วันที่ พุธ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

CIA เคยใช้คุกลับในไทยทรมานนักโทษ


วุฒิสมาชิกสหรัฐประณามวิธีการสอบปากคำแบบเข้มข้นที่สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐหรือซีไอเอนำมาใช้หลังเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน โดยระบุว่าในบางกรณีการสอบปากคำกลับกลายเป็นการซ้อมทรมาน ด้านซีไอเอปกป้องวิธีการที่ใช้ว่าช่วยลดเหตุรุนแรง ขณะที่ผู้นำสหรัฐรับปากจะไม่มีการซ้อมทรมานภายใต้รัฐบาลโอบามา

รายงานความยาว 6,000 หน้า แต่มีการเปิดเผยออกมาเพียง 480 หน้าของวุฒิสมาชิกสหรัฐเป็นรายงานที่หลายฝ่ายตั้งตารอมาเป็นเวลานาน รายละเอียดที่เปิดเผยระบุว่าเทคนิคที่ใช้ในการสอบปากคำ เช่น การให้อดนอนเป็นเวลานาน การทรมานให้สำลักน้ำ ทุบตี และทำให้อับอาย เป็นวิธีการที่โหดร้ายและใช้ไม่ได้ผล กับทั้งไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใด ๆ แก่ทางการสหรัฐเลย

นางไดแอนน์ เฟนสเตน วุฒิสมาชิกซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนเรื่องนี้ระบุว่า ผลการสอบสวนที่ออกมาเป็น “ความด่างพร้อย” ทั้งต่อคุณค่าและประวัติศาสตร์อเมริกัน
คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาระบุว่าซีไอเอ ชี้นำทั้งนักการเมืองและสาธารณชนไปในทางที่ผิดเกี่ยวกับกระบวนการสอบปากคำที่ซีไอเอนำมาใช้

ด้านนายจอห์น เบรนแนน ผู้อำนวยการซีไอเอ ได้กล่าวปกป้องการที่ซีไอเอใช้วิธีการสอบปากคำอย่างเข้มข้น หลังจากเกิดเหตุโจมตี 11 กันยายน โดยเขายืนกรานว่าแม้จะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่เทคนิคที่ซีไอเอนำมาใช้ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโจมตีหลายครั้ง มีการจับกุมตัวผู้ก่อการร้ายได้หลายคน และปกป้องชีวิตผู้คนไว้ได้

ด้านวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันสองคนไม่เห็นด้วยกับผลสรุปของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา และถอนตัวจากการเป็นคณะผู้จัดทำร่างรายงานดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตไม่มีความแม่นยำ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างลวก ๆ และเลือกใช้เฉพาะหลักฐานที่ให้ข้อสรุปอย่างที่ตั้งใจไว้แล้วเท่านั้น

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา บอกว่าภายใต้การบริหารงานของเขา จะไม่มีการนำกระบวนการสอบปากคำอย่างที่ปรากฏอยู่ในรายงานกลับมาใช้อีก เพราะสิ่งนี้ได้สร้างความเสื่อมเสียอย่างใหญ่หลวงต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในต่างประเทศโดยไม่เป็นผลดีต่อความพยายามปราบปรามการก่อการร้ายในภาพรวม #CIA

Photo: วุฒิสมาชิกสหรัฐประณามวิธีการสอบปากคำแบบเข้มข้นที่สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐหรือซีไอเอนำมาใช้หลังเกิดเหตุการณ์  11 กันยายน โดยระบุว่าในบางกรณีการสอบปากคำกลับกลายเป็นการซ้อมทรมาน ด้านซีไอเอปกป้องวิธีการที่ใช้ว่าช่วยลดเหตุรุนแรง ขณะที่ผู้นำสหรัฐรับปากจะไม่มีการซ้อมทรมานภายใต้รัฐบาลโอบามา

รายงานความยาว 6,000 หน้า แต่มีการเปิดเผยออกมาเพียง 480 หน้าของวุฒิสมาชิกสหรัฐเป็นรายงานที่หลายฝ่ายตั้งตารอมาเป็นเวลานาน รายละเอียดที่เปิดเผยระบุว่าเทคนิคที่ใช้ในการสอบปากคำ เช่น การให้อดนอนเป็นเวลานาน การทรมานให้สำลักน้ำ ทุบตี และทำให้อับอาย เป็นวิธีการที่โหดร้ายและใช้ไม่ได้ผล กับทั้งไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใด ๆ แก่ทางการสหรัฐเลย

นางไดแอนน์ เฟนสเตน วุฒิสมาชิกซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนเรื่องนี้ระบุว่า ผลการสอบสวนที่ออกมาเป็น “ความด่างพร้อย” ทั้งต่อคุณค่าและประวัติศาสตร์อเมริกัน 
คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาระบุว่าซีไอเอ ชี้นำทั้งนักการเมืองและสาธารณชนไปในทางที่ผิดเกี่ยวกับกระบวนการสอบปากคำที่ซีไอเอนำมาใช้  

