วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทีมชาติต้องมาก่อน...เมื่อบททดสอบอันหนักหน่วงของซิโก้มาถึง


ภายหลังการคว้าถ้วยอาเซียนคัพ ก่อเกิดปฏิกริยาและกระแสชื่นชมทั้งตัวโค้ชและนักเตะชนิดที่แทบไม่เคยเกินขึ้นกับฟุตบอลบ้านเรามาก่อน ทุกคนเป็นที่ชื่นชม เป็นที่รัก ฟุตบอลไทยได้อานิสงค์ไปกับเรื่องนี้เต็มๆ แต่ละคนต่างเฝ้ารอและเฝ้าจับตาดูผลงานต่อๆ ไปของทีมชุดนี้ แต่ในโลกแห่งฟุตบอลไทยในยุคสมัยนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น มากกว่าทีมชาติ เรามี TPL ลีกสูงสุดของประเทศ เรามีการแข่งขันระดับทวีปอย่าง ACL และ AFC Cup และบอลถ้วยในประเทศ และเรื่องราวเหล่านี้กำลังจะขมวดมาเป็นบทสดสอบของฟุตบอลไทยทั้งระบบ

ก่อนที่ TPL จะเริ่มต้นฤดูกาลในเดือนมีนาคมทีมชาติไทยของเรากำลังจะมีการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพในวันที่ 1-7 พ.ย.นี้ ซึ่งรายการนี้ถูกเลื่อนมาจากปีที่แล้วด้วยปัญหาหลายๆ ประการ

King’s Cup เคยเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ในความทรงจำของแฟนบอลไทยทุกคน แต่ในระยะหลังก็ลดบทบาทลงและดีกรีของชาติที่มาร่วมแข่งก็ลดลงเช่นกัน บางปีแทบหาทีมมาร่วมไม่ได้ ปัญหานี้เกิดจากฟีฟ่าปรับเปลี่ยนกติกาหลายๆ อย่างลดสถานะของถ้วยคิงส์คัพเป็นแมทช์กระชับมิตร บังคับให้โปรแกมออกมาในลักษณะที่ปะกบคู่แข่งแล้วเอาผู้ชนะไปชิงกัน เมื่อคะแนนที่ได้ไม่เป็นที่น่าสนใจ การจัดไม่เคยตรงตามปฏิทินฟีฟ่า อันดับโลกของไทยล่วงลงไปเรื่อยๆ จึงเป็นปัจจัยให้แต่ละประเทศหันหลังให้ถ้วยใบนี้ (ปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นกับบอลถ้วยรายการเก่าแก่หลายๆ ประเทศเช่น คิริน คัพ ของญี่ปุ่น)

ในเวลาไล่ๆ กันคือ 10 ก.พ. AFC วางโปรแกรมจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชียในรอบ Play off ไว้เพื่อจะหาทีมไปเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ACL (AFC Champions League) คือถ้วยสโมสรใบใหญ่สุดหรับเอเชียเทียบได้กับ UCL ของยุโรป จากผลงานที่ดีขึ้นตามลำดับทำให้ไทยได้ขยับเรื่องโควต้าจากที่เคยได้ 1 ที่สำหรับรอบแบ่งกลุ่มมาเป็น 1 ที่ในรอบแบ่งกลุ่ม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ลีก) กับ 2 ที่ในการเข้า Play Off (ชลบุรี เอฟซีในฐานะรองแชมป์ลีก และ BG ในฐานระแชมป์ FC Cup)

โปรแกรมแม้จะออกมาเหลื่อมกันก็ไม่น่าจะมีปัญหาหากจัดการได้ดีอย่างมีระบบ (ที่จริงไม่ควรเหลื่อมด้วยซ้ำหากสมาคมจะสนใจดูปฏิทินของ AFC หรือ FIFA ที่ออกล่วงหน้ามาเป็นปีๆ บ้าง) แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นแล้วในขณะนี้เมื่อซิโก้ประกาศตัวนักเตะชุดคิงส์คัพออกมาเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ซิโก้เรียกนักเตะหลักจากชุดแชมป์อาเซียนคัพมาเกือบทั้งหมด และแน่นอนมีรายชื่อนักเตะตัวหลักจาก ชลบุรีและบีจิอยู่ด้วย บีจี คือ ปวีณวัช ส่วนชลบุรีหนักว่ามีถึง 4 คน คือเกริกฤทธิ์ สุทธินันท์ อดุลย์ และนูรูล ทันทีที่แฟนบอลเห็นรายชื่อก็มีกระแสวิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวางเช่น ควรหรือไม่ที่จะเรียกนักเตะจากทีมที่มีโปรแกรมแข่ง ACL และทำไมไม่เรียกนักเตะฝีเท้าดีหลายๆ คนที่หลุดโผไปครั้งก่อนกลับมาร่วมทีมเพื่อดูฟอร์มการเล่น เพราะจากนี้ไปเราจะต้องแข่งรายการเอเชียคัพ และฟตุบอลโลก จะมาอาศัยนักเตะอายุน้อยๆ เป็นแกนหลักเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ก็มีกลุ่มแฟนคลับที่ออกมาปกป้องซิโก้ในประเด็นที่ว่าทำไมไม่เรียกคนนั้น ทำไมไม่เรียกคนนี้ ทำไมไม่ลองเอาชุดใหญ่จริงๆ มาแข่ง หรือทำไมให้ความสำคัญกับรายการนี้มาก จนกลายเป็นปะทะกันย่อยๆ ของแฟนบอล และคำถามที่ว่าซิโก้เป็นโค้ชที่แตะต้องวิจารณ์ไม่ได้อย่างนั้นหรือ ซึ่งในความเป็นจริงการเรียกตัวนักเตะแต่ละครั้งก็ถูกวิจารณ์มาตลอดแต่ซิโก้ก็ใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์มาโดยตลอดเช่นกัน

