วันที่ อังคาร ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พ่อคือคนสำคัญของครอบครัว....


      เพื่อนๆชาวบล็อกที่ติดตามเรื่องราวของเจ้าหมีน้อยมานาน ก็จะคุ้นกับชื่อของบุคคลหนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเจ้าหมีน้อยต้ังแต่เล็กจนเป็นอย่างทุกวันนี้ ถูกต้อง...อย่างที่ทุกคนคิดในใจนั่นคือ "พ่อหมี"นั่นเอง

      พ่อหมีผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะธรรมดาไปในทุกอย่าง ไม่ใช่ผู้ชายในเสปคที่แม่หมีคิดฝันในวัยสาว ไม่ได้หน้าตาหล่อเหลาเลิศเลอเพอร์เฟคท์เหมือนหนุ่มๆที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่หมี "แพ้ทาง" ก็คือ ความเป็นคนดี จะมาจีบจะมาพาไปเที่ยวต้องมาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ คบไปสักพักก็มาขอหมั้นเพื่อให้ชาวบ้านเขารู้ว่า ผมไม่ได้จีบเล่นๆนะผมจริงจัง (ถือคติ เข้าตามตรอกออกตามประตู)เขามีความเป็นผู้นำและมีหัวใจที่มั่นคง เขาเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายเมื่อแรกคบเขารักแม่หมีอย่างไร ทุกวันนี้เขาก็ยังคงรักเหมือนเดิมและอาจจะเพิ่มมากขึ้นกับความห่วงใยที่มีให้ ด้วยสุขภาพของแม่หมีที่ไม่ปกติบ่อยๆ(เขียนแบบนี้แล้วอยากให้พ่อหมีเข้ามาอ่านจัง เพราะถ้าทำตัวผิดแผกไปจากนี้ก็จะ "ดีแตก" แล้วแม่หมีก็จะ "เสียหน้า" 555) จากการที่ผ่านเรื่องราวโรคร้ายมาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า "ผู้ชายคนนี้" แม่หมีประเมินค่าเขาน้อยเกินไปเสียแล้ว เขาเป็น"ผู้นำครอบครัว" ที่ดีมาก ดูแลและจัดการในทุกเรื่องจนผ่านไปได้ ด้วยความรักและกำลังใจที่มีให้แม่หมีตลอดมา

       อยากเล่าเรื่องราวของความเป็น "พ่อ" ของพ่อหมี มันเป็นอะไรที่ฮามากเมื่อนึกถึงครั้งแรกเมื่อหมอบอกว่า เขาจะได้เป็น"พ่อ" ดูหน้าเขามึนๆงงๆ ส่วนแม่หมีก็วิงเวียนคลื่นไส้ บ้านหมุน...เจียนตาย แต่หมอยังบอก "โชคดีปีมังกรทอง" แม่หมีก็ไม่เก็ท จนหมอต้องพูดซ้ำว่า "คุณจะมีลูก" แล้วก็ให้ยามากินมานอนต่อที่บ้าน พ่อหมีโทรไปบอกหลานสาวให้มาอยู่เป็นเพื่อนน้าอ้อม ส่วนตัวเองไปทำงานตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนแม่หมี...งอนนะนั่น ทำแค่เนียะ...โทรให้หลานมาเฝ้า แต่ปรากฎว่า เพื่อนๆที่ทำงานพ่อหมีมาเล่าให้ฟังภายหลังว่า "เจ้าต่อ...มันเห่อมาก เจอใครเป็นบอกหมด กูจะมีลูก ตอนนั้นพ่อหมียังทำงานที่ธนาคารสำนักงานใหญ่เพื่อนๆมีกี่คน คนไหนรู้จักเป็นบอกเขาหมด" ก็น่ารักไปอีกแบบ

