วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Sydney ... Victory in the Pacific


Victory in the Pacific…ความทรงจำจากเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์  

          ถีอว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง.....ที่ระหว่างการเดินทางมาเยีอนซิดนีย์ครั้งหนึ่ง.... ฉันมีโอกาสได้ชมพาเหรดที่ชื่อว่า Victory in the Pacific

ในตอนเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2005 ….ปีนี้เป็นการรำลึกถึง  60 ปีของการยอมแพ้ของกองทัพญี่ปุ่นในเขตแปซิฟิค  ซึ่งนำไปสู่การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2….. พิธีเริ่มต้นจากทางการของซิดนีย์จัดให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงทหารประจำการ .... ทหารผ่านศึกในทุกสงคราม ...บุคคลที่ชาวโลกขนานนามว่า “วีระบุรุษ” ....ครอบครัวทหารผ่านศึก และประชาชนที่มาร่วมในพิธีได้มีการวางพวงหรีดดอกไม้สดที่แท่นหิน The Cenotaph (ที่พูดถึงข้างต้น) ที่มาร์ตินเพลส

ชายชราหลังงุ้ม.... ด้วยการล้าถอยเสื่อมไปตามสภาพแห่งกาลเวลา... ในมือถือพวงหรีด..  ก้าวย่างออกมาจากฝูงชนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันรำลึกวีระบุรุษผู้กล้าของชาติ... พวกเขาและผองเพื่อนเคยกรากรำแทบเอาชีวิตไม่รอด... รอยแผลเป็นอาจจะเลือนไปบ้างด้วยกาลเวลา ... แต่ใจยังเต็มเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ

ผู้ว่าการของเมืองคนปัจจุบันกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าแขกที่มาร่วมงาน...  มีการวางพวงหรีดดอกไม้สดและช่อดอกไม้จากหน่วยงานและผู้ที่มาร่วมระลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น หลังจากนั้นวงดุริยางค์จากหลายหน่วยงานพร้อมขบวนพาเหรด  ซึ่งประกอบด้วยทหารทุกเหล่าของกองทัพ ลูกเสือ นักเรียน และทหารผ่านศึกที่มาร่วมงานแต่งกายในชุดเครื่องแบบเต็มยศ  หน้าอกประดับประดาเหรียญตรา  เหรียญกล้าหาญคนละหลายๆอัน ต่างทะยอยออกไปเดินพาเหรดไปรอบๆเมือง  ท่านผู้เฒ่าที่เดินไม่ไหวก็มีการจัดรถเปิดประทุนให้นั่ง

          มีการปิดถนนหลายสายในตัวเมืองซิดนีย์ให้ขบวนพาเหรดเดินผ่าน  ผู้คนที่คอยเฝ้าชมอยู่ตามริมถนนรวมถึงลูกเด็กเล็กแดงต่างปรบมือและโบกมือไหวๆให้กับบรรดาทหารผ่านศึกที่กล้าหาญเหล่านั้นเมื่อขบวนพาเหรดผ่านมาถึงจุดที่ตนยืนอยู่  แสดงออกถึงความเครพอย่างสูง บ้างถือแผ่นป้ายที่มีข้อความ  “Lest we forget”  “Sacrifice” “Thank you Army Men” “Peace becomes Love” “War is bad, war is evil, war is no more” และอีกมาก

ฉันมีความรู้สึกดีๆที่เห็นภาพเหล่านั้น...  อยากให้เมืองไทยแสดงออกและยกย่องวีรบุรุษสงครามผู้เสียสละของเราอย่างนี้บ้าง ... พร้อมดูแลให้สวัสดิการที่สมน้ำสมเนื้อ...พอที่จะให้เขาเหล่านั้นอยู่ได้อย่างสบาย...สมกับความเสียสละที่เขาเหล่านั้นให้ได้....แม้ชีวิต 

