วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพื่อนมาหา พาเพื่อนเที่ยว ๒ เที่ยวรถไฟ...ไปนาเกลือ


วันนี้ เราไปเที่ยวตามลำน้ำแม่กลองกับนาเกลือกันนะคะ.....ชวนกันดื้อๆอย่างนี้แหละ

แม่มดขับรถมะงุมมะงาหราไปตลาดแม่กลองของชาวสมุทรสงครามแต่เช้าตรู่ของวันหนึ่ง เพื่อนๆอาจจะถามว่าไปทำไมกัน  แม่ค้าที่นั่นขายอะไรที่ตลาดราชบุรีไม่มีหรือ

ประสาคนมาอาศัยเมืองราด-รีอยู่ แม่มดยืนยันว่าตลาดราชบุรีมีทุกอย่างเหมือนที่นั่น แม้แต่ปลาทูโป๊ะของแม่กลองที่ “หน้างอคอหัก” แต่เนื้อเนียนนุ่ม หวานมันละมุนลิ้น

อย่างเดียวที่ตลาดราชบุรีไม่มีคือ รถไฟที่แล่นลุยเข้าไปกลางตลาดสด หรือจะพูดอีกอย่างก็ได้ว่า แม่ค้าชาวราด-รีเขาไม่บุกรุกที่การรถไฟให้เกิดตลาดร่มหุบอันลือลั่นไปทั่วโลกว่า amazing เหลือหลาย

แม่มดเคยอ่านเรื่องราวของตลาดร่มหุบจากนักเขียนหลายเจ้าแต่พอไปเห็นจริงๆ แม่มดก็ว่า amazing อย่างนี้มีที่ Thailand only!

ดูเผินๆ ตลาดร่มหุบก็เหมือนตลาดสดธรรมดาอย่างนี้

แต่ดูให้ดีๆนะคะ เพื่อนๆจะเห็นว่าตรงที่บรรดาพระยาน้อยทั้งหลายเดินชมตลาดอยู่นั่นเป็นรางรถไฟชัดๆ

พอเจ้าหน้าที่รถไฟเคาะระฆังแก๊งๆกับเป่านกหวีดปรี๊ดๆ ร่มก็หุบลงทันใด

วิธีเก็บร้านของชาวตลาดแม่กลองตอบความสงสัยที่แม่มดมีมานานว่าเขาเก็บของอย่างไร ช่างว่องไวราวกามนิตหนุ่มก็ไม่ปาน

เพื่อนๆเห็นไหมคะว่าแผงขายสินค้าของเขามีล้อรางเลื่อน พอได้ยินสัญญาณว่ารถไฟกำลังจะมา เขาก็เลื่อนแผงต่างๆ ชุวับ ชุวับ ปั๊บปุ๊บ แผงก็หายเข้าไปในตัวร้าน ราวกับต้องมนต์ บรรดาร่มและผืนผ้าใบ พ่อค้าตัวโตๆขยับโยงอย่างว่องไวเพียงไม่กี่นาที ท้องฟ้าเหนือรางรถไฟก็สว่างไสว

อย่างนี้ตลาดแม่กลองจะไม่ขึ้นทำเนียบแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องไปชมให้ได้ก่อนตายได้ไงคะ (แต่ถ้าเอาแต่ตกตะลึง ไม่ระวังรถไฟให้ดี  อาจตายได้ค่ะ)

คนค้าขายที่ตลาดร่มหุบนี่  cool  มากแต่นักท่องเที่ยวทั้งฝรั่ง จีน เกาหลี แขก ไทย  cool กว่า

เห็นไหมคะ รถไฟจะมาถึงตัวอยู่แล้ว ท่านยังไม่ยอมเก็บมือถือเลย

แม่มดก็เป็นคนหนึ่งในนั้นด้วยล่ะ ฮ่า ฮ่า งานนี้ถูกเด็กพม่าพูดภาษาไทยยังไม่ชัดดุเอาด้วยว่า ป้า ป้า ยืนตรงนั้น ไม่พ้นรถไฟหรอกนะ หลบไปหลังร้านเล้ย

