วันที่ เสาร์ มกราคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปชมทุ่งคอสมอส @ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม


ตั้งใจว่าจะไปนานแล้ว ผ่านมาปีแล้วปีเล่า รู้ตัวอีกที ปิดให้ชมเสียแล้ว ปีนี้พอมีจังหวะ เลยได้ไปเที่ยวชมฟาร์มก่อนหน้าที่จะปิดเพียงวันเดียว ไม่เสียดายเวลากับการเดินทาง คุ้มค่ากับความสวยงามจริง ๆ

เราแวะปั้มรองท้องกันด้วยข้าวต้มกุ้งตอนเช้า ซื้อกาแฟไปดื่มบนรถกันลงแดง

พร้อมกับขนมปังที่ติดมาจากบ้าน เพื่อทำเวลา

เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ เที่ยงแล้ว ขับมาตามเส้น 304 ไปวังน้ำเขียวเราเคยมาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว พอจะจำได้ว่า ที่นี่หาร้านอาหารข้างทางยากเหมือนกัน ต้องช่วยกันมองซ้าย-ขวา กวาดสายตาไปทั่วๆ เราเน้นสะอาดเป็นหลัก ส่วนความอร่อยก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ตามมาด้วยเถิด

  ผ่านร้านนี้มาแล้วสักพัก คิดว่าน่าจะวนกลับไป เห็นมีรถจอดอยู่สองสามคัน เราพยักหน้าให้กันว่า ..โอเค..

มันเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งนะคะ ไปในสถานที่ ๆ เราไม่รู้จักมักคุ้น การจะหาร้านอาหารทาน ก็ต้องมองว่าร้านนั้นมีคนนั่งทานอยู่หรือเปล่า ถ้ามีไม่มาก แล้วประมาณเท่าไหร่ ? หากไร้ผู้คน ยอมหิ้วท้องหาที่ใหม่ดีกว่า เราสั่งอาหารเที่ยงสำหรับสองคน ขนาดมาแบบให้ฝรั่งทาน ใจจริงเราอยากซดแกงส้ม แกะปลาทอด แต่หาร้านยังไม่ได้ น้ำย่อยออกฤทธิ์ก่อน

 
 
ส้มคั้นสด 1ขวด 130 บาท เทได้ 2 แก้ว
 

หลังจากเติมน้ำมันกันจนเต็มถัง และถ่ายน้ำมันเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมแล่นกระเต๊าะกระแตะต่อไปให้ถึงจุดหมาย

เดินออกมาเห็นต้นไม้นี้อยู่หน้าร้าน ไม่ทราบว่าเป็นต้นอะไร เห็นดอกแดงน่ารักดีเราก็ปรี่เข้าใส่

มีป้ายชื่อ จิม ทอมป์สัน บอกตลอดทาง  

แต่เหลือระยะทางอีกเท่าไร ไม่ยอมบอกนะคะ... 

 

 

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม กำเนิดเมื่อปี พ.ศ. 2531 บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ เพื่อเป็นแห่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้กับเกษตรกร และรับซื้อรังสดในการผลิตเส้นไหม และเป็นพื้นที่ปลูกหม่อน ซึ่งเป็นอาหารหลักของหนอนไหม

และเริ่มเปิดให้เข้าชมเมื่อ พ.ศ 2544 วันที่เรามาเป็นวันเด็ก ผู้คนล้นหลาม ที่จอดรถแน่นขนัด ซื้อตั๋วแล้วก็ไปที่จุดขึ้นรถทัวร์ฟาร์มที่จะนำเราวิ่งไปรอบ ๆ แวะไปตามจุดต่าง ๆ  ที่เขากำหนดไว้ วันนี้มีรถจากข้างนอกเป็นรถหกล้อขนาดใหญ่มาวิ่งเสริม รับไปลงจุดที่สอง หลังจากนั้นจึงจะมีรถของฟาร์มวิ่งรับไปยังจุดอื่นต่อไป

จุดที่ 1 : ทุ่งคอสมอสและแปลงเก็บผักปลอดสาร

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

สีชมพูเต็มทุ่ง เรานั่งรถผ่านจุดนี้ไปก่อนเพราะอยู่ใกล้ทางเข้า กว่าจะได้มาเดินชมความน่ารักของดอกคอสมอส ก็เย็นย่ำ โพล้เพล้ เป็นจุดสุดท้าย ส่วนท่านใดที่ต้องการมาชมทุ่งดอกทานตะวัน ลองศึกษาหาข้อมูลก่อนนะคะว่าบานตอนช่วงไหน เพราะตอนเราไป คอตกหลบหน้าเราหมดแล้วค่ะ

จุดที่ 2 : ลานฟักทองและทุ่งวงกต

 

กองฟักทองขนาดใหญ่ที่รวมกันอยู่ตรงนี้ หาจังหวะเหมาะเวลาว่างจะเข้าไปนั่งถ่ายรูปยากเต็มที

เห็นสีแล้วก็ส้มได้ใจจริง ๆ 

 
 
 

มองไปเห็นแปลงดอกไม้ยาวสุดสายตา มีภูเขาเป็นฉากหลัง สวยงามอย่างที่เห็น

 
 
 
 
 
 
ใกล้จะปิดแล้ว แต่ดอกไม้ก็ยังไม่โทรมมาก
 
 
 
แต่ละคน ก็หามุมของตัวเอง ไม่มีใครสนใจใครค่ะ งานนี้...
 
