วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวปิล๊อก บ้านอีต่อง ทองผาภูมิ (ตอนที่ 5 : ฝ่าด่านพม่า ลุยป่า ไปหาทาร์ซาน)


หลังจากที่คณะของเรากินมื้อเช้า

ดื่ม ชา กาแฟ เดินเล่น ถ่ายรูป

ที่ "บ้านอีต่อง" กันเรียบร้อยแล้ว

มาริโอ้ หัวหน้าทัวร์อารมณ์ดีของเรา

ก็อัพเดทโปรแกรมวันนั้นว่า ต่อจากนี้

เราจะไปเที่ยวช่องมิตรภาพ

ชายแดนไทย-เมียนร์มาร์ เนินเสาธง

และอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กัน

แล้วจะกลับมาที่บ้านอีต่อง อีกครั้ง

เพื่อกินมื้อเที่ยงกันที่ร้านครัวสุดแดน

จากนั้นตอนบ่าย ๆ เราจะเดินทาง

ไปบ้านป้าเกล็นแห่งเหมืองสมศักดิ์

ค้างที่นั่น 1  คืน และวันรุ่งขึ้น

หลังกินมื้อกลางวันที่บ้านป้าเกล็นแล้ว

เราจะไปกางเต๊นท์นอน 1 คืน

ที่เนินช้างศึกช้างศึก หรือไม่ก็ที่

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ตามแผนที่เตรียมไว้ คือ

วันถัดไปเราจะทำอาหารกินกันเอง 2 มื้อ

มื้อค่ำ และมื้อเช้า แบบชาวเต๊นท์ทั่วไป ...

เอาหล่ะตอนนี้ผมขอพาพวกเรา

ไปเที่ยวกันก่อนนะครับ ... 

 

ตอนสาย ๆ ของวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 

จากตัวหมู่บ้านอีต่อง เรานั่งรถตู้ของคุณสุพจน์

เดินทางขึ้นเขาไปประมาณ 2 กม.

ก็ถึงช่องมิตรภาพ ชายแดนไทย-เมียนมาร์

มีลักษณะเป็นเหมือนช่องเขาขาด แคบ ๆ

พอให้รถวิ่งผ่านไปมาได้

 

 

จากจุดนี้ฝั่งไทยจะอยู่สูงกว่า

มองลงไปข้างล่างจะเห็นฝั่งเมียนมาร์

วิธีสังเกตง่าย ๆ ของผม คือ

ให้สังเกตจำนวนต้นไม้บนภูเขา

ถ้าภูเขาฝั่งไหนมีต้นไม้ใหญ่อยู่เยอะ ๆ

นั่นแหละครับ ฝั่งเมียนมาร์

แต่ถ้าเป็นภูเขาหัวโล้น หรือมีต้นไม้น้อย ๆ 

อันนั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า

น่าจะเป็นฝั่งไทย 

และใกล้ ๆ บริเวณนั้น  เดินขึ้นไปเล็กน้อย

ก็จะเป็น"เนินเสาธง" หรือที่บางคนเรียกว่า

“จุดประสานเส้นสัมพันธไมตรีนิจนิรันดร์ไทย-เมียนร์มาร์”

ที่มีเสาธงชาติของไทยและพม่าอยู่คู่กัน

โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์

 

เนินเสาธงเป็นยอดเขากั้นพรมแดนไทย-พม่า

 จึงมีทั้งทหารไทย และทหารพม่าประจำการอยู่

วันนั้นเราเจอทหารพม่าที่นั่งประจำการ

อยู่ที่ช่องมิตรภาพ ดูท่าทางใจดี

พวกเราขอเข้าไปถ่ายรูปบนพื้นที่ฝั่งเมียนมาร์ม

เขาก็ยินดี ยอมให้เราเข้าไปถ่ายภาพได้

แต่ไม่ให้เดินลงไปไกลนัก

มีลูกศิษย์ผมคนหนึ่งจะขอถ่ายรูปคู่กับเขา

ทหารเมียนร์มาคนนั้น ส่ายหน้าพร้อมตอบปฏิเสธ

ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเขา ...

เรายืนถ่ายรูป ดูวิวกันแบบเพลิน ๆ

มองออกไปก็เห็นจะเป็นโรงพักแยกก๊าซธรรมชาติ

ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งพม่า

มีผู้รู้บอกว่า ถ้าวันไหนท้องฟ้าเปิดเป็นใจในฝั่งพม่า

เราสามารถมองไปไกล

เห็นถึงทะเลอันดามันเลยทีเดียว

จากช่องมิตรภาพ และเนินเสาธงแล้ว

พวกเราก็นั่งรถตู้ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ

ทองผาภูมิกันต่อ

ระหว่างนั้นมาริโอ้อัพเดทให้ฟังว่า

เดี๋ยวพอไปถึงอุทยานฯ รถตู้จะจอดอยู่ด้านนอก

เข้าไปไม่ได้ ...