       เมื่อเริ่มรู้ว่ามีลูก พ่อคนนี้ก็พาไปฝากครรภ์ พาไปพบหมอตามนัดทุกครั้ง ไม่สบายก็ห้ามกินยาเองเป็นหวัดนิดนึงหรือปวดหัวก็ต้องกินยาที่หมอให้ อาหารการกินอยากกินอะไรขอให้บอก เมื่อลูกคลอดก็ทำหน้าที่พ่ออย่างสมบูรณ์แบบ ทำได้ทุกอย่างทุกหน้าที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนม อุ้มลูก ยกเว้นการอาบน้ำให้ลูก ไม่กล้า...กลัวลูกหลุดมือ พ่อหมีดูแลลูกทั้งสองคนมาอย่างดี ป่วยไข้ก็พาไปโรงพยาบาลหาหมอ แล้วลูกก็เป็นอะไรที่ป่วยบ่อยแล้วก็ป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาล จนแม่หมีบอกจะย้ายไปอยู่โรงพยาบาลแล้วนะ

      พอลูกเข้าโรงเรียนพ่อหมีก็มีหน้าที่รับ-ส่งตอนแรกก็พี่หมีใหญ่ ตามด้วยหมีน้อยในเวลาต่อมา โดยแม่หมีต้องไปด้วยเพื่อให้แม่หมีนั่งดูลูกหรือคุยกับครูเพื่อซักถามเรื่องของลูกทั้งสองคน ส่วนตัวเองจะนั่งฟังข่าวสารบ้านเมืองรออยู่ในรถ แม่หมีจึงได้ใช้เวลาอันมีค่านั้นเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของหมีน้อยว่ามีปฏิสัมพันธ์กับใครบ้าง มีเพื่อนมั๊ย เล่นกับเขาได้หรือไม่ การบ้านหรืองานที่ครูสั่งลูกได้ทำครบถ้วนมั๊ย มีการพูดคุยกับคุณครูถึงเรื่องราวความเป็นไปของลูกๆและมีการรวมกลุ่มผู้ปกครองเพื่อช่วยดูแลปัญหาเรื่องการเรียนซึ่งแน่ล่ะ แม่หมีเป็นตัวตั้งตัวตีในทุกเรื่องฯลฯ(อ้าว!จะเขียนถึงพ่อหมีนี่นา) จนกระทั่งได้เวลานักเรียนเคารพธงชาติแม่หมีก็จะเอ้อระเหยเดินกลับมาที่รถ พ่อหมีก็จะขับรถมาส่งแม่หมีที่ตลาดแล้วเขาจะเลยไปทำงาน ทำเช่นนี้เป็นกิจวัตรตั้งแต่ลูกเรียนอนุบาลจนจบชั้นมัธยมปลาย ไปส่งคนพี่แล้วก็ไปส่งคนน้อง ทุกวันนี้บางทีหมีน้อยก็ยังให้พ่อไปส่งในบางครั้งและบางทีวันไหนหมีน้อยมีกิจกรรมต้องกลับดึกเขาก็โทรบอกพ่อให้ไปรอรับ เราทำแบบนี้กับลูกทั้งสองคนตลอดมานับสิบๆปี เพราะเราคิดว่า ถ้าวันใดมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับลูก แล้ววันนั้นเป็นวันที่เราไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลลูก เราจะเสียใจมากที่สุดว่าทำไมเราไม่อยู่เคียงข้างเขา

     แต่มีสิ่งหนึ่งที่พ่อหมีปฎิเสธไม่ยอมรับในตอนแรกๆคือ การเป็นออทิสติกของหมีน้อย ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับแม่หมี พ่อหมีไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไรแต่หน้าที่พาลูกไปหาหมอทั้งที่โรงพยาบาลจุฬาฯและการไปที่โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ซึ่งไกลแสนไกลจากบ้านที่สาทรมากเป็นสิ่งที่พ่อหมีต้องทำ แม่หมีเชื่อว่า ความที่เขารักลูกมากนั่นเองเขาจึงรับไม่ได้ เมื่อลูกไม่ปกติจึงเกิดปฎิกิริยาปฎิเสธ แต่ความรักความห่วงใยลูกก็ยังคงเหมือนเดิม เขาช่วยดูแลในทุกเรื่องไม่ว่าลูกคนโตหรือคนเล็ก พาไปเที่ยวพาไปที่โน่นที่นี่ อาจอับอายในสิ่งที่หมีน้อยทำบ้างแต่เขาก็ยังยอมพาหมีน้อยไปไหนๆด้วย ยอมขับรถไปนอนพัทยาทุกอาทิตย์เพราะหมีน้อยจะต้องไปดูผีเสื้อที่สวนผีเสื้อสายทิพย์และต้องแวะดูสัตว์น้ำที่ม.บูรพา ซึ่งพอไปบ่อยเข้าก็เลยเป็นกิจกรรมในตารางชีวิตของหมีน้อยที่ขาดไม่ได้ (แล้วแม่หมีก็ชอบกิจกรรมนี้ด้วย 555)