 
 
 
มุมมหาชน คนเยอะจริง
 
 
 เดินไปจุดที่สามกันค่ะ ไม่ต้องพึ่งรถ ขยับแขนขา ออกกำลังไปในตัว
 
 
 
จุดที่ 3 : หมู่บ้านอีสาน

จากลานฟักทองเดินไปหมู่บ้านอีสานจะผ่านทุ่งนาเล็ก ๆ กระท่อมและกองฟาง และมีจุดบริการขายเครื่องดื่มแก้กระหาย น้ำเปล่า น้ำกระเจี๊ยบ ติดราคาไว้ 15 แต่ขายแค่แก้วละ 10 บาท ขอตัวขึ้นไปเดินเล่นบนบ้านก่อนค่ะ

 
 
 
 
 
 
 
 

ชมนิทรรศการ ม่อน มอน สะออนหลาย และสัมผัสอย่างใกล้ชิด กับหม่อนไหม

 

 
 

ชีวิตของนางลาย

นางลายเป็นไหมหม่อน คือกินใบหม่อนเป็นอาหาร มีลายสีน้ำตาลเข้มคาดขวางตามลำตัว ชอบอากาศร้อน เปอร์เซ็นต์เปลือกรังร้อยละ 12.5-13 เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตประมาณ 12-13 กก./แผ่น ด้ายไหมมีความแข็งแรงทนทาน ใช้ทอผ้าได้ดีไม่ขาดง่าย

 

 
 
 
สาวไหม คือ การดึงเส้นใยออกจากรังไหม เส้นไหมที่ได้จากรังไหม หลาย ๆ รัง รวมเป็นเส้นเดียว โดยเส้นใยจะพันกันเป็นเกลียว ทำให้เกิดการยึดเกาะซึ่งกันและกัน เส้นไหมที่ได้จึงมีความเหนียวทนทานและเลื่อมมันจากการหักเหของแสง โดยการสาวไหมมีทั้งระดับครัวเรือน  ซึ่งมีทั้งแบบมือและแบบมอเตอร์ และระดับอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีการสาวไหมที่ทันสมัย
 
 
 

ศาลาท่าน้ำ สงบ เงียบ ท่ามกลางหุบเขา

 
ตรงข้ามจะเป็นที่ขายอาหาร และมุมถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวให้ความสนใจแวะพักจุดนี้กันมาก

 

 

 

 

 

 

จุดที่ 4 : หมู่บ้านจิม

ชมกระบวนการผลิดผ้าไหม และการฟอกย้อม

 
 
 
 
 
 
 
 

จุดที่ 5 : ตลาดจิม

ถึงจุดนี้ก็เย็นมากแล้ว เรายังไม่มีเวลาเข้าไปชมข้างในอย่างทั่วถึง ได้แค่แวะไปที่ร้านขายของที่ระลึกเท่านั้น เพราะเวลาที่เหลือ เราขอไปชมทุ่งดอกไม้สีชมพู ดอกเล็ก ๆ น่ารัก ณ เบื้องหน้าตามที่ได้บอกไปแล้วข้างต้น 

 
 

จะว่าไปแล้วเรายังเดินไม่ทั่วเลยค่ะ การเดินชมในแต่ละจุด แบบไม่เร่งรีบ เวลา 1 วันในการเที่ยวฟาร์ม น่าจะลงตัว เปิดให้เข้าชมปีละครั้งเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตร วงจรชีวิตหนอนไหม และเลือกซื้อผักปลอดสารพิษ  จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เปิดให้ชมอีกครั้งปลายปี 2558  ห้ามพลาดนะคะ !!!

 จองแบบกะทันหัน ไปวัดดวงเอาข้างหน้าว่าที่พักจะเป็นอย่างไร

คืนนี้เราพักกันที่นี่ค่ะ

ตื่นเช้ามาคว้าเสื้อคลุม ไปส่องดูพระอาทิตย์ขึ้นได้แบบวับ ๆ แวม ๆ ตามซอกหลืบของกิ่งไม้

 
ลานกางเต็นท์ หน้าที่พัก รับอากาศหนาวเย็น
 
 
 
ที่พักฝั่งตรงข้าม มีลานใต้ถุนบ้านไว้ให้ปิ้งย่าง หุงหาอาหาร หากท่านมาสังสรรค์กันเป็นกลุ่ม
 

-: แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ :-

 

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net