วันที่ อังคาร มกราคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปหา"หมอตา" เลยได้ไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง และอิ่มท้องที่ ตลาดสุขใจ..สวนสามพราน


ช่วงนี้ สายตาผมเริ่มจะเป็นคนรุ่นสว.เข้าไปทุกที เพราะเริ่มจะสายตายาวบวกกับสายตาสั้น การอ่านหนังสือในระยะสั้นๆ ต้องถอดแว่นอ่านกันเลยทีเดียว คุณภรรยาเลยแนะนำให้ไปหาหมอตาลองเช็คดูว่า สายตาจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด

การจะไปร้านแว่นที่เห็นตามโฆษณาในโทรทัศน์ ผมก็กลัวว่าจะไม่ได้เป็นหมอตาโดยตรง เลยเล็งเป้าหมายไปที่โรงพยาบาลด้านตาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งผมเคยได้ยินชื่อเสียงมาเป็นสิบปีแล้ว รพ.นี้เป็นของรัฐบาล อยู่ใกล้ๆ กับวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม โรงพยาบาลนี้มีชื่อว่า "โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์" (อยากรู้จัก รพ.นี้มากขึ้น คลิกที่นี่)

ผมเลยได้วางแผนว่าจะไปตรวจสายตาในวันหยุดที่ผ่านมา การไปโรงพยาบาลในวันนี้ เลยได้ขับรถพาเด็กๆ เที่ยวในละแวกใกล้ๆ ย่านนี้ซะเลย ขอเชิญเพื่อนๆ ร่วมเดินทางไปกันได้เลยครับ

 

โรงพยาบาลนี้ได้เปิดเป็นทางการ โดยสมเด็จพระเทพฯ เมื่อวันที่ 27 เมย. 2532 

รพ.มีความก้าวหน้าเป็นลำดับ ทุกวันนี้มีสาขาศูนย์โรคตา อยู่ตรง ถ.สุขุมวิท เอกมัย

และใกล้ๆ กับอาคารที่เห็นในภาพ(ด้านซ้าย) กำลังสร้างอาคารหลังใหม่อยู่

รพ.นี้ผมพอทราบว่าเก่งด้านการรักษาตา เลยขอมาตรวจสอบสายตา ก่อนจะไปทำเลนส์ใหม่ให้กับแว่นอันเดิม

วันนี้เลยขอพาเพื่อนๆ ไปชมขั้นตอนและเครื่องไม้เครื่องมือของรพ.แห่งนี้กันนะครับ

 

ขั้นที่ 1 

เนื่องจากผมเป็นคนไข้ใหม่ เลยต้องทำบัตรและมีแฟ้มคนไข้ใหม่

ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ได้เอกสารที่จะใช้ในขั้นต่อไปแล้ว

<< วันที่ผมไปเป็นวันหยุด จนท.เลยบอกว่า จะมีค่าตรวจคนไข้นอกเวลา 300 บ. เพิ่มขึ้นมากขึ้นกว่าปกตินะครับ >>

 

ขั้นที่ 2 

เขาให้อ่านตัวเลขที่อยู่บนผนัง (แบบที่ใช้กันตามร้านแว่นทั่วไป)

<< ลูกสาวผม สายตาสั้นเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ได้ขอตรวจสายตาด้วย คุณพ่อเลยจับมาเป็นนางแบบ >>

 

ขั้นที่ 3

ตรวจความดันลูกตา เขาให้ผมนั่งใช้อุปกรณ์ที่หมายเลข 1 ก่อนจากนั้นก็ให้ไปที่หมายเลข 2 

 

ขั้นที่ 4 มีการทดสอบการเ็ช้เลนส์เพื่อทดสอบการมองเห็นตัวเลขที่อยู่บนจอ (แบบที่ใช้กันตามร้านแว่นทั่วไป)

 

 ขั้นที่ 5

เข้าพบแพทย์ และเช็คอีกครั้ง โดยคุณหมอจะมีคำแนะนำ ถ้าสายตาปกติก็ไม่ต้องมาพบอีก

แต่ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติ คุณหมอจะนัดมาอีกครั้ง ดังกรณีของผม ที่มีประสาทตาที่หนากว่าปกติ

คุณหมอกลัวว่า อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น "ต้อ" ได้ เลยนัดมาตรวจอีกครั้งในเดือนหน้า 

 

ขั้นที่ 6

รับใบนัดพบหมอในคราวหน้า และชำระเงิน 450 บ.สำหรับการตรวจในวันนี้ 

ก่อนออกจาก รพ. ได้พบโปสเตอร์ที่่ให้ความรู้เกี่ยวกับการเป็นโรคต้อหิน เลยเอาความรู้นี้มาฝากเพื่อนๆ กันครับ

เนื้อหามีทั้งหมด 4 เรื่อง คือ...

 

1. โรคต้อหินคืออะไร? ทำไมจึงเรียกว่าต้อหิน? หมายความว่ามีหินในลูกตา?

 

2. ใครบ้างที่มีโอกาสเป้นต้อหิน? ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง? การใช้สายตามากๆ

การโดนแสงแดดหรือการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้เป็นต้อหินหรือไม?