ขนาดถอยมาอยู่ในซอกร้าน  แม่มดยังจับภาพใกล้ชิดเหตุการณ์มาให้เพื่อนๆชมได้ แม้ไม่ใช้โทรศัพท์ฉลาด มีแต่กล้องปัญญาอ่อนตัวหนึ่ง หากตาไม่บอด ใจไม่มืด ก็ถ่ายภาพได้ไม่เลวเกินไปหรอกค่ะ

เพื่อนๆเห็นไหมคะว่าแม่ค้าเขาเอาผัก ผลไม้ใส่ถาดในปริมาณที่เขาคำนวณแล้วว่า ไม่โดนโบกี้รถไฟแน่นอน แค่นี้ ก็ลดงานจัดเก็บของเขาไปแล้วมากมาย คนที่นี่เขาค้าขายอย่างมีทักษะจริงๆ

Happy ending ค่ะ ไม่มีใครถูกรถไฟชนตายตอนจบ นักท่องเที่ยวพากันเก็บภาพรถไฟสายมหัศจรรย์ของโลกไว้เป็นที่ระลึก

แม่ค้าใจดีคนหนึ่งเล่าว่าผู้คนเพิ่งจะฮือฮามาชมตลาดแม่กลองเมื่อประมาณ ๑๐ ปีมานี่เอง พ่อค้าแม่ขายเอาของมาวางบนรางรถไฟเพราะพื้นที่ในตลาดสดมันเต็มน่ะค่ะ

พอคนแรกวางแผงแล้ว การรถไฟไม่ว่ากระไร คนที่สอง สาม สี่ ห้า หก........ก็ตามมาจนเต็มราง

แม่มดย้ำว่าแม่ค้าคนนี้ใจดี เพราะแม่ค้าจำนวนไม่น้อยในตลาดนี้รำคาญนักท่องเที่ยวมากซึ่งเป็นเรื่องที่มีเหตุผลอย่างยิ่ง

เพื่อนๆลองคิดดูนะคะ รถไฟแล่นเข้าสู่สถานีแม่กลองวันละ ๘  เที่ยวตั้งแต่ ๐๖.๒๐ น.จนถึง ๑๗.๔๐ น.ซึ่งหมายความว่ารถไฟจะแล่นลุยผ่านตลาดร่มหุบไปกลับวันละ ๑๖ ครั้ง

ทุกครั้ง แม่ค้าจะต้องเก็บของและจัดของใหม่ให้เข้าที่ แถมต้องคอยดูแลไม่ให้นักท่องเที่ยวมาถูกรถไฟเฉี่ยวตายตรงหน้าแผงของตนและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ได้แต่เดินเกะกะไปทั่ว แต่แทบจะไม่ซื้ออะไรให้แม่ค้ามีรายได้สักนิดสักหน่อยเลยเพราะตลาดร่มหุบเป็นตลาดสดสำหรับชาวบ้านทั่วไป  ไม่ใช่ตลาดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเหมือนอัมพวาหรือที่อื่นๆ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สนุกสนานกับการดูทางรถไฟสายประหลาดนี้เสร็จแล้วก็ขึ้นรถตู้ของบริษัททัวร์ไปหา ของอร่อยๆกินในเรือพายที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกของชาวราชบุรี  ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวไทยก็อาจไปต่อที่ดอนหอยหลอดหรืออัมพวาหากตรงกับวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ อย่างนี้จะไม่ให้แม่ค้าตลาดแม่กลองหงุดหงิดได้อย่างไรคะ

สถานการณ์ของคนค้าขายในตลาดร่มหุบเป็นแบบที่เราเรียกว่า “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ” จริงๆ และเหตุการณ์อันน่ารำคาญเช่นนี้เกิดขึ้นทุกวันๆละ ๑๖ ครั้ง!!!

แต่แม่มดซื้อของนะคะ ดูรถไฟเสร็จ แม่มดตั้งใจจ่ายกับข้าวไปด้วยเลยทั้งๆที่ราชบุรีมีทุกอย่าง แม่มดเตรียมกล่องเก็บอาหารแช่เย็นมาในรถเรียบร้อย มีรับแล้วต้องมีให้ค่ะ ไม่ใช่การให้เปล่าด้วยนะคะ แม่มดได้ของอร่อยกลับไปทานที่บ้านได้ตั้งหลายวัน

