วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลอตเตอรี่ “120 บาท”... ท้าอำนาจ “คสช.”


 

    ...บทสนทนาระหว่างผู้ซื้อลอตเตอรี่ ณ ตลาดสดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ

 

    “พี่ๆ เลขท้ายคู่นี้ใบละเท่าไร”

   “130 บาท”

   “โอ้ว! ...ทำไมแพงจัง มีสีน้ำเงินเขาให้ขายไม่เกิน 90 บาท?”

   “ขายได้ไง รับมาก็เกินแล้ว”

    “ทหารเขาห้ามยี่ปั๊วขายแพงนะ”

   “โอ๊ย ทำได้ไม่กี่งวดก็เหมือนเดิม เอาคู่นี้สิ 120 บาท”

            ???

 

    สุดท้ายผู้ซื้อต้องยอมจ่ายราคา 120 บาท แม้ว่า "คสช." จะเคยสัญญาขอคืนความสุขให้คนไทย ด้วยนโยบายขายสลากกินแบ่งฯ ตามราคาที่พิมพ์ไว้ คือ ใบละ 40 บาท หรือคู่ละ 80 บาท

 

    ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ยึดอำนาจการปกครอง และประกาศว่าจะคืนความสุขให้ประชาชนทั้งประเทศนั้น หนึ่งในคำสั่งที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ในฐานะหัวหน้า คสช. มอบหมายให้รีบทำอย่างเร่งด่วน ได้แก่ การปราบมาเฟียกองสลากให้ราบคาบ สลากกินแบ่งรัฐบาลต้องขายตามราคาที่กฎหมายกำหนดไว้ ห้ามขายเกินอีกต่อไป หัวหน้าคสช.ประกาศอย่างชัดเจนออกสื่อมวลชนทุกแขนง สรุปใจความได้ว่า

 

 

    “ทำไมขายเกินราคาถึงคู่ละ 100-110 บาท ต้องไปดูรายละเอียดว่าที่มีการขายเกินราคาที่กำหนดนั้น ผลประโยชน์ไปอยู่กับใคร ส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะทำตั้งแต่งวดหน้าเลย (1 ก.ค.) เชื่อว่าหากมีความบริสุทธิ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนกรณีพ่อค้าคนกลางรับสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยจึงทำให้ราคาสูงขึ้น ต้องไปดูที่ระเบียบว่าถูกต้องหรือไม่ หรือต้องมีการแก้ไขระเบียบใหม่ หากมีเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องยกเลิก หรือนำผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเข้ามาสู่ระบบและนำไปพัฒนาประเทศ จะต้องทำให้ราคาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตรงตามที่ระบุในตัวสลากินแบ่งรัฐบาล คือ 80 บาท”

 

   หลังคำประกาศเสร็จสิ้นลง ราคาขายปลีกลอตเตอรี่งวดวันที่ 2 กรกฎาคม ลดลงทันที หลายคนสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 80 บาทจริง แม้ว่าแผงขายไม่ค่อยพอใจนัก เพราะยี่ปั๊วตั้งราคาขายส่ง 76 บาท หากขาย 80 บาทได้กำไรคู่ละ 4 บาท ลงทุน 1 แสน ได้กำไรเพียง 4,000 บาทเท่านั้น มีการส่งตัวแทนไปร้องเรียนต่อ คสช. กลายเป็น "ม็อบกองสลาก"

 

    ทำให้ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องประกาศขอเลื่อนนโยบายขาย 80 บาทไปก่อน จนกระทั่งเดือนสิงหาคมกองสลากสั่งออกนโยบายใหม่ด้วยการประทับตราสีน้ำเงินลงบนสลาก รวม 45 ล้านฉบับ เพื่อบังคับขายในราคาเหมาะสม ไม่เกินคู่ละ 100 บาท เนื่องจากเป็นสลากขายตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ผู้ค้ารับไปในราคาต้นทุนเพียง 74 บาท ได้กำไรคู่ละ 20 กว่าบาทน่าจะพอใจได้แล้ว โดยเริ่มขายงวดวันที่ 16 กันยายน

 

    ผลปรากฏว่าสลาก 45 ล้านฉบับ ที่ปั๊มสีน้ำเงินออกไปนั้น ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือผู้ค้ารายใหญ่เหมือนเดิม แม้มีการตักเตือนและจดรายชื่อผู้ขายเกินราคาเอาไว้ก็ตาม มีเพียงผู้รับโควตา 23 รายถูกจับข้อหาขายสลากเกินราคา และโดนยึดโควตาคืน