แต่เรื่องไหนๆ ก็ยังไม่น่าหนักใจเท่าเรื่องการเรียกนักเตะที่มีโปรแกรมซ้ำซ้อน งานนี้สโมสรเหมือนโดนโยนเผือกร้อนใส่ เพราะหากไม่ปล่อยตัวผู้เล่นจะต้องถูกกระแสสังคมโจมตีทันทีเพราะนี่คือถ้วยคิงส์คัพ และนี่คือการเรียกตัวจากซิโก้โค้ชที่กำลังได้รับแรงศรัทธาและสนับสนุนจากแฟนบอลอย่างล้นหลาม ประเด็นนี้ซิโก้ออกมาบอกว่าเขาไม่ขัดข้องหากมีการถอนตัว เมื่อได้คำตอบแบบนี้จึงเกิดคำถามว่าแล้วทำไมไม่ตัดรายชื่อไปตั้งแต่แรก ซิโก้ควรจะพูดคุยกับทางสโมสรให้เข้าใจก่อนที่จะเรียกนักเตะ การเรียกแล้วถอนมีผลเสียทั้งกับตัวนักเตะเองและตัวสโมสร หลายๆ คนกลัวว่าการถอนตัวจะเป็นการตัดโอกาสของเด็กในการเรียกตัวครั้งต่อไป (มีหลายๆ คนตั้งข้อสังเกตกรณีที่ธีรทรไม่มีชื่อไปเล่น ซูซุกิคัพหลังจากถอนตัวจากรายการอินชอนเกม และในคิงส์คัพก็ยังไม่มีชื่ออีกเช่นกันทั้งๆ ที่เค้าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทย และเป็นกัปตันชุดซีเกมส์ในยุคซิโก้ด้วย

ขณะนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าปวีญวัชจากบีจีได้ขอถอนตัวแล้ว ซึ่งแน่นอนตามมาด้วยการถูกถล่มจากบรรดาแฟนบอลที่ไม่เข้าใจในสถานการณ์ดีพอไปอย่างยับเยินในข้อหาไม่รักชาติ ส่วนชลบุรีค่อนข้างลำบากที่สุดเพราะผู้บริหารมีนโยบายให้ความสำคัญกับทีมชาติแม้จะมีเสียงบ่นมาบ้างแต่ก็ยอมปล่อยตัวมาในเบื้องต้น โดยมีข้อแม้ว่าขอเรียกตัวกลับมาช่วยทีมในบางกรณี และหากความไม่พร้อมนี้ทำให้ชลบุรีไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในถ้วย ACL ได้ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะผลงานของสโมสรไทยในถ้วยนี้จะมีผลโดยตรงกับคะแนนคลับทั้งหมดของไทยในการจัดลำดับแนะให้แนนของ AFC

หากใครไม่ได้ติดตามฟุตบอลไทยอย่างใกล้ชิดแล้วบังเอิญไปเห็นกระทู้บ่นซิโก้ตามเวปบอร์ดหรือเฟซบุค ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะเรื่องทั้งหลายมันเป็นเช่นนี้ ช่วงเวลาแห่งความสุขดังเทพนิยายกำลังจะหมดไป ปีนี้มีภาระกิจมากมายที่กำลังทดสอบฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้การนำของซิโก้ทั้งสามชุด การสร้างศรัทธานั้นยากแต่การรักษามันไว้ยากกว่า แฟนบอลไทยผ่านวิกฤตมากมาย หลายๆ คนบอกว่าเรากลับมาอยู่ในจุดที่เราเคยอยู่ แต่ยังไม่ดีกว่าเดิม และทุกคนต่างฝากความหวังที่จะก้าวข้ามจุดๆ นั้นไป แน่นอนทั้งนักเตะและโค้ชต้องแบกภาระมากมาย ยิ่งภายใต้สมาคมที่ให้การช่วยเหลือได้น้อยมาก แค่การจัดโปรแกรมก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นแล้ว ก็คงต้องให้กำลังใจ และฝากเตือนซิโก้กว่าอย่ายึดติดกับความสำเร็จ ขอให้ยืดหยุ่นและฟังเสียงแนะนำในบางสิ่งบ้าง เพื่อทั้งทีมชาติและสโมสรจะได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Photo credit: ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

โดย kate

 

กลับไปที่ www.oknation.net