 

3. เราควรไปตรวจตาว่าเป็นต้อหินหรือไม่? เมื่อไหร่? 

 

4. ต้อหินมีอาการอย่างไร?  หวังว่าเพื่อนๆ คงมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการเเป็นต้อหินนะครับ

จากนั้นผมก็ขับรถออกจากรพ.เพื่อไปไหว้พระที่วัดไร่ขิง ซึ่งอยู่ห่างจาก รพ.ไม่เกิน 300-400 ม.

 

  วัดนี้เป็นวัดอารามหลวง มีชื่อเสียงระดับประเทศ และที่สำคัญเมื่ออายุ 20 ปีผมได้มาบวชที่วัดนี้ด้วยครับ 

 

 ก่อนอื่นขอไปไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง (แต่ต้องไหว้นอกโบสถ์) มีคาถาบูชาหลวงพ่อวัดไร่ขิงมาให้เพื่อนๆ ด้วย  

 

วันนี้ผมขอปิดทองหลังพระ (ให้เข้ากับสุภาษิตไทย) 

 

จากนั้น ก็เข้าไปในโบสถ์ เพื่อไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง มีผู้คนเข้ามากราบไหว้ในโบสถ์ เต็มไปหมดเลย

 

 

เดินออกมาด้านหน้าโบสถ์ เห็นสิ่งของที่ชาวบ้านเอามาแก้บนหลวงพ่อวัดไร่ขิง

โดยสิ่งของที่ผู้คนมักนำมาแก้บนก็คือ ไข่ต้ม ว่าว และประทัด ซึ่งประทัดจะมีสถานที่จุดอยู่ข้างๆ โบสถ์ 

 

 เดินมาชมหลังวัด ได้พบบ้านดินอินทณัฐ ไม่เคยเห็นบ้านดินในวัดไร่ขิง เลยเดินไปอ่านที่มาซะหน่อย..

 

 ทำให้ทราบว่า บ้านดินอินทณัฐ สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้คนได้ชมกัน เพื่อนำไปประยุกต์ปลูกกันต่อไป

โดยเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ เริ่มก่อสร้างกันมาตั้งแต่ พ.ศ.2555 

 

 บ้านดินอินทณัฐ มีประมาณ 4-5 หลัง ภายในบ้านดินแต่ละหลัง ก็มีการปั้นภาพเกี่ยวกับภาพพุทธประวัติ

ในภาพจะเป็นภาพที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ขี่ม้าม้ากัณฐกะ (อยากรู้จักม้ามากขึ้น คลิกอ่านที่นี่)

โดยมีนายฉันนะ ตามเสด็จตามมา (อยากรู้จักนายฉันนะมากขึ้น คลิกอ่านที่นี่)

 

รอบๆ บ้านดินมีปลาคาร์ฟ ว่ายน้ำกันเต็มไปหมด ทางวัดเลยมีกิจกรรมเรียกว่า "ปลาคาร์ฟดูดนม" 

ที่จริงปลาไม่ได้ดูดนมหรอกครับ แต่น่าจะเรียกว่า "ปลาคาร์ฟดูดอาหารเม็ดจากขวดนม" มากกว่า

(มีคนทำคลิปเอาไว้ คลิกชมที่นี่)

 

เดินไปถึงหลังวัด เพื่อไปเลี้ยงปลา แต่ได้พบดอกไม้สีเหลือง สวยงามดี ไม่รู้จักชื่อ เพื่อนๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ 

 

 พาเด็กๆ ไปเลี้ยงปลาหลังวัด ซึ่งมีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน (ผ่านช่วง นฐ.เรียกว่าแม่น้ำนครชัยศรี) 

 

 เดินกลับเข้ามาในวัดอีกครั้ง ได้พบคณะละครรำแก้บน ซึ่งหาชมได้ยาก ต้องไปบางวัดเท่านั้นถึงจะได้ชมกัน

 

เดินไปเห็นคนแก่คนหนึ่ง มีคนมุงดูกันเต็มไปหมด เลยเดินเข้าไปดูกับเขาบ้าง 

อ้อ..เขาคือลุงเอี่ยม  คัมภิรานนท์ ขอทานใจดีแห่งวัดไร่ขิง ชู 2 นิ้วให้ผมถ่ายรูปด้วย

(อยากรู้จักลุงเอี่ยม คลิกชมที่นี่)

 

 ขับรถออกมาหน้าวัดได้พบร้านกล้วยทอดเจ้าหนึ่ง เด็กๆ บอกว่าเจ้านี้ออกรายการตลาดสดสนามเป้า

เลยแวะเข้าไปอุดหนุนกล้วยทอด และจำปาดะทอด และได้คุยกับแม่ค้าเล็กน้อย

แม่ค้าบอกว่าขายกล้วยทอด และอื่นๆ ทอด มาแล้วกว่า 19 ปี แม่ค้าชื่อวันดี ส่วนร้านก็มีชื่อเดียวกับแม่ค้าครับ

 

ห่างกันไม่เกิน 200 ม. เด็กๆ อยากได้ต้นแก้วแคระมาปลูก เลยลงไปชมสวนของลุงคนหนึ่ง ได้แก้วแคระมา 2 ต้น

 

 

ขับรถไปอีกสัก 100 ม. ก็เข้าไปอุดหนุนร้านมะพร้าวน้ำหอมเผา ซึ่งผมเป็นแฟนประจำของเจ้านี้มา 10 กว่าปีแล้ว

 

ห่างออกไป 3-4 กม.จากวัด ผมได้ขับรถออกไปถึงสวนสามพราน แต่ไม่ได้เข้าในสวนฯ หรอกครับ

เพราะเป้าหมายกลับเป็น "ตลาดสุขใจ" ซึ่งเป็นตลาดสีเขียว ที่สวนสามพรานเขาจัดสร้างขึ้นมา 

< ทางเข้าตลาดติด ถ.เพชรเกษม ขับเลยป้ายทางเข้าสวนสามพราน เลยมาสัก 200-300 ม.ก็ถึงแล้ว  >

 

ตรงนี้เป็นด้านหน้าตลาด ตลาดนี้มุงด้วยหลังคาจาก จากจุดนี้ ถ้าเดินเข้าไป ถึงท้ายตลาดน่าจะมีระยะทาง ~50 ม.

ด้านหน้า(ขวามือ) จะมีตะกร้าใบใหญ่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถหยิบตะกร้าใส่ของระหว่างช้อปปิ้งได้ 

 

ด้านในจะมีพ่อค้าแม่ค้านำข้าวปลาอาหารมาขายกัน 

 

จะเน้นผักปลอดสาร ถ้าเป็นพืชผักที่ใช้เคมี เขาไม่ให้เข้ามาขายครับ

 

ร้านขายกล้วยน้ำว้า เห็นทางมะพร้าวนำมาสานเป็น"ชะลอม"สวยดี

 

 แม้แต่ไข่ยังต้องเป็นไข่ปลอดสาร และอินทรีย์ซะด้วย

 

เดินมาถึงด้านหลังตลาด มีของจากชาวบ้านย่านใกล้สวนสามพรานมาวางขายของ

ตำแหน่งที่ผมยืนบันทึกภาพนี้ จะเป็นพื้นที่ ที่เดินเข้าไปในสวนสามพรานได้ครับ

 

 

ทางขวาของภาพที่แล้ว ได้พบกับคุณเชน คนรู้จักกัน ไม่ได้พบกันมาเกือบ 10 ปี

วันนี้มาเป็นพ่อค้าขายผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากมังคุดโดยได้จับมือกับ

ศ.ดร.พิชญ์ ศุภผล อ.ภาควิชาวิทยาศาสตรํพอลิเมอร์วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ

ซึ่งท่านได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลชนะเลิศด้านสังคม ประจำปี 2557  จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

(อยากรู้จักผลงานวิจัยของ ศ.ดร.พิชญ์ คลิกอ่านที่นี่)

 

ตลาดแห่งนี้ มีร้านอาหาร ร้านน้ำ ~ 20 เจ้า ตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว ผมขอสั่งอาหารมาทานก่อนนะครับ

 

 มื้อนี้ผัดไทย(วางบนใบตอง) ก๋วยเตี๋ยวเห็ด ขนมจีนน้ำยาปลาแซลมอน

และข้าวคลุกกะปิ(ผมซื้อสับปะรดของแม่ค้าจาก อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีเข้าไปเสริมในจานอีก 2 ชิ้น)

 

เสร็จจากทานอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ก็เดินเที่ยวรอบๆ ตลาดสุขใจ ก็พบพื้นที่

ที่เขาจัดเป็นสวนเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง

 

 มีจุดที่ทำน้ำส้มควั่นไม้ ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

 

ใกล้ๆ กันมีพื้นที่ทำ ปุ๋ยหมักใบไม้ 

 

 นอกจากนี้ยังมีแปลงผัก 6 แปลง และทำคานไม้ลวกให้ผัก เช่นบวบ ฟัก ได้เลื้อยพันไม้

เห็นแล้ว ก็มีความสุขที่ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวดังระดับประเทศ ให้ความสำคัญในการทำตลาดแห่งนี้

 มีโอกาสผมคงได้พาเพื่อนๆ มาเยี่ยมตลาดแห่งนี้อีกครั้ง 

**********************************************************************

 

วันนี้ผมได้พาเพื่อนๆ ได้ไปโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ ที่มีชื่อเสียงเรื่อง "ตา" พร้อมทั้งไปไหว้พระวัดไร่ขิง

ทานกล้วยทอดเจ้าอร่อย ดื่มมะพร้าวน้ำหอมเผา และปิดท้ายที่ตลาดสุขใจ ได้ช้อป และชิมอาหารอร่อยๆ

แถมได้พบพื้นที่เพาะปลูกพืชผักตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

 

ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาลองไปเที่ยวย่านสามพราน ตามสถานที่ ที่ผมได้แนะนำในวันนี้กันบ้างนะครับ

-555-

โดย คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net