 

    ล่าสุดวันที่ 4 ธันวาคม “สมชัย สัจจพงษ์” อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกาศยอมรับว่าการแก้ปัญหาสลากเกินราคาด้วยการปั๊มสัญลักษณ์สีน้ำเงินที่สลากกินแบ่ง “ล้มเหลว” รายย่อยที่ได้โควตายังขายต่อให้ยี่ปั๊วหรือพ่อค้าคนกลางไปรวมชุดขายในราคาแพง

    “สำนักงานสลากฯ ยังยึดโควตาจากพ่อค้าคนกลางไม่ได้ จนกว่าจะถึงวันหมดสัญญาช่วงเดือนมิถุนายน 2558 ตอนนี้ต้องขอพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางแก้ไข”

    นายสมชัยเสนอแนวทางแก้ไขเบื้องต้นไว้ คือ การแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ พ.ศ.2517 เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 3 ข้อ ได้แก่ 1.เพิ่มเกมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่มีแค่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเดียว 2.จัดสรรโครงสร้างรายได้ใหม่ จากปัจจุบันกำหนดให้นำรายได้ส่งคืนคลังร้อยละ 28 ควรลดส่วนนี้ลง เพื่อให้ต้นทุนการขายลดลงด้วย 3.พิจารณาช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติม เช่น ขายหวยบนดินแบบเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว และหวยออนไลน์

    ในจำนวนข้อเสนอ 3 ข้อข้างต้นนั้น หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงการลดเงินรายได้นำส่งคลังว่า ควรจัดทำเป็นกองทุนเพื่อสังคมนำไปช่วยเหลือคนพิการ หรือเป็นทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เนื่องจากในแต่ละปีนั้นมีการนำส่งเงินรายได้จากกองสลากให้คลังมากถึงปีละกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

    โดยเฉพาะ "สังศิต พิริยะรังสรรค์" ประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สนช. ถึงกับเสนอให้ยกเลิกเงินส่วนนี้เป็น 0 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงินทั้งหมดทำเป็นกองทุนเพื่อสังคม และเพิ่มเงินรางวัลสลากให้มากขึ้น

 

 

    ด้าน “ธนากร คมกฤส” ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก วิเคราะห์ให้ฟังว่า ลอตเตอรี่ที่ยังขายเกินราคาได้นั้น เพราะคสช.ไม่ค่อยเอาจริงเท่าไร สุดท้ายก็ทำให้เห็นว่ามาเฟียกองสลากมีอำนาจจริง ผู้นำทุกยุคสมัยไม่เคยปราบสำเร็จ ผลประโยชน์มหาศาล แม้กระทั่งยุค คสช.ที่เชื่อว่ามีอำนาจจัดการแก้ไขปัญหาประเทศทุกอย่าง ก็ยังทำให้ราคาสลากขาย 80 บาทได้ไม่กี่งวดเท่านั้น

    “ปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนพูดคือ เรื่องเจ้าหน้าที่ในสำนักงานสลากฯ ใส่เกียร์ว่าง ตอนนี้ คสช.เน้นเปลี่ยนหัวเรือใหญ่หรือผู้นำองค์กร แต่ถ้าตัวเล็กๆ ที่เป็นคนจัดการทุกอย่างไม่สนใจทำตามคำสั่ง เจ้านายใหญ่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผมอยากเสนอให้โยกย้ายตำแหน่งเจ้าหน้าที่กองสลากทุกระดับเลย จากนั้นสั่งยกเลิกโควตาทั้งหมด แบ่งขายรายย่อยให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปรายละไม่เกิน 10 เล่ม แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว” นายธนากรเสนอความเห็นทิ้งท้าย

    วินาทีนี้ “มาเฟียกองสลาก” จะท้าทายอำนาจคสช.ได้อีกนานแค่ไหน ราคาสลากจะกลายเป็น 80 บาทได้จริงหรือไม่ ประชาชนผู้ซื้อลอตเตอรี่กว่า 19 ล้านคนทั่วประเทศ กำลังรอให้ คสช.คืนความสุขอย่างแท้จริง...

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

11/12/57

 

โดย A.punnee

 

กลับไปที่ www.oknation.net