 เมื่อพิธีการและพาเหรดสิ้นสุดลง  ฉันมีโอกาสได้ถ่ายรูปร่วมกับท่านผู้เฒ่าทหารผ่านศึกหลายคน  ซึ่งรวมถึงภรรยาของทหารผ่านศึกนับสิบที่เสียชีวิตไปแล้วที่มาร่วมงานและประดับเหรียญกล้าหาญของสามีคู่ทุกข์คู่ยากที่ไม่มีโอกาสได้อยู่มาจนถึงงานในวันนี้  สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดไปแล้วถึง 60 ปี ผู้เฒ่าที่ผ่านสงครามที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้และมีโอกาสมาร่วมงานรำลึกอยู่ในวัยชรามากแล้ว ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 80 ปีในปัจจุบัน อาจจะไม่มีโอกาสมาร่วมฉลองวันครบรอบ 70 ปีในทศวรรษหน้าด้วยซ้ำ

โทรทัศน์ของออสเตรเลียมีข่าวนายกรัฐมนตรี Junichiro Koizumi ของญี่ปุ่นกล่าวแสดงความขอโทษสำหรับความก้าวร้าวของกองกำลังญี่ปุ่นในเอเซีย และความทุกข์เข็ญที่ญี่ปุ่นก่อให้เกิดในสงครามโลกครั้งที่สอง ในขณะที่นายกรัฐมนตรี John Howard ของออสเตรเลียกล่าวถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนที่เชลยศึกชาวออสเตรเลียได้รับในช่วงสงคราม เขากล่าวว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ในปี 1942 ทหารออสเตรเลียถูกจับเป็นเชลยกว่าสองหมื่นคน และต้องถูกบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส อดอยากยากแค้นแสนสาหัส และถูกทรมานอย่างโหดร้ายจากกองทัพศัตรู

 “ทหารหลายพันคนไม่มีโอกาสได้กลับมาบ้านอีกเลย เชลยศึกเหล่านั้นต้องเผชิญกับความป่าเถื่อนชนิดที่คนในรุ่นนี้ไม่สามารถจะจินตนาการได้”  นายโฮวาร์ดกล่าวในขณะที่ทูตญี่ป่นประจำออสเตรเลีย นาย Hidaeki Ueda นั่งก้มหน้าฟัง

มีคู่สามีภรรยาผู้เฒ่ามาร่วมงานรำลึกหลายคู่เช่นกัน   บางคนเล่าว่า เมื่อรู้ว่าสงครามสิ้นสุดลงและการคุกคามจากศัตรูหมดไป  ผู้คนออกจากบ้านมาเต้นรำเฉลิมฉลองตามถนนในเมือง  และความทรงจำนี่เเองป็นเหตุผลที่นำคนมากมายมาที่นี่ในวันนี้  คุณยายคนหนึ่งกล่าวว่าสามีของเธอไม่พูดถึงเรื่องสงครามมากนักเมื่อมีชีวิตอยู่  เขาเลือกที่จะลืมและเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังสงคราม

คุณตาอีกคนกล่าวว่า.... ชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญ.. รำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตไปในทุกๆสงคราม เพื่อที่คนรุ่นหลังจะได้ไม่ลืม... หวังว่า.... จะไม่มีสงครามเกิดขึ้นอีก

วันนี้... ไม่ใช่เป็นการเฉลิมฉลองสงคราม... แต่ เป็นการเฉลิมฉลองสันติภาพ....

ฉันเดินมาที่ Queen Victoria Building อีกครั้ง  ในบริเวณอาเขต  ฉันเห็นทหารผ่านศึกอีกท่านหนึ่งในชุดแต่งกายแบบทหารของสก็อตแลนด์ คุณปู่ดูดีมากๆและแสนเท่ในชุดกระโปรงลายตารางสีเข้ม  ถุงเท้าสีดำยาวถึงเข่า  บนศรีษะสวมหมวกไบเล่ย์ใบเก๋  บนหน้าอกมีเหรียญตราหลายเหรียญประดับอยู่  ฉันเลยเดินเข้าไปขอคุณปู่ถ่ายรูป  คุณปู่บอกว่า… 10  Dollar !!

 

 

 

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net