรดาเหมืองแร่ต่าง ๆ สู้ราคาไม่ได้

ต่างทยอยปิดตัวลง ไม่เว้นแม้แต่เหมืองปิล๊อก

ทิ้งไว้เป็นเกร็ดทางประวัติศาสตร์

เหลือไว้เป็นเพียงตำนานเมืองเหมืองอันรุ่งโรจน์

กลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่เราเรียกว่า “บ้านอีต่อง” ในปัจจุบัน

ผู้คนที่บ้านอีต่อง ใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่าย

ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ที่มีมนต์เสน่ห์ของ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

เรียกว่าถ้าใครจะไปเที่ยวทองผาภูมิ

ต้องไม่พลาด “บ้านอีต่อง” แห่งปิล๊อก

เสน่ห์ของบ้านอีต่อง น่าจะอยู่ที่

สภาพบ้านเรือนไม้ ที่พักรูปร่างแปลกตา ย่านร้านค้า

ตลาด โรงเรียน โรงหนังเก่า

ห้องแถวเรือนไม้ในยุครุ่งโรจน์

สายน้ำลำคลอง

สายหมอกที่ลอยปกคลุมเหนือขุนเขา

วัดเหมืองปิล๊อกบนเนินเขา

ที่มีเจดีย์สีทองเหลืองอร่าม

และวิถีชีวิตผู้คนที่นอกเหนือจากคนไทยแล้ว

ที่นี่มีคนพลัดถิ่นอาศัยอยู่พอสมควร

ทั้ง พม่า มอญ ทวาย

ส่วนใหญ่คนเหล่านี้คือ

คนรุ่นลูกรุ่นหลานของอดีตคนเหมือง

ในยุครุ่งโรจน์

มาวันนี้เหมืองปิดตัวไปหลายสิบแล้ว

แต่ชาวบ้านบางส่วนก็ยังออกร่อนแร่ตามธารน้ำ

นำแร่มาขายเป็นรายได้จุนเจือชีวิต

เพราะในวันนี้ได้ดินปิล๊อกยังมีสินแร่

อยู่อีกมากมายถึงเกือบ 70% เลยทีเดียว

นอกจากจะเป็นชุมชุนเก่าแก่ที่มีที่มา น่าสนใจแล้ว

บ้านอีต่องยังเป็นทั้งศูนย์กลาง และทางผ่าน

ของนักท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากที่นี่มีตลาด

มีอาหารเครื่องดื่ม ไว้จำหน่าย

และเป็นทางผ่าน สำหรับเดินทางไปเที่ยวยังจุดต่าง ๆ

ที่อยู่ใกล้เคียง เช่น เขาช้างเผือก เนินช้างศึก

เนินเสาธง ช่องมิตรภาพชายเดินไทย-พม่า

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ น้ำตกจ๊อกกะดิ่น

และบ้านป้าเกล็น (เหมืองสมศักดิ์) เป็นต้น

 

... เช้าวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

คณะของเราทั้ง 7 คน เดินทางไปดูทะเลหมอกยามเช้า

และพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินช้างศึก

(สามารถกลับไปอ่านและดูภาพในเอนทรี่ที่แล้วได้เลยครับ)

หลังจากถ่ายรูปบนเนินช้างศึกกันพอสมควรแล้ว

เราก็นั่งรถตู้ลงมากินมื้อเช้ากันที่บ้านอีต่อง

คุณสุพจน์คนขับรถคนเก่งของเรา

ใช้เวลาขับลงมาประมาณ 15 นาที

เพราะเนินช้างสึกกับบ้านอีต่อง อยู่ใกล้ ๆ กัน

พอถึงบ้านอีต่องพวกเราก็เดินชมวิว

รอบ ๆ บริเวณบ้านอีต่อง

 อ.เอ วรยุทธ์ยังคงทำหน้าที่ตากล้อง

ถ่ายรูปพวกเราเป็นระยะ ๆ

 