เวลาเพื่อนๆไปเที่ยวตลาดร่มหุบ ช่วยกระจายรายได้ให้ชาวตลาดสดแม่กลองสักนิดนะคะ คนดี

ถ้าเพื่อนๆขึ้นรถไฟมาจากสถานีวงเวียนใหญ่ จะได้ผ่านสถานีมหาชัยและท่าฉลอมด้วยค่ะ แต่แม่มดไปจากเมืองราชบุรี ขับรถเดี๋ยวเดียว มีที่จอดรถฟรีอยู่ที่วัดหลวงพ่อบ้านแหลม (วัดเพชรสมุทรวรวิหาร) ค่ะ  

สถานีรถไฟแม่กลองอยู่ริมแม่น้ำ ดูรถไฟเสร็จ เดินต่ออีกไม่กี่ก้าว ก็จะได้ชมวิวแม่น้ำแม่กลองแบบพาโนรามา แต่มองไปมองมาอาจจะพิศวงว่าเราไปโผล่ที่กรุงวาติกันได้อย่างไร หุ หุ

 

จ่ายกับข้าวเสร็จ คนชอบปลูกต้นไม้ก็ไปหาซื้อปุ๋ยอินทรีย์ต่อ ก็อีกแล้ว เพื่อนๆอาจจะถามว่าทำไมแม่มดต้องไปหาซื้อปุ๋ยถึงสมุทรสงคราม

ในบางโอเคของเรา แม่มดเป็นสาวกของหลายบล็อก แม้ว่าในบางบล็อก แม่มดจะไปส่งเสียงน้อยมาก บล็อกชมวิวทิวทัศน์เป็นบล็อกหนึ่งที่แม่มดเป็นแฟนคลับเพราะเนื้อหาถูกจริต ครั้งหนึ่งแม่มดได้เรียนรู้เรื่องราวของปุ๋ยขี้แดดนาเกลือจากเอ็นทรี่

http://www.oknation.net/blog/thaitourismsociety/2014/07/20/entry-1

เปลี่ยนขยะจากนาเกลือ เป็นปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดี " ขี้แดดนาเกลือ หรือดินหนังหมา"

อ่านเอ็นทรี่นี้ เก็บเข้าแฟ้มข้อมูลดีๆจากบางโอเคมานานหลายเดือน แม่มดก็คิดว่าถึงเวลาที่จะลองไปซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของชาวบางแก้ว จังหวัดสมุทรสงครามไปใช้แล้วล่ะ จะได้ช่วยสนับสนุนผลิตผลจากธรรมชาติของชาวบ้านด้วยไงคะ

โรงเรียนนาเกลือที่แม่มดไปซื้อปุ๋ยอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ ๖๐ ถนนพระราม ๒ (หมายเลข ๓๕) ฝั่งเข้ากรุงเทพฯ  อยู่ห่างจากตลาดร่มหุบนิดเดียวค่ะ

แต่งานนี้ แม่มดเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ไปเต็มๆเพราะปุ๋ยที่แม่มดซื้ออย่างกลัวๆกล้าๆว่าจะพกเอาความเค็มจากนาเกลือมามากมายไหมหนอกลับดีต่อทั้งสวนเล็กๆและกระเป๋าสตางค์จิ๋วๆของแม่มดเป็นอย่างยิ่ง คุณเจ้าของนาเกลือขายปุ๋ยแค่กิโลกรัมละ ๒ บาทเท่านั้นค่ะ

 

ความที่เส้นทางนี้อยู่ใกล้บ้าน แม่มดเลยไปเที่ยวหลายครั้ง จากตลาดร่มหุบ เราต่อยอดทริปง่ายๆไปได้อีกหลายแห่ง แถมยังมีโอกาสช่วยกระจายรายได้เล็กๆน้อยๆให้บ้านเราด้วยนะคะ

ครั้งหนึ่งเป็นวันศุกร์ แม่มดไปต่อที่อัมพวา ช่วงกลางวันวันศุกร์ที่นั่น ยังพอเดินได้ค่ะแต่แม่มดจะไม่ไปอัมพวาในวันเสาร์อาทิตย์

มองดูดีๆ บรรยากาศพื้นบ้านของอัมพวายังพอมีให้ชื่นชม 

ขอสารภาพว่าอัมพวาไม่ใช่ที่โปรดของแม่มดเพราะตัวตลาดน้ำมีลักษณะที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน แต่ถ้าไปหาข้าวกลางวันกินสักมื้อในวันศุกร์ ก็โอเค แถมที่นั่นยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆให้ชมอีกหลายแห่งค่ะ