ด้านนายจอห์น เบรนแนน ผู้อำนวยการซีไอเอ ได้กล่าวปกป้องการที่ซีไอเอใช้วิธีการสอบปากคำอย่างเข้มข้น หลังจากเกิดเหตุโจมตี 11 กันยายน โดยเขายืนกรานว่าแม้จะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่เทคนิคที่ซีไอเอนำมาใช้ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโจมตีหลายครั้ง มีการจับกุมตัวผู้ก่อการร้ายได้หลายคน และปกป้องชีวิตผู้คนไว้ได้ 

ด้านวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันสองคนไม่เห็นด้วยกับผลสรุปของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา และถอนตัวจากการเป็นคณะผู้จัดทำร่างรายงานดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตไม่มีความแม่นยำ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างลวก ๆ และเลือกใช้เฉพาะหลักฐานที่ให้ข้อสรุปอย่างที่ตั้งใจไว้แล้วเท่านั้น

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา บอกว่าภายใต้การบริหารงานของเขา จะไม่มีการนำกระบวนการสอบปากคำอย่างที่ปรากฏอยู่ในรายงานกลับมาใช้อีก เพราะสิ่งนี้ได้สร้างความเสื่อมเสียอย่างใหญ่หลวงต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในต่างประเทศโดยไม่เป็นผลดีต่อความพยายามปราบปรามการก่อการร้ายในภาพรวม #CIA

สักครู่มีรายงานการใช้สถานที่ลับในไทยในการสอบปากคำ

ซีไอเอซ้อมทรมานอดีตผู้ก่อการร้ายในสถานที่ลับในไทย

คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐเผยแพร่รายงานที่ชี้ว่าวิธีการสอบปากคำที่สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐหรือซีไอเอนำมาใช้หลังเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายนนั้น บางกรณีเลยเถิดเป็นการซ้อมทรมาน ระบุอดีตผู้ก่อการร้ายถูกนำตัวไปซ้อมทรมานในเมืองไทย ใช้วิธีทั้งทำให้สำลักน้ำ ให้อดหลับอดนอน เปลื้องผ้าให้อับอาย

ในรายงานของวุฒิสภาสหรัฐได้ยกกรณีตัวอย่างที่เกิดกับนายอาบู สุไบดาห์ ซึ่งทางการสหรัฐระบุว่าเป็นอดีตผู้วางแผนปฏิบัติการและรับสมัครผู้ก่อการร้าย เขาถูกจับกุมที่ปากีสถานและถูกส่งตัวไปยังสถานที่ลับในเมืองไทย

มีการระบุสถานที่คุมขังว่าเป็นห้องขังสีขาวที่ปราศจากแสงธรรมชาติหรือหน้าต่าง แต่มีไฟสี่ดวงส่องเข้ามาในห้องขังและมีเครื่องปรับอากาศ

นายสุไบดาห์มีเก้าอี้ 2 ตัว ตัวหนึ่งนั่งสบายกว่าอีกตัว สลับกันไปแล้วแต่ว่าเขาจะร่วมมือมากน้อยแค่ไหน
ช่วงระหว่างวันที่ 4-23 สิงหาคม 2545 หลังจากที่เขาถูกขังเดี่ยวเป็นเวลา 47 วัน อาบู สุไบดาห์ ถูกสอบปากคำอย่างเข้มข้นเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเดินเข้ามาในห้องขัง ใส่กุญแจมือ คลุมศีรษะ และเปลื้องผ้าเช็ดตัว ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพเปลือย

รายงานระบุว่า “อาบู สุไบดาห์ ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า และอดหลับอดนอนเป็นเวลานาน” เขายังถูกจับกระแทกกับผนัง บนพื้นมีกล่องที่ดูเหมือนโลงศพตั้งอยู่ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ต้องสงสัยไม่ยอมให้ข้อมูลบางอย่าง ผู้สอบปากคำจะใช้มือขย้ำหรือตบที่ใบหน้า

ในคืนแรก อาบู สุไบดาห์ ถูกทรมานด้วยการทำให้สำลักน้ำ ซึ่งทำให้เขาไอ อาเจียน และชักกระตุก
รายงานระบุว่าเป้าหมายของการกระทำดังกล่าวก็ “เพื่อให้แน่ใจว่า (เขา) อยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุด” ตลอดเวลา

Credit; บีบีซีไทย - BBC Thai

 

ภาพประกอบไม่กี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตามเรื่องนะครับ แต่เป็นประมวลภาพการทรมานเชลยศึกและนักโทษของหน่วยงานภายใต้รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในอิรักและที่คุมขังหลายหลายแห่ง


 

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล FB  Military Technology Lover Forum


 

กัมมุนา วัตติโลโก

 

เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรมครับ

 

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net