เราเดิน survey กันไปเรื่อย ๆ

ว่ามีร้านค้าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

โดยเฉพาะหาที่กินมื้อเช้า

สุดท้ายเราตัดสินใจกินมื้อแรก

ที่ร้านครัวสุดแดน

 

เดินเข้าไปเจอน้องหมาน่ารัก 

นั่งต้อนรับพวกเราอยู่

(ร้านนี้ดูสะอาดดี มี wifi ให้ใช้ฟรี

และที่สำคัญมีห้องน้ำสะอาดให้เข้าฟรีด้วย)  

กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว เราก็

ไปเดินเล่น ย่อยอาหารกันต่อเล็กน้อย

บางส่วนเดินหาร้านกาแฟนั่งชิล ๆ (และก็ถ่ายรูป  555)

 

ผมเดินไปดูตลาดสดบ้านอีต่อง

เป็นห้องแถวอยู่ในซอยเล็ก ๆ

มีร้านค้าอยู่ 3-4 ร้าน

แต่เกือบทุกร้านจะมีของพม่ามาขายเหมือน ๆ กัน

จำพวก ตะเกียง เทียนพม่า (เทียนไร้น้ำตา)

ชาพม่า ธูปพม่า แป้งทานาคา ยาดม ยาหม่อง

น้ำมันเลีบงผา และ ปลาหัวยุ่ง เป็นต้น

ไปดูหน้าตาของที่ว่ากันเลยครับ

จากนั้นเราก้กลับมาเจอกันที่ร้านกาแฟสด

นั่งคุยเล่นกันสนุกสนาน ไร้ซึ่งวิชาการ

เน้นบันเทิงล้วน ๆ หัวเราะ สนุกสนาน

ลูกศิษย์คนไหนชวนคุยเรื่อง Training เรื่อง  Coaching

จะโดนผมแซวทันที อะไรกันอุตส่าห์ชวนมาเที่ยว

ให้หยุดพักงาน  พักสมองให้ปลอดโปร่ง

ยังจะมาชวนคุยเรื่องงานเรื่องการ

แสดงว่ายังบริหารเวลาในชีวิต ไม่เก่ง

(ผมตั้งใจว่าจะพาลูกศิษย์มาเที่ยวแบบนี้ปีละครั้ง)

พูดอย่างตรงไปตรงมาบรรยากาศที่บ้านอีต่อง

ก็คล้าย ๆ กับตลาดโบราณร้อยปีหลาย ๆ แห่ง

ที่พวกเรารู้จัก คือ จะมีถนนคนเดิน

ให้นักท่องเที่ยว เดินเล่น ถ่ายรูป

ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก 

มีร้านกาแฟ ร้านขายอาหาร หลายร้าน

 

แต่เราก็เลือกกินอยู่แค่ร้านเดียว 

ไม่ใช่ว่าร้านที่เหลือไม่ดี หรือไม่อร่อยนะครับ

แต่เพราะว่าเรามีเวลาอยู่ที่บ้านอีต่อง

เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่มีเวลากินครบทุกร้าน

ฉะนั้นเราเลยต้องเลือกบางร้านเท่านั้น

และที่สำคัญคือ เราเลือกนั่งร้านที่มี

ที่ชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือ ให้พอกับจำนวนสมาชิก

เพราะที่ปิล๊อก สัญญาณโทรศัพท์

สัญญาณ wifi มีแค่บางพื้นที่เท่านั้น

บางจุดที่เราไปพักเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ไม่มีทุกสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ wifi ทีวี

มีแต่ธรรมชาติ กับ ธรรมชาติ และ ธรรมชาติเท่านั้น

... แล้วเอนทรี่ถัดไป ผมจะกลับมาเล่าเรื่องเที่ยว

เนินเสาธง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

และการเดินทางวิบากไปบ้านป้าเกล็น

ให้พวกเราฟังกันต่อ

โปรดติดตามตอนต่อไป เร็ว  ๆ นี้ครับ ...

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net