เหตุผลที่มาริโอ้พาเรามาที่นี่

ไม่ใช่แค่มาชมธรรมชาติในอุทยานฯ

แต่ต้องการให้พวกเราตัดสินใจอีกครั้งว่า

คืนวันพรุ่งนี้ หลังกลับจากบ้านป้าเกล็นแล้ว

เราจะไปกางเต๊นท์นอนกันที่เนินช้างศึก

หรือจะกางเต๊นท์ที่อุทยานฯ นี้

ให้พวกเราลองเปรียบเทียบสถานที่ทั้งสองก่อน

(เช้าวันแรก พวกเราได้เห็นสถานที่ที่เนินช้างศึกแล้ว)   

ก่อนที่จะพาผู้อ่านไปเที่ยวใน

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ผมอยากให้พวกเราได้รู้จักอุทยานแห่งนี้กันนิดหนึ่งก่อน

 

“อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ" อยู่ในเขต

ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก

ในเขตท้องที่ อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ หรือ 1,120 ตารางกิโลเมตร

มีอาณาเขตติดต่อดังนี้ คือ ...

ทิศเหนือจดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

ทิศใต้จดอุทยานแห่งชาติไทรโยค

ทิศตะวันออกจดอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ทิศตะวันตกจดเขตแดนไทย-พม่า

และได้การอนุมัติจากกรมป่าไม้

จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2543

ตัวอุทยานอยู่ห่างจากบ้านอีต่อง 8 กม.

และห่างจากตัวอำเภอทองผาภูมิ 54 กม.

… ก่อนอื่นต้องแวะซื้อบัตรเข้าก่อน

พอพวกเราเดินเข้าไปในเขตอุทยานฯ สักครู่

ก็รู้ทันทีว่าทำไมเขาถึงไม่ให้เอารถตู้เข้ามา

เนื่องจากเส้นทางยังเป็นถนนลูกรัง

เป็นเนินขรุ ๆ ขระ ๆ เหมาะกับรถ 4WD มากกว่า

 

วันนั้นพวกเราเดินกันไป คุยกันไป

ถ่ายรูปเล่นเป็นระยะ ๆ

เดินเข้าไปประมาณ 700 เมตร 

ก็ถึงเนินที่เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวกางเต๊นท์

ต้นไม้ใหญ่ในนั้นร่มรื่นดี อากาศเย็นสบาย ๆ

หลายคนในทีมรวมทั้งตัวผมเอง

เริ่มตัดสินใจได้แล้วว่าคืนวันถัดไป

เราน่าจะไปกางเต๊นท์นอนกันที่เนินช้างศึก

เนื่องจากถ้าจะมานอนพักที่อุทยานฯ นี้

พวกเราคงต้องเดินแบก ขนของ และสัมภาระต่าง ๆ

(ทั้งอุปกรณ์เต๊นท์ เครื่องครัว ต่าง ๆ

รวมทั้งอาหารการกินที่มาริโอ้ และ

โซคูล ลูกศิษย์อีกคนหนึ่ง จัดเตรียมมาเพียบ)

เดินบนทางลูกรังขรุขระ เป็นระยะทาง 700 เมตร

คงจะวุ่นวายพอสมควร

ส่วนที่เนินช้างศึกนั้น รถตู้พาพวกเราไปถึงที่

แถมบรรยากาศก็โล่งกว่า นอนดูดาวได้สบาย ๆ

ตื่นเช้ามาเห็นทะเลหมอก และดูพระอาทิตย์ขึ้นได้เลย

ในที่สุดคณะทัวร์ของเราก็สรุปเป็นเอกฉันท์

ว่าจะไปนอนกางเต๊นท์กันที่เนินช้างศึกในวันพรุ่งนี้ ...

... กลับมาพูดถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิกันอีกครั้ง

ผมชอบที่นี่ในเรื่องของความร่มรื่น ต้นไม้เยอะดี

อากาศก็ดีดี แถมในนี้จัดจุดพักชมวิว

ให้นักท่องเที่ยว ถ่ายรูปกันหลายจุด

แต่ละจุดมองออกไปก็จะเห็นวิวของ

เขาช้างเผือกอยู่ข้างหน้า

 

 