     เรื่องที่เขารับไม่ได้อีกเรื่องก็คือ การมีเชือกจูง(จะเป็นเชือกที่ซื้อจากแผนกเด็กอ่อนในห้าง ซี่งเป็นสายที่รัดข้อมือทำด้วยวัสดุนิ่มๆรัดที่ข้อมือและมีสายยาวๆยืดได้ นั่นคือลักษณะของเชือกจูงเมื่อ 20 ปีที่แล้วไม่ได้เหมือนสมัยใหม่ที่จะคล้องที่ตัว หรือทำเป็นกระเป๋าเป้เป็นรูปการ์ตูนน่ารักหรือเป็นรูปสัตว์น่ารักคล้องจากด้านหลัง)เพราะการจูงมือเด็กตลอดนี่ทำให้เด็กรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เราต้องให้อิสระกับเขาบ้างเพื่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่พอนำมาคล้องที่มือแล้ว พ่อหมีจะบอกว่า "พี่ไม่ชอบเลย..ลูกไม่ใช่หมา" แต่มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจ้าหมีน้อยและหมอเป็นคนแนะนำว่าจำเป็นต้องมี เพราะหมีน้อยยังพูดไม่ได้บอกชื่อตัวเองก็ไม่ได้ แล้วก็ชอบวิ่งเตลิดเปิดเปิง ถ้าวิ่งหายไปในห้างสรรพสินค้าแล้วใครเอาตัวไปล่ะเราจะเสียใจมากกว่าไหม (แล้วตอนนั้นก็มีข่าวจับเด็กไปเป็นขอทาน แม่หมีกลัวหมีน้อยหายค่ะ) แม่หมีจึงเดินเชิดหน้าถือเชือกจูงหมีน้อยท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของคนที่พบเห็น บางคนเสียมารยาทมากๆพูดให้ได้ยินว่า "ทำอย่างกับลูกเป็นหมา" แต่แม่หมีก็เป็นแม่หมี(ไม่ใช่แม่หมานี่นา)....ที่ถ้าตั้งใจทำสิ่งใดก็จะไม่สนใจใคร ใครจะว่าอย่างไรคิดอย่างไรชั้นไม่สนใจ ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกของชั้นพัฒนาก้าวไปข้างหน้า พ่อแม่ของออทิสติกหลายคนจึงมักจะยอมพ่ายแพ้ในการนำพาลูกออทิสติกของตนออกสู่โลกกว้าง ยิ่งลูกของคนรวยมีหน้ามีตาบางคนก็จะถูกเก็บแอบซ่อนเร้นไม่ให้ใครรู้ด้วยความอับอาย นั่นแหล่ะเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์ แม่หมีคิดในใจเสมอว่า "ลูกของชั้นก็มีสิทธิ์ที่จะได้ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์คนอื่นเช่นกัน" แม่หมีจึงบอกพ่อหมีว่า "เราต้องพาหมีน้อยไปนอกบ้านให้เขาออกมาจากโลกส่วนตัว ถ้าเราเก็บเขาไวัในบ้านเขาก็จะไม่ได้รับการพัฒนา อีกอย่างพี่หมีใหญ่ต้องออกนอกบ้านไปเห็นสิ่งต่างๆไปเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เมื่อพาพี่หมีใหญ่ไปได้ก็ต้องพาน้องหมีน้อยไปด้วย พ่อหมีอยู่ห่างๆหมีน้อยก็ได้ถ้ารู้สึกอับอาย อ้อมจะทำทุกอย่างด้วยตนเอง" พ่อหมีคงเห็นว่า แม่หมีไม่ยอมแพ้แล้วเขาเป็นพ่อของเจ้าหมีน้อยเขาก็ต้องมีส่วนร่วมในการทำให้หมีน้อยก้าวหน้าขึ้น

