วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฮ่องกง ตอน 1 : นั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิว 360 องศา ขึ้นรถรางโบราณสู่ Victoria Peak


เราเหินฟ้าออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินคาเธ่แปซิฟิก ถึงท่าอากาศยานนานาขาติฮ่องกง เวลาประมาณตี 5 หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย พวกเราก็หาห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน และค้นเสื้อกันหนาวออกมาสวมใส่ ผ้าพันคอจำเป็นมาก เพราะช่วยป้องกันการเป็นหวัดได้อย่างดี อุณหภูมิ 10 กว่าองศาถุงมือยังไม่ต้องใช้ สังเกตุว่าคนที่นี่ไม่นิยมสวมถุงมือ และหมวกค่ะ จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย หาที่นั่งเพื่อนอนรอรถโค้ชปรับอากาศที่จะมารับตอนประมาณ 8.30 น.

 
 เดิมฮ่องกงเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเขตอำเภอซินอัน เมืองเซินเจิ้น
 

ระบบเศรษฐกิจฮ่องกงเป็นแบบเสรีนิยม มีข้อจำกัดทางการค้าน้อยมาก ฮ่องกงไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเป็นของตัวเอง มีแต่ท่าเรือน้ำลึกที่เยี่ยมยอด ฮ่องกงใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ซึ่งภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาที่นิยมใช้กันมากที่สุด สำหรับเช้าวันนี้ ขอทักทายอรุณสวัสดิ์ท่านด้วย ภาษาจีนกวางตุ้ง ว่า “โจ๋ว สั๊น”

 
 
 
ที่แพงการก่อสร้างจึงต้องใช้ประโยชน์เต็มที  ตึกระฟ้าแหงนคอมองจนสุดติ่ง

 

เช้านี้ฮ่องกงเหมือนจะยังไม่ตื่น รถราเงียบ ผิดกับกรุงเทพฯ

นั่งกระเช้าลอยฟ้า ชมวิว 360 องศา สู่วัดโปว์หลิน

พระอารามศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโป่วหลิน และบนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานของ

พระใหญ่เทียนถาน หรือ พระใหญ่แห่งเกาะลันเตา ซึ่งคนฮ่องกงเชื่อว่าใครได้ไปสักการะขอพร

ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข ทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จทุกด้าน วัดนี้แปลเป็นไทยได้ว่า "วัดดอกบัวอันศักดิ์สิทธิ์"

ทุกสถานที่ ที่ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชม คิวเหมือนจะยาว แต่ใช้เวลาไม่เกิน ครึ่งชั่วโมง

 
 
กระเช้าจะเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ขึ้นได้ครั้งละ 8 คน
 
 
 
 
 
 
ถามว่ากลัวไหม ตอบสั้น ๆ ว่า "แน่นอน"
 
 
 
 
 
เกาะฮ่่องกงเล็กกว่าเกาะภูเก็ตจะขยายพื้นที่ก็ต้องถมทะเลเพื่อสร้างสนามบิน
 
 
 
หันไปมองด้านหลังมีเสียว ลมแรงมีแกว่ง นั่งไม่บาลานซ์เมีเอียง กระตุ้นความตื่นเต้นตลอด
 

พระใหญ่แห่งเกาะลันเตา

องค์พระที่ยกมือขวาก็เพื่อให้พร และปกป้องให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข

ส่วนมือซ้ายแบอยู่บนตัก หมายถึงให้พรแก่ทุกคนจากเกือบทุก ๆ ส่วนของเกาะ

เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ประทับกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

น้ำหนักรวม 250 ตัน สูง 34 เมตร อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 371 เมตร

หากต้องการเข้าชมฐานใต้องค์พระที่มีภาพศิลปะจีนโบราณ จะเสียค่าเข้าชม 33 เหรียญ


 
 
 
เดินเข้าไปจะซื้อข้าวโพด+ถ่ายรูป เหลือบไปเห็นป้าย No photo
เราถอยกลับทันที เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยว แต่ห้ามถ่าย (สงสัยจะรำคาญ)
แต่ทั้งโซนนี้ไม่เห็นมีร้านไหนห้ามเลย (ไม่ให้ถ่าย ก็ไม่ซื้อ)
 

หมู่บ้านนงปิงวิลเลจ

เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับกระเช้าไฟฟ้า

มีเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ครึ่ง สถาปัตยกรรมภายนอกดูโบราณ แต่ภายในตกแต่งตามสมัย ดูหรูหรา

 
 
 
 
 
 
    
 
 
 
 
 
การก่อสร้างถนนที่ต้องเจาะอุโมงค์เข้าไปในภูเขาเพื่อเชื่อมไปอีกฝั่งหนึ่ง
 
 

 CITY GATE OUTLET

มีสินค้าแบรนด์เนมมากกว่า 80 แบรนด์ ลดราคาตลอดทั้งปี 30-70 เปอร์เซ็นต์

เราสนใจรองเท้าเลยเดินแวะเข้าไปดู สีสันและแบบยั่วยวนมาก

 
 