อุทยาน ร.๒ อันร่มรื่น

วัดอัมพวัน วัดต้นวงศ์ราชินิกุล เป็นที่บรรจุพระบรมสรีรังคารและพระบรมอัฐิบางส่วนของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

กำไรพิเศษสำหรับแม่มดในทริปนี้คือการขับรถเป็นวงกลม  แม่มดออกจากบ้านไปตลาดแม่กลองด้วยทางหลวงหมายเลข ๔ และ ๓๕ กลับบ้านจากอัมพวาโดยใช้เส้นทางสายชนบทซึ่งผ่านเรือกสวนเขียวขจีที่ทำให้รู้สึกเต็มตื้นในหัวใจว่าบ้านเราอุดมสมบูรณ์นักหนา แถมข้างทางยังมีชาวบ้านทำอาหารไทยตำรับพื้นบ้านอย่างห่อหมกปลาช่อนห่อใบตองนึ่งที่หากินได้ยากเย็นมาขายในราคาที่ถูกเกือบเหมือนได้เปล่าอีกด้วย

 

อีกครั้งหนึ่ง พี่ทุนดี (BG Toondee) กรุณาพาแม่มดไปเลี้ยงวันเกิดที่บางตะบูนของอาจารย์นพ (BG คนบ้านใหม่ ) คือเราเป็นแฟนคลับของอาจารย์นพไงคะ อาจารย์เขียนเรื่องอะไร เราก็แล่นตามไปดูกัน ๒ คน

 หลังจากที่เรียนรู้เส้นทางจากพี่ทุนดีแล้ว แม่มดก็ไปทานอาหารทะเลแถวนั้นกับเพื่อนๆคนอื่นอีกหลายครั้ง เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งถึงกับเพ้อว่าน่าจะมาจัดงานแต่งงานที่บางตะบูนเสียจริง  ก็กระเตงหอยที่นั่นกลายเป็นโฮมสเตย์ไปหลายหลังแล้วนี่คะ

 

ฉางเกลือ

รถบดเกลือ

ครั้งหนึ่ง พี่ทุนดีนั่งกำกับให้แม่มดขับรถไปเที่ยวงานเทศกาลว่าวนานาชาติที่ชะอำ เราแวะชมนาเกลือของบ้านบางแก้ว จังหวัดเพชรบุรีที่งดงามมาก แม่มดรู้สึกแปลกใจตัวเองที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่านาเกลือให้เส้นสายรูปทรงที่น่าถ่ายภาพถึงเพียงนี้

หาดชะอำกับเทศกาลว่าวนานาชาติ

แม่มดเคยเล่าถึงไว้ในเอ็นทรี่ http://www.oknation.net/blog/March/2014/03/11/entry-1 ไปดูว่าวแบบด่วนจี๋.....เลยไม่มีเรื่อง ได้มาแต่รูป

 

แล้วอีกวันหนึ่ง เราได้ใช้เส้นทางเดิมไปเที่ยวงาน Art of Salt ของเมืองเพชรบุรี โดยใช้เส้นทางสายบางตะบูนที่อาจารย์นพแนะนำไว้ในบล็อกของท่านเหมือนกัน

จิตรกรรมและปฏิมากรรมจากเกลือแกงของบ้านเรา  amazing ไหมคะ

ที่เที่ยวง่ายๆเหล่านี้ เพื่อนๆที่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลเลือกเที่ยวเป็นจุดๆได้ในวันเดียวเลยค่ะ

อ้อ แล้วจังหวัดสมุทรสงครามเขาจะจัดงานกินปลาทูแม่กลองที่ศาลากลางจังหวัดระหว่างวันที่ ๑๒-๒๑ ธันวาคมนะคะ

แม่มดช่วยททท.โปรโมทการท่องเที่ยวภายในประเทศขนาดนี้ เพื่อนๆว่าเขาจะหายงอนหรือยังคะที่แม่มดไปป่วนเขาไว้ในเอ็นทรี่ราชบุรี

 

ทำไมหนอ

คำร้อง-ทำนอง สง่า อารัมภีร์                               ศิลปิน ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์

 

 

 

 

 

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net