      ยิ่งหมีน้อยเติบโตขึ้นอาการก็ยิ่งเด่นชัด พ่อหมีคงคิดเปรียบเทียบในใจว่าหมีน้อยกับพี่หมีใหญ่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้จะไม่เอ่ยปากออกมาแม่หมีก็รู้ว่า เขาเริ่มยอมรับในสิ่งที่หมีน้อยเป็น ยอมรับว่าแม่หมีไม่ได้ไปหาโรคอะไรที่ชื่อแปลกๆมาใส่ในตัวหมีน้อย แต่หมีน้อยเป็นอย่างที่คุณหมอบอก เขารับฟังแม่หมีเรื่องแนวทางที่เราจะปฎิบัติกับหมีน้อย เขารับฟังว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ และแม่หมีบอกเขาว่า "เรามีลูกสองคน เราจะไม่เลี้ยงดูคนใดมากจนเกินไปและทิ้งให้อีกคนต้องโดดเดี่ยว ลูกต้องการความรักทั้งคู่และอ้อมก็อยากให้ลูกทั้งสองคนพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง เราจะทำหน้าที่ช่วยกันพัฒนาลูกในทุกๆด้าน เราจะพาลูกทั้งคู่ไปสู่จุดหมายปลายทางนั่นคือ ลูกต้องมีการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ อ้อมจะไม่ยอมให้ลูกของเราเป็นเด็กเกเรเหลวไหลไร้จุดหมายของชีวิต อ้อมอยากให้ลูกเป็นคนที่มีคุณค่าทำประโยชน์ให้สังคม ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม สำหรับหมีน้อยอ้อมไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าเรียนได้หรือไม่ แต่อ้อมมีความหวังมีความศรัทธา ลำพังอ้อมทำคนเดียวไม่สำเร็จแน่ พี่ต่อเป็นพ่อพี่ต่อต้องช่วยอ้อมนะคะ อ้อมรู้ว่าพี่ต่อรักลูกดังนั้นเราจะช่วยกัน" ค่ะ นับแต่นั้นมาครอบครัวของเราพ่อแม่และพี่หมีใหญ่ก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่จะช่วยกันดูแลหมีน้อย แม่หมีมีข้อมูลอะไรใหม่ๆก็จะมาบอกเล่าให้พ่อหมีฟังและบอกพี่หมีใหญ่ด้วยว่าน้องต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราทุกคน แม่หมีจะคิดกิจกรรมสนุกๆที่จะพัฒนาทักษะของลูกๆแล้วก็นำมาใช้ เล่นไปได้ด้วยกันทั้งพี่และน้องให้ลูกทั้งคู่ได้สนุกสนาน,ได้พัฒนาและเติมเต็มสิ่งที่หมีน้อยขาด พ่อหมีเข้าใจและปฎิบัติตามคำร้องขอของแม่หมีเพราะเขารักครอบครัวเล็กๆนี้ ความรักความเข้าใจที่เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาของการดูแลเด็กออทิสติกที่หนักหนาสาหัส ดูเหมือนจะเบาบางลงเพราะสมาชิกในครอบครัวมีความรักความหวังดีและเอื้ออาทรให้กันและกัน