นอกจากนี้ สิ่งที่ประทับใจผมอีกอย่างก็คือ

“บ้านทาร์ซาน” ที่พักบนต้นไม้

อันนี้ถือเป็นความฝัน ฝังใจผมมาตั้งแต่เด็กแล้ว

ว่าอยากมีบ้านอยู่บนต้นไม้

จะได้ปีนขึ้นไปเล่นข้างบน

ไม่มีใครมายุ่ง มีอิสระ น่าสนุกดี

เรื่องนี้อาจมีที่มาตอนเด็กฟังละครวิทยุ

จำไม่ได้ว่าเป็นละครของผู้จัดคณะไหน

แก้วฟ้า หรือจีระภา ปัญจศิลป์ ไม่ทราบ

รู้แต่ว่าในละครนั้นพระเอกมีบ้านอยู่บนต้นไม้

นึกได้เลา ๆ ว่าชื่อ "กระท่อมปรีดา" อะไรประมาณนี้

อย่าว่ากันนะ ที่จำไม่ได้

ก็เรื่องที่ผมพูดถึงนี้มันก็นานมาก กว่า 40 ปีแล้วครับ  

พูดถึงเรื่องบ้านบนต้นไม้แล้ว

ทำให้นึกถึงพี่ที่ผมรู้จักคนหนึ่ง

มีอาชีพเป็นนักออกแบบ

มีความเป็นติสต์สูงมาก พี่เขาสร้างบ้านบนต้นไม้

ไว้ที่บ้านในกรุงเทพฯ ให้ลูกวัยประถมสามคน

ปีนขึ้นไปนั่งเล่น นอนเล่น อ่านหนังสือ กัน

เห็นแล้วฟินมากเลยครับ ...

ที่อุทยานแห่งนี้มีบ้านทาร์ซานบนต้นไม้อยู่ 2 หลัง

แต่ละหลังอยู่บนต้นไม้สูง มองเห็นวิวอันสวยงาม

ของเขาช้างเผือกได้ทันที

นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อจองเข้าพักบ้านทาร์ซาน

กับทางอุทยานฯ ได้ น่าจะถูกใจเด็ก ๆ

หรือไม่ก็ผู้ใหญ่ที่ชอบปลีกวิเวก ...

วันนั้นเราเดินเล่นกันเพลินจนลืมเวลาไปเลย

กว่าจะออกจากอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ก็ใกล้เที่ยงแล้ว ...

จากนั้นเราก็กลับเข้าไปที่บ้านอีต่อง

ไปกินมื้อกลางวันกันที่ร้านครัวสุดแดน

อาหารอร่อยดี  มีกับข้าวตั้ง 5 อย่างแน่ะ

ลองไปดูหน้าตาอาหารแต่ละจานกันได้เลยครับ

 

(เพิ่งรู้ว่าผมลืมถ่ายรูปแกงจืดมา)

มื้อนี้รวมอยู่ในแพ็กเกจบ้านป้าเกล็น

ที่เรากำลังจะเดินทางไปค้างคืนอยู่แล้ว

ค่าบริการที่บ้านป้าเกล็นอยู่ที่ 1,600 บาทต่อคน

ราคานี้รวม

... ค่ารถปิ๊กอัพที่มารับ-ส่งเรา

... ค่าที่พัก 1 คืน พร้อมอาหาร 3 มื้อ

ของคณะเราเริ่มจากมื้อค่ำ เช้า และกลางวัน

... มีเครื่องดื่มชา กาแฟ โอวัลติน บริการทุกมื้อ

... พาไปเที่ยวน้ำตกผาแป (อยู่ในเหมือง) 

... และที่เป็นไฮไลต์สุดเลยก็คือ เค้กโฮมเมต

สูตรเฉพาะของป้าเกล็น มีให้กินทุกมื้อ

เรียกว่ากินกันจนอ้วนเลยครับ) ....

หลังจากมื้อกลางวันที่ร้านครัวสุดแดนผ่านไป

เราก็ไปแวะร้านกาแฟสดเจ้าเดิม (ขอชาร์ตสารพัดแบต)

จากนั้นก็เตรียมตัวเดินทางไปบ้านป้าเกล็นกันต่อ

เอนทรี่ถัดไป ผมจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า

มีความประทับใจอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราบ้าง

ที่บ้านป้าเกล็นแห่งเหมืองสมศักดิ์

ก่อนจากกันวันนี้ ผมมีภาพบ้านริมน้ำ

ที่บ้านป้าเกล็น (จากหน้าเพจเฟซบุ๊ก Somsak Mining)

ซึ่งคณะเรากำลังจะไป

พักค้างคืนที่บ้านหลังนี้ครับ

ถ้าเพื่อนท่านใดไม่เคยรู้ไม่เคยได้ยิน

เรื่องราวตำนานรักเหนือกาลเวลาของป้าเกล็น

หญิงชาวออสเตรเลีย กับลุงสมศักดิ์ หนุ่มไทย

เจ้าของเหมืองแห่งทองผาภูมิ

ลองแอบเข้าอ่านในอินเตอร์เน็ตก่อนก็ได้นะครับ

คีย์คำว่า “ป้าเกล็น” หรือ “เหมืองสมศักดิ์” หรือ

“ Somsak Mining” ก็จะเจอเรื่องราวเกี่ยวกับ

ป้าเกล็นมากมายเลยครับ 

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net