วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวซอกแซกวังเวียง...สะบายดีหลวงพระบาง...เดินเบิ่งเวียงจันทน์ ที่สปป.ลาว ๑


การเดินทางของเรากำลังจะเริ่มต้น ทั้งที่จริงๆแล้วมันอาจจะเริ่มขึ้นทันทีเมื่อวันแรกที่ลืมตาดูโลก...แต่นั้นคือการเริ่มต้นของ..."ชีวิต" ที่พาเราผ่านหลากหลายเรื่องราว หลากหลายเหตุการณ์ มีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ...ครั้งแล้วครั้งเล่าวนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา

แต่บางครั้ง..."ชีวิต"...ก็ต้องค้นหาความสุขระหว่างทางเพื่อมาเติมเต็มให้กับ..."ชีวิต" บ้าง

การเดินทาง..."เที่ยวซอกแซกวังเวียง...สะบายดีหลวงพระบาง...เดินเบิ่งเวียงจันทน์ ที่ สปป.ลาว" ของผมและสมาชิกในครอบครัวต่างหากที่กำลังจะเริ่มต้น...ซึ่งในปีนี้เราท่องเที่ยวกันเพียง ๓ คน มีผม ภรรยา และ ลูกสาว ขาดเพียงลูกชาย ที่กำลังขะมักเขม้นกับการท่องตำราเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย...

นอนอุดรฯ...รอจองตั๋วรถไป...วังเวียง

โรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอุดรธานีชื่อ “ศรีตระการ “...คือโรงแรมที่ครอบครัวผมเลือกเข้ามาพักทั้งๆที่ในจังหวัดอุดรฯ มีบ้านให้เราพักโดยไม่ต้องเสียตังค์อยู่หลายหลังเพราะผมมีญาติอยู่ที่นี่ แต่เราก็เลือกที่จะพักโรงแรมแห่งนี้เพราะตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับสถานีขนส่งจังหวัด เหมาะสำหรับการตื่นแต่เช้าไปยืนรอเข้าคิวซื้อตั๋วรถเพื่อจะเดินทางไป นครวังเวียง  สปป.ลาว ซึ่งมีช่วงเวลาเปิดขายตั๋วเพียงรอบเดียว ในเวลา ๗ โมงเช้า ผมคาดการณ์เอาเองว่าวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ นักท่องเที่ยวชาวไทย คงจะหลังไหล ไปเที่ยว  สปป.ลาว ไม่น้อย จึงจำเป็นที่จะต้องมายืนรอซื้อตั๋วแต่เช้า ไม่งั้นอาจพลาด

เสียงตะโกนเรียกผู้โดยสารของอ้ายคนขับรถสามล้อสกายแลป รถสามล้อที่มีชื่อเป็นดาวเที่ยม เพราะเขาตั้งตามชื่อของดาวเทียมสกายแลปที่ตกในสมัยนั้นตรงกับวันที่ผลิตรถสามล้อชนิดนี้ออกมาใช้พอดี

เสียงตะโกนโหวกเหวก บวกกับเสียงปลุกจากโทรศัพท์ที่ผมตั้งไว้ในเวลาตี ๕  ทำให้ผมดีดตัวลุกจากที่นอนแล้วไปปลุกภรรยาและลูกสาวให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว  เพื่อให้รีบไปยืนรอคิวซื้อตั๋วรถ อุดรธานี-หนองคาย-วังเวียง การซื้อตั๋วต้องใช้พาสปอร์ตซื้อแทนกันไม่ได้

รถสกายแลป หน้า บขส.อุดรธานี

 

นักท่องเที่ยว และ ชาวลาวนอนรอตีตั๋วรถไป วังเวียง

 

ช่องขายตั๋วเปิดบริการ ๗ โมงครึ่ง เราจึงมีเวลาที่จะเดินหาอะไรกินรองท้องก่อนเดินทาง...ข้าวเปียกเส้นหรือก๋วยจั๊บญวน  อาหารเวียดนามรสชาดอร่อยจากรถเข็นที่จอดอยู่ข้างๆ บขส.อุดรธานี  คือร้านอาหารมื้อเช้ามืด ที่เรามานั่งกินรองท้อง 