 
 

ตั้งสติก่อนสตาร์ท จะซื้อหาอะไรอย่าลืมคูณ 4

เห็นเพื่อนบ่นว่าผู้คนคับคั่ง เอาตังค์ที่ไหนกันมาช้อป (นางอิจฉาออกโรง)

แวะทานอาหารเที่ยง ร้าน Holly Restaurant

อาหารของที่นี่จะออกมัน และเค็ม ไปไม่กี่วันสัมผัสรสชาติแบบท้องถิ่นดั้งเดิมเป็นอะไรที่สมควร แต่สำหรับเรามื้อต่อไปน้ำพริกปลาป่นที่ติดไปช่วยชีวิตไว้ได้ ยิ่งหนาวร่างกายยิ่งเผาผลาญพลังงาน เพื่อเพิ่มความอบอุ่น ต้องกินให้เยอะ จะได้มีแรงไว้เดินทน เพราะพวกเราหนักไปทางเดินตลอดรายการ เรียกว่าเดิน ยืน มากกว่านั่งก็แล้วกัน พกน้ำเปล่าติดตัวไว้ตลอด จิบไปเรื่อยไม่ใช่ว่าอากาศเย็นแล้วไม่อยากดื่ม เพราะจะเกิดอาการเจ็บคอ

 
 
 
 
 
 
    

ถ้าพนักงานเสิร์ฟ โยนของใส่บนโต๊ะ มีอะไรลอยผ่านไปตรงหน้า อย่าตกใจคิดว่าเขาไร้มารยาท เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่ต้องการแสดงให้รู้ว่า "ฉันทำงานอยู่นะ"  อยู่หลายวันจะชินไปเอง เพราะเป็นกันทุกร้าน บางร้านพวกเรายังต้องคอยเอาศีรษะหลบนมที่เธอเหวี่ยงมาโดน หากท่านต้องการน้ำชาเพิ่ม เปิดฝาทิ้งไว้ครึ่งหนึ่ง เขาจะนำไปเติมมาให้ เสิร์ฟเฉพาะน้ำชา และน้ำเปล่า (บางร้านไม่ให้) ส่วนน้ำอัดลมไม่มีบริการ

SALE กันทั้งร้าน

เล็งว่าจะซื้อทาน เดินผ่านทั้งขาไปและขากลับ คิวทางขวามือก็ยังแน่น

เวลารอของอร่อยของเราไม่พอ...

น้ำเปล่าถ้าซื้อตามร้านชำ ซึ่งเราซื้อแถว ๆ โรงแรมที่พัก ตกขวดละ 3 เหรียญ แถมคนขายพอรู้ว่าเป็นคนไทย ยังบอกราคาเป็นภาษาไทยอีกด้วย ถ้าซื้อตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือ 7-11 ตกขวดละ 8-10 เหรียญ แล้วแต่ยี่ห้อ

 ขึ้นยอดเขา Victoria Peak ด้วยรถรางโบราณพีคแทรม

ขึ้นไปจุดชมวิวสูงสุด Top Level บนยอดเขาวิคทอเรียพีค ยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง 554 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากสถานีที่เราซื้อบัตรด้านล่าง รถรางใช้เวลา 8 นาที ด้วยระยะทาง 1.4 กิโลเมตร เพื่อขึ้นสู่สถานีสูงสุด Peak Tower ซี่งอยู่ด้านบน แนะนำให้นั่งทางด้านขวาของรถรางทั้งขาขึ้นและลง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของอ่าววิคทอเรีย ชมตึก ICC ตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกง และติดอันดับ 4 ของโลก หากนั่งทางด้านซ้ายจะได้ชมมอสส์สีเขียวที่ขึ้นอยู่ตามไหล่เขาแทน

ระหว่างต่อคิวเดินเพื่อขึ้นรถรางด้านข้างก็จะมีประวัติไว้ให้อ่านฆ่าเวลา เลือกต่อแถวชิดซ้ายไว้จะได้เปรียบเพราะจะได้ขื้นรถรางก่อน นักท่องเที่ยวจีนเยอะมาก ชอบแซงคิว ศึกตระกูลชิง ระหว่างคนไทย กับคนจีนจึงเริ่มขึ้น คือกลุ่มเราพยายามไม่ให้มีช่องว่างให้เขาแทรก เบียด ขนาดต่อแถว check in ที่สนามบิน ลุงป้าจีนยังสามารถลากกระเป๋ามาแทรกตรงหน้าซึ่งถัดจากเราไปอีกคน มาได้ยังไง ลอดมาช่องไหน หันไปมองหางแถว ระบบอาวุโสใช้ที่สนามบินไม่ได้นะคะ

 
 
 
 
ระยะทางจากบนยอดเขาถึงกรุงเทพ 1720 กิโลเมตร

 
จุดชมวิวที่สูงและสวยที่สุดของเกาะฮ่องกง
 



 

 
 
คืนนี้เราพักกันที่ Novotel ถนน Nathan

 
 

:-แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ-:
สวัสดีค่ะ


โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net