วันที่ พุธ มกราคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมประเทศไทยต้องปฏิรูประบบงานตำรวจ?


 [บุคคลในภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความ]

ทางออกของประเทศไทยคือเรื่องการกระจายอำนาจ และการกระจายอำนาจที่สำคัญจำเป็นของประเทศไทยตอนนี้คือการปฏิรูประบบงานตำรวจ และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้อำนาจกระจุกตัวอยู่ในศูนย์กลางหรือรัฐสภาที่มีแต่ผู้แทนระดับชาติเท่านั้น แต่ท้องถิ่นก็มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการพัฒนาอย่างสมดุล ยั่งยืน ไม่ใช่พื้นที่ชายขอบหรือพลเมืองชั้นสองให้ศูนย์กลางอำนาจเอาเปรียบอยู่ตลอดไปเหมือนเช่นในอดีต

สำหรับการปฏิรูประบบงานตำรวจ เราจะเห็นว่ามีปัญหาในรายละเอียดย่อยๆ มากมาย โดยเฉพาะปัญหาความวุ่นวายในการแต่งตั้งตำรวจที่เป็นระบบพวกใครพวกมัน ได้ส่งผลกระทบต่อระบบงานรักษากฎหมายของประเทศอย่างร้ายแรงในขณะนี้ จนดูเหมือนประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีโครงสร้างอำนาจนิยมแบบลัทธิพรรคพวก สุดท้ายประชาชนก็ถูกเลือกปฏิบัติทางกฎหมายและกลายเป็นระบบสองมาตรฐานในที่สุด เหตุใดรัฐบาลไทยปล่อยปัญหาให้เป็นเช่นนี้เรื่อยไป รัฐบาลเฉพาะกาลจะทำหรือไม่ สภาปฏิรูปแห่งชาติโดยเฉพาะกรรมาธิการด้านกฎหมายและการยุติธรรมจะมีคำตอบหรือเปล่า พวกเขาจะเสนอแนวทางปฏิรูประบบตำรวจของประเทศนี้อย่างไร ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครทราบทิศทางการปฏิรูปที่แท้จริง ในขณะที่ประชาชนก็แทบไม่มีส่วนร่วมอะไรเลย

วันก่อนนายตำรวจท่านหนึ่งได้พูดคุยกับผมเรื่องปัญหาป้ายโฆษณาบนป้อมตำรวจที่ติดตั้งอยู่ทั่วกรุงเทพมหานครกว่า 173 จุดและต่างจังหวัดรวมกว่า 805 จุด บนพื้นที่ราชพัสดุที่รับผิดชอบโดยกรมธนารักษ์ ป้อมจราจรเหล่านี้ได้สร้างขึ้นมาด้วยเงินของเอกชนเป็นส่วนใหญ่ที่แอบแฝงการโฆษณาโดยอ้างว่าเพื่อให้ตำรวจจราจรเป็นที่พักสังเกตการณ์และกดไฟจราจร ซึ่งกำลังเป็นปัญหาความถูกต้องตามกฎหมายเช่นกันตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาสั่งรื้อถอนเพื่อแก้ไขความผิดและปัญหาผลประโยชน์จากการคอร์รัปชั่นดังกล่าว 

ทั้งนี้ สัญญาณไฟในเมืองหลวงทั้งหมดถือเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครที่ออกแบบตั้งเวลานับถอยหลังอัตโนมัติตามปริมาณการจราจรที่คำนวณไว้ ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ในโลกต่างก็ใช้ระบบไฟจราจรอัตโนมัติเชื่อมโยงสัมพันธ์กันทั้งระบบทั้งสิ้น แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดประเทศไทยจึงไม่ใช้ระบบดังกล่าวที่เสียเงินงบประมาณไปมากมายซื้อหามา    

กลายเป็นว่าปัจจุบันแทบทุกแยกมีตำรวจจราจรเป็นผู้ควบคุมกดไฟเขียวไฟแดงแทน และหลายแห่งก็มีปัญหาการกักรถแต่ละด้านเป็นเวลานานเกินสมควรเพื่อให้การจราจรในพื้นที่ของตนเองคล่องตัวตามคำสั่งของเจ้านาย ตัวอย่างเช่นบริเวณเชิงสะพานสาทรตัดถนนสุรศักดิ์ในช่วงเย็น รถจากฝั่งธนบุรีจะถูกบล็อคไว้แต่ละช่วงเวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อให้รถในถนนสุรศักดิ์แล่นตัดไป ถือเป็นจังหวะไฟจราจรที่นานผิดปกติก่อความเดือดร้อนแก่ผู้สัญจรจากฝั่งธนบุรีเป็นอย่างมาก กว่าจะผ่านสะพานสาทรซึ่งมีระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรกลับต้องใช้เวลานับชั่วโมงหรือหลายชั่วโมง

การควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยตำรวจแทนระบบอัตโนมัติดังกล่าว แม้บางคนจะให้เหตุผลว่าเป็นการแก้ปัญหาการจราจรตามสภาพความเป็นจริงที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงกรุงเทพมหานครก็สามารถตั้งระยะเวลานับถอยหลังให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรแต่ละช่วงเวลาได้อยู่แล้ว การที่เราใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจกดไฟเขียวไฟแดงตามดุลพินิจเช่นนี้ อาจส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่อาจคาดหมายปัญหาการจราจรเพื่อปรับตัวให้เกิดความสมดุลได้เช่นกันในการจะเป็นการหันไปใช้บริการรถขนส่งมวลชนหรือรถไฟฟ้าใต้ดินแทนรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในภาพรวมมากขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับปัญหารถจักรยานยนต์รับจ้างและรถตู้ที่ถูกปล่อยปละละเลยจนไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้เพราะระบบส่วยในปัจจุบัน

โครงสร้างอำนาจในการจัดการปัญหาที่ไม่บูรณาการกันนี้ ทำให้ประชาชนยังสงสัยว่า สภาพการจราจรในกรุงเทพมหานครที่เป็นปัญหารุนแรงอย่างยิ่งขณะนี้ ไม่ทราบว่าใครหรือหน่วยงานใดผิดชอบกันแน่ระหว่างผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และแม้กระทั่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือรองและผู้ช่วยซึ่งมีจำนวนมากมายกว่าสามสิบคน ก็ไม่เคยได้ยินใครพูดถึงแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวเลย

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ขณะนี้เราจะสังเกตเห็นสถานีตำรวจในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดไม่มีคำว่าอำเภอหรือตำบลแล้ว กลายเป็นสถานีตำรวจภูธรแล้วตามด้วยชื่อท้องถิ่นเลย เช่น สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี  สถานีตำรวจภูธรกลางดง สถานีตำรวจภูธรหนองสาหร่ายและอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทำให้ประชาชนไม่ทราบว่าสถานีตำรวจเหล่านี้เป็นหน่วยตำรวจขึ้นอยู่กับอำเภอตำบลหรือหมู่บ้านกันแน่ 

หลังจากสอบถามผู้เกี่ยวข้องก็ทราบว่าได้เมื่อปี 2550 ได้มีคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้เอาคำว่าอำเภอและตำบลออกโดยอ้างว่าได้มีประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดออกมาให้ไม่ต้องมีคำว่าอำเภอและตำบลต่อไป ซึ่งนับเป็นน่าสนใจว่าเพราะเหตุใด คำว่าสถานีตำรวจอำเภอหรือตำบลนั้นทำให้ประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่าสถานีตำรวจที่ตั้งอยู่เป็นระดับอำเภอหรือตำบลผูกพันกับหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคอย่างไร เพราะก่อนนั้นการสร้างอำเภอและสถานีตำรวจจะถูกออกแบบให้อยู่ใกล้กันเพื่อการรักษาความปลอดภัยให้อำเภอศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดินระดับอำเภอและสะดวกต่อการติดต่อราชการของประชาชน

การเอาคำว่าอำเภอและตำบลออกจากสถานีตำรวจดังกล่าว ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองกับตำรวจห่างเหินกันเหมือนสถานีตำรวจเป็นองค์กรอิสระไม่เกี่ยวข้องกับอำเภอหรือตำบลใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินกำหนดให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอมีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมในอำเภอ ซึ่งแม้ตำรวจบางคนจะไม่ยอมรับอำนาจนั้น แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในหน่วยการปกครองของประเทศไม่ว่าจะเป็นจังหวัด  อำเภอ และตำบล  จำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบสั่งการ

เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง หรือว่าเรื่องนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติวางแผนการที่จะเป็นอิสระจากการกระจายอำนาจ? โดยต้องการขึ้นตรงต่ออำนาจรวมศูนย์ที่ส่วนกลางเหมือนเช่นเดิมเพื่อรักษาอำนาจของตนเองไว้ในระยะยาว โดยพยายามแยกตัวออกจากหน่วยงานรัฐอื่นๆ หากมีการกระจายอำนาจโดยการยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค

นี่คือคำตอบว่าการปฏิรูปประเทศ เหตุใดต้องมีการกระจายอำนาจ และการกระจายอำนาจต้องปฏิรูประบบตำรวจให้ได้เพื่อขึ้นอยู่กับท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทน ส่วนอำนาจในท้องถิ่นที่แท้จริงนั้น ต้องยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค แล้วเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย!

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คอลัมน์โลกและเรา เมธา มาสขาว - วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net