เช้ามืดวันที่ ๒๗ ธันวาคม หน้าช่องขายตั๋ว อุดรธานี-หนองคาย- วังเวียง มีนักท่องเที่ยวมานั่งนอน ยืนออรอซื้อตั๋วกันหนาตาพอสมควร สายตาของนักท่องเที่ยวทุกคนจับจ้องไปยังห้องขายตั๋ว เหมือนกับเป็นการเล่นเก้าอี้ดนตรี  ใจจดใจจ่อเพื่อรอเวลาเข้าแถวซื้อตั๋ว

เรารอซื้อตั๋วรถไปวังเวียงที่อุดรธานีก็จริง แต่ผมบอกกับภรรยาซึ่งเป็นผู้จัดการทริป ว่าเราจะไปรอขึ้นรถที่ด่านจังหวัดหนองคายบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ซึ่งห่างจากอุดรธานีประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เราจะไปจอดรถไว้ที่นั่น ตอนกลับ จาก สปป.ลาว จะได้สะดวกในการขับรถท่องเที่ยวต่อกันได้เลย ไม่ต้องย้อนมาเอารถที่อุดรฯ

 

 

จองตั๋วที่อุดรธานี...แต่ไปขึ้นหนองคาย

หกโมงเช้า ผมทำเนียน เดินไปหยิบโบชัวร์ท่องเที่ยว หน้าห้องขายตั๋วพร้อมกับกวักมือเรียก ภรรยาและลูกสาว เราจึงถือโอกาสยืนรอหน้าช่องขายตั๋วเป็นคนแรกๆ พอนักท่องเที่ยวคนอื่นมองเห็นเราไปยืนเข้าแถวจึงลุกขึ้นจากม้านั่งกันพรึบพรับ  มาต่อแถวกันยาวเหยียด เพราะกลัวพลาดเที่ยวรถไป วังเวียง ของวันนี้

เราได้ที่นั่งในแถวหน้าสุดของรถ...สองโมงเช้าที่รถบัสปรับอากาศคันโตสีน้ำเงินขาว  อุดรธานี-หนองคาย-วังเวียง เข้าเทียบชานชาลาผมลากกระเป๋าเดินทางใบโต ๒ ใบ ไปฝากที่รถ พร้อมกับแจ้งวัตถุประสงค์ต่อพนักงาน ว่าผมจะไปรอขึ้นรถที่ด่าน จังหวัดหนองคาย

 

 

หลังจากที่ฝากกระเป๋าที่รถเรียบร้อย ผมควบน้องดำด้านมุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคายทันที.. แวะกินกาแฟและ ซื้อขนมขบเคี้ยวที่ปั๊มเพื่อตุนเอาไว้ไปกินบนรถบัสในการเดินทางนิดหน่อย...ถึงหนองคายผมนำน้องดำด้านเข้าไปฝากไว้ที่รับฝากรถที่อยู่หน้าด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่บริการฝากรถ ที่นี่มีรถกระป้อนำเราไปส่งที่ด่านไทยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร...ฟรี

ในเวลา ๑๐ โมงเช้าเราเสียเวลาในการทำเรื่องผ่านแดนที่ด่านไทยไม่นาน รถบัสที่เราตีตั๋วไว้จากอุดรธานี ก็มาถึง ผู้โดยสารบนรถ ต้องลงมาทำเรื่องเพื่อผ่านแดนทุกคน ก่อนเดินทางออกจากชายแดนไทยจังหวัดหนองคายข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว เข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว เรามาเสียเวลา ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ สปป.ลาว อีกเป็นชั่วโมง

ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว  เรานำเงินบาทไทยไปแลกเป็นเงินกีบโดยพนักงานบนรถเป็นผู้จัดการแจงไปแลกให้ ผู้จัดการทริปของผมฝากไปแลก ๑ หมื่นบาทไทย ได้กลับมาตั้ง ๒ ล้านกว่าๆ... อีกอย่างที่เราทำคือเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นเครือข่ายของลาว เพื่อการติดต่อสื่อสารจะได้สะดวก

ช่วงที่รอรถ เดินทางมาจากอุดรฯ เราสนุกสนานกับการเซลฟี่

 

 

ที่ด่าน ไทย-ลาว บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย

 

วังเวียง...กุ้ยหลิน น้อยแห่ง สปป.ลาว

๑๑ โมงหน่อยๆ ที่รถบัสโดยสารระหว่างประเทศ อุดรธานี-หนองคาย-วังเวียง ได้ฤกษ์เดินทางมุ่งหน้าสู่ นครวังเวียง...แค่รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ สปป.ลาวลึกเข้าไปเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ไปกับสภาพบ้านเมือง ถนนหนทาง และวิถีของชาวลาวซะแล้ว...

บ่ายโมง ที่รถบัสคันโต มาจอดให้เราเข้าห้องน้ำ รับประทานอาหาร ที่ร้าน เปเล่ เราใช้เงินกีบครั้งแรกที่ร้านอาหารริมทางแห่งนี้ ผมสั่งบาเก็ต ใส่หลายอย่าง โปะด้วยไข่เจียวพิเศษหน่อย ๑๒ พันกีบ กินแกล้มเบียร์ดำอีก ๑๐ พันกีบ สบายพุงไปอีก ๑ มื้อ 

 

แวะพักริมทาง ๑๕ นาที ที่ร้านอาหาร เปเล่

 

หลังจากรถบัสเคลื่อนตัวออกจากร้านอาหารเปเล่  เส้นทางเริ่มไต่ระดับขึ้นเขา ถึงแม้ตามเส้นทางที่ผ่าน ไม่ค่อยมีสิ่งที่น่าสนใจมากนัก แต่ผมก็ไม้รู้สึกง่วง คงยังเปิดม่านบังแดดมองดูบ้านเรือนชาวลาว ที่ยังใช้ไม้ไผ่สานขัดกันทำเป็นฝาบ้าน

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ในขณะที่รถผ่าน ผมมองเห็นร้านค้าริมทางนำปลามีทั้งสดๆ และปลาแห้งรมควันมาขายเยอะมาก ที่มีทำเป็นปลาร้า ปลาจ่อมก็มาก ผมมารู้อีกทีว่า บริเวณที่นำปลามาขายริมทางนั้นอยู่ใกล้กับ เขื่อนน้ำงึม

 

ผ่านหมู่บ้านและร้านขายปลา ริมทาง ใกล้ๆ เขื่อนน้ำงึม

 

สะบายดี...วังเวียง

บ่ายสามโมงกว่า รถบัสคันโตข้ามขัวน้ำซอง...ผมมองเห็นเทือกเขาหินปูน สลับซับซ้อน มองดูแล้วอลังการสวยงาม  อ้ายพนักงานบนรถบอกเราว่า..."ถึงวังเวียง...แล้วครับ"

รถบัสเลี้ยวเข้าไปจอดยัง สถานีขนส่งวังเวียง ที่มองดูโหวงเหวง ตั้งอยู่ชานเมือง...ถ้าเดินเข้าไปในเมืองก็ได้ แต่ก็คงหลายเหนื่อยกว่าจะถึง ที่นี้จึงมี รถตู้คันใหญ่ มีเบาะนั่งเหมือนสองแถวไว้คอยบริการ รับส่งนักท่องเที่ยวเข้าไปในเมืองวังเวียง...ฟรี

 

ภายในรถตู้รับส่งจากสถานีขนส่ง เข้าไปยังวังเวียง (บริการฟรี)

 