       ในเดือนของความสำคัญของการเป็นพ่อ(ความจริงพ่อก็สำคัญในทุกๆวัน) แม่หมีจึงเขียนเอ็นทรี่นี้ ให้กับพ่อทุกคน เพราะพ่อคือคนสำคัญในครอบครัว แม่หมีเชื่อว่า เราจะช่วยกันสร้างสังคมที่ดีได้ต้องเริ่มจากการมีครอบครัวที่พร้อม มีความเข้าใจในการเลี้ยงดูลูก มีความมุ่งมั่นที่จะบ่มเพาะให้ลูกหลานของเราเป็นคนดี แม่หมีไม่ได้อวดอ้างหรือยกตนข่มท่านว่า เป็นคนเก่งเลิศเลอ แต่เป็นแม่ที่มีความตั้งใจว่า "ถ้าเรามีลูก เรา"อยาก"เห็นเขาเป็นคนดี อย่าคิดว่าแค่"อยาก" แล้วจะได้ในสิ่งนั้น แต่เราต้องลงมือทำ จะด้วยการพูด การสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย การทำให้เห็นเป็นตัวอย่างฯล เป้าหมายนั้นๆมันก็จะไม่ลอยอยู่ในอากาศ มันจะต้องไขว่คว้าให้ได้ แต่ถ้าเราลงมือทำ ปลูกต้นกล้าที่งดงามลงในใจของเขา เมื่อต้นไม้นั้นเติบโตด้วยความรักความเข้าใจ ผลของมันช่างเป็นสิ่งที่หอมหวาน ต้นไม้ของแม่หมียังไม่เติบโตงดงามเต็มที่อย่างที่หวังไว้ แต่ด้วยความหวังและศรัทธา ต้นไม้เล็กๆของแม่หมีจะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงา เป็นที่ชื่นใจของผู้พบเห็น มันน่าชื่นใจมั๊ยเมื่อเราถามพี่หมีใหญ่ว่า "ลูกรู้สึกอย่างไรกับพ่อ" พี่หมีใหญ่เขาตอบมาว่า "พ่อเป็นไอด้อลของผมเลย" ส่วนเจ้าหมีน้อยเขาตอบว่า "ถึงแม้ว่าพ่อจะดูเหมือนดุเคร่งครัดในกฎระเบียบ แต่พ่อก็แคร์พวกเราทุกคน"

        แม่หมีขอชื่นชมและคารวะให้กับพ่อทุกคนค่ะ มือใหญ่ๆหนาๆที่โอบอุ้มครอบครัวเป็นมือที่สำคัญในการสร้างคนดี ขอบคุณ "คุณพ่อ" ทุกคนจากใจจริง
                                              จาก
                              แม่หมี (แม่ผู้ "อยาก"จะผอม แต่ก็เป็นแค่ "อยาก" อิอิอิ)

มาดูภาพความรักความผูกพันในครอบครัวเล็กๆแต่ตัวใหญ่กันค่ะ
        
                                                     พ่อหมีกับพี่หมีใหญ่

                                          พ่อหมีกับเจ้าหมีน้อย ตอนที่ป่วยอยู่โรงพยาบาล


                                                       หมีน้อยกำลังปล่อยพลัง


                                                        พ่อหมีเล่นต่อสู้กับหมีน้อย


                                             สามคนแม่ลูกมองผ่านเลนส์โดยพ่อหมี


                                                         ครอบครัวเราไม่เคยทิ้งกัน


      ไปฟังเพลงที่สวนลุม"ดนตรีในสวน" เมื่อหลายปีก่อน ปีนี้คงต้องหาโอกาสไปฟังให้ได้ ครอบครัวเราก็คงเป็นเช่นนี้ตลอดไป

     หมายเหตุ เขียนเรื่องนี้ไม่ใช่จะอวดคุณงามความดีของคุณสามี แต่อยากจะให้ผู้ที่เป็นพ่อทุกคนได้ลองมองสำรวจตนเองแล้วทุกคนจะพบว่า ตัวเองได้ทำหน้าที่พ่ออย่างสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่คุณภรรยาของคุณอาจไม่มีโอกาสที่จะขอบคุณในความดีงามที่พวกคุณทำ แม่หมีก็ขอเป็นตัวแทนภรรยา เป็นหัวหน้าคณะภริยาแห่งชาติ(คภช.)ขอบคุณที่พ่อทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มใจและเต็มกำลัง ถ้าไม่มี"คุณพ่อ" ครอบครัวคงไม่เป็นแบบนี้ อยากเอ่ยนามคุณพ่อทั้งหลายในโอเคเนชั่นเพราะเท่าที่รู้จักมา บางคนแม่หมีอยากยกตำแหน่ง แฟมิลี่แมนอ๊อฟเดอะเยียร์ให้เลย และในโอกาสนี้ขอส่งความรักความคิดถึงไปยัง"คุณพ่อที่จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ" หนูรักพ่อค่ะ
                                                             

                                                                     จาก   แม่หมี
                                                             หัวหน้าคณะภริยาแห่งชาติ คภช.(แต่งตั้งตัวเองก็ได้อ่ะ 5555)

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net