วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัดพู( The Temple of the Mountain) แขวงจำปาสัก สปป.ลาว


 

 

วัดพู (The temple of the Mountain) แขวงจำปาสัก  สปป.ลาว  (1)

           

            เพื่อนๆชวนไปลาวใต้อยากไปเพราะยังไม่เคยไป  แต่เมื่อไปแล้วคนคอประวัติศาสตร์อย่างเรานับว่าโชคดีที่ได้ไป ประการที่หนึ่งได้พบเพื่อนๆร่วมรุ่น บางคนไม่ได้พบกันเกือบๆ สี่สิบปี ประการที่สองการจัดทัวร์เป็นการอภินันทนาการให้เพื่อนที่เคยเป็นระดับ อดีต ผวจ.  ย่อมไม่ธรรมดา บริการชั้นเยี่ยม คนนำทางทั้งไทยและลาวสุดยอด คืออาจารย์มาโนช และน้องพร แม่หญิงลาวคนเก่ง  ทริปสั้นๆลาวใต้ได้เรียกสีสันวันคืนเก่าๆกลับมาสนุกสนานจน ลืมวัยเสียสนิท  ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

 

 

          

           สปป.ลาวทางตอนใต้มีรสชาติผิดกับลาวตอนเหนือ  มีจำปาสักเป็นเมืองหลวงเก่า กลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างรันทดช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง         วังเจ้าทั้งหลายก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นของรัฐ  การดำเนินชีวิตเท่าที่ได้เห็นสองวันดำเนินไปอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ มีประชากรไม่มากนัก (ทั้งประเทศ 7 ล้านคน) มีภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้และทรัพยากรอีกมากมาย  อีกทั้งมีแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านโตรก ช่องหินผา ทั้งเชี่ยวและแรง สร้างอุดมสมบูรณ์ให้แก่ สปป.ลาวในการเป็นแหล่งอาหารโปรตีนชั้นเยี่ยมคือปลานานาชนิด

            วัดพู ตั้งอยู่ทางตอนใต้ จากแผนที่จะอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ห่างจากเมืองจำปาสัก 15 กม. และเมืองท่าปากเซ 37 กม. อีกราว 85 กม.ก็ถึงชายแดนกัมพูชา น้ำตกคอนพะเพ็งและลี่ผี (สมมิด)ที่ขึ้นชื่อก็อยู่ไม่ไกลจากปราสาทวัดภู

 

            ลาวใต้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจคือ วัดพู หรือวัดภู ที่นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสพบว่ามีกำเนิดมาก่อนนครวัดของกัมพูชา  เป็นปราสาทหินทรายและมีองค์ประกอบศิลปงดงามไม่แพ้ นครวัด แต่ขนาดเล็กกว่า   สถานที่ก่อสร้างตั้งอยู่ในเนินของภูเขา สวยงามมาก

 

            อาณาจักรที่เข้ามาครอบครองเชื่อกันว่าเป็นอาณาจักรเชนลา (Chenla) เสื่อมลง  ศาสนสถานหรือปราสาทถูกทิ้งร้าง และถูกทำลายตามธรรมชาติ   คนลาวรุ่นหลังซึ่งไม่เกี่ยวพันกับอาณาจักรเก่า ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่   ด้วยทำเลเงียบสงบ สำนักสงฆ์ในศาสนาพุทธได้เข้ามาสร้างเป็นวัดซ้อนในปราสาทนี้  จึงเรียกว่า ปราสาทวัดภู ปัจจุบันนี้ สำนักสงฆ์ย้ายออกไป คงเหลือพระพุทธรูปประดิษฐานในตัวปราสาท และกุฏิร้างเท่านั้น

 

 

 

นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสำรวจปราสาทวัดพูรุ่นแรกคือ Francis Garnier ในปี ค.ศ  1867 พบว่าปราสาทมีความโดดเด่นในการคัดสรรหินทรายนำมาใช้ในการก่อสร้างได้อย่างน่าสนใจมากที่สุดในอาเซียตะวันออกเฉียงใต้   วัดพูจึงเป็นปราสาทก็ไม่อาจล่าวได้ว่าสนใจมากก็ไม่ถึงขนาดนั้น  แต่จะไม่มาเยี่ยมชมก็จะน่าเสียดายยิ่ง    เพราะองค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทวัดพูเป็นมรดกโลกแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2001 แล้ว  ฉะนั้น  จึงเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของอารยะธรรมลุ่มแม่น้ำโขงที่สนใจไม่น้อย มีคุณค่าน่าไปเยี่ยมชมมาก  ขณะนี้  สปป.ลาวและองค์การยูเนสโกกำลังบูรณะปราสาทนี้อย่างเต็มที่แต่ยังไม่สมบูรณ์

 

ในทางประวัติศาสตร์พบว่าถูกสร้างในศตวรรษที่ 5 ก่อนนครวัด และอาจเป็นบรรพบุรุษของชาวนครวัด เพราะมีหลักฐานว่าสร้างในช่วง  Pre Angkorian period    เชื่อว่ามีคนตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในเมืองจำปาสักตั้งแต่สมัย Chenla (Zlenla}ที่หมายถึงอาณาจักรโบราณที่ชาวจีนเรียกดินแดนในแถบประเทศกัมพูชาช่วงคริสตศตวรรษที่ 6-8

 

 

            ทางกายภาพ ปราสาทวัดพูถูกสร้างอยู่บนภูเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  บูชาพระศิวะ มีหลักฐานประกอบคือ หินสลักเป็นแท่งศิวะลึงก์  สำหรับด้านหลังเป็นภูเขาไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร   ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากรกทึบมาก หนังสือของพิพิทภัณฑ์เขียนขู่ว่ามีงูอยู่แถวๆนั้นตั้ง  97 ชนิด จึงเดินดูเท่าที่คนนำทางพาไป จุดสูงสุดที่รอยแยกของภูเขา มีน้ำไหลหยดตามธรรมชาติลงมาจากเขาสูงตลอดเวลา ใช้รางหินรองรับน้ำหยด ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์  น้ำนี้ไหลลงไปเบื้องล่างลงสู่อ่างเก็บน้ำ (Baray)

 

             มองลงมาจะเห็นลานกว้างหน้าปราสาทสวยงาม ประกอบ หอสมุด หอสี่เหลี่ยม(Quadangle) อ่างเก็บ มีแนวเสาหิน (Flagstone) เป็นช่องทางเดินสู่ บันไดทางขึ้นไปยังปราสาท   สถาปัตยกรรมครบตามทัศนคติคล้ายกับที่เคยเห็นในประเทศกัมพูชk

 

 

            บันไดทางขึ้นปราสาทสูงและชันมาก  หากไม่มีความมุ่งมั่นแล้วจะไม่สามารถขึ้นไปได้ เพราะเป็นขั้นไดทีแคบ เวลาเดินต้องตะแคง จับหินข้างบันพยุงตัวขึ้น  ตอนขึ้นไปยังปราสาทเหนื่อยมากแต่ตอนลงหวาดเสียวกว่า   จบตอนที่ 1 

ปล.ไม่ได้เข้ามานานลืมวิธี upload และอื่นๆ เป็นปีเชียว คิดถึงเช่นกัน ป้ากลับมาแล้ว  คริคริคริ......

โดย พูนทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net