วังเวียงเป็นเมืองไม่ใหญ่มากเมื่อลงจากรถตู้ เราจึงเดินลากกระเป๋า ๒ ใบใหญ่ไม่ยอมนั่งรถป๊อบ เดินหาที่พัก ที่เราได้จองไว้ล่วงหน้ากันเอง เดินไปสอบถามไป จึงรู้ว่าที่พักของเราตั้งอยู่ริมน้ำซอง ลักษณะคล้ายอพาร์ทเม้นท์ ด้านหน้ามีมินิมาร์ท...มีระเบียงนั่งชมวิวเทือกเขาหินปูน ได้อย่างเหมาะเจาะ ลงตัว...ผมนี่ อยากจะซื้อเบียร์ลาว มานั่งจิบหน้าห้องซะตอนนั้นเลย

 

ตึกซ้ายมือที่เราพัก ด้านหลังเป็นน้ำซอง และเทือกเขาหินปูน นั่งชมวิวได้อย่างสวยงาม

 

 ผมถึงกับตะลึง...เมื่อเห็นความงามของเทือกเขาหินปูนที่ยืนมองจากหน้าห้องพัก ซึ่งที่นี่ถูกขนาดนามว่า กุัยหลินน้อย แห่ง สปป.ลาว 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเที่ยว พอจัดแจงกับข้าวของ ล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำห้องท่าหลังจากที่อั้นบนรถอยู่นาน เราก็ลงมาจากห้องพัก เพื่อสำรวจ...นครวังเวียง

กุ้ยหลินน้อย แห่ง สปป.ลาวและลำน้ำซอง มองจากระเบียงห้องพัก

 

เดินเล่นริมน้ำซอง

ผมพาภรรยาและลูกสาวเดินลัดเลาะซอยเล็กๆ ข้างโรงแรมที่พัก ไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำซอง เรามาเจอกับสะพานไม้ที่เชื่อมต่อไปอีกฟากฝั่ง ซึ่งถ้าข้ามไปก็จะเป็นบังกะโลว์หรู ดูดีมีระดับ บริเวณริมน้ำมีซุ้มหลังคามุงจาก และบาร์เบียร์ ไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติในสไตล์ ชิวๆ

สะพานไม้ ใช้สัญจรไปมาระหว่างสองฝั่ง ถ้าไปยืนถ่ายภาพต้องระวังรถจักร(มอเตอร์ไซด์) ที่อ้ายเอื้อย ทั้งหลายขับขี่ข้ามไป ข้ามมา

 

เก็บภาพบนสะพานไม้ ที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาหินปูน

 

เพิงและบาร์เบียร์ ในสไตล์ง่ายๆ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวให้มาดื่มด่ำความงาม ริมน้ำซอง

 

เวลาใกล้แลง พระอาทิตย์อ่อนแสง...ลำน้ำซองดูจะคึกคัก มีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่กำลังพายเรือคายัค ล่องมาตามลำน้ำซองเป็นทิวแถว เด็กๆ ชาววังเวียงสนุกสนานกับการกระโดดเล่นน้ำ ลงมาจากสะพานไม้...มองดูแล้วทำให้ผมย้อนนึกถึงตัวเองเมื่อยังเยาว์วัย กับวิถีธรรมชาติ ที่อยู่เบื่องหน้า

วังเวียง...ดูเริ่มจะมีสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกย่างกรายเข้ามามากเกินไปซะแล้ว ความใสบริสุทธิ์ดุจสายน้ำซองแห่งนี้ ผมเชื่่อว่าอีกไม่นานคงหาดูได้ยาก ถ้าวังเวียงไม่รีบช่วยกันปกป้อง

กิจกรรมยามแลง ของนักท่องเที่ยว

 

เด็กๆ สนุกสนานกับการกระโดดน้ำจากสะพานไม้

 

โปรแกรมสำหรับวันพรุ่งนี้ ผู้จัดการทริปเธอจัดการวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับในช่วงบ่ายแก่ๆของวันนี้ โปรแกรมของเราคือเดินชม หรือไม่ก็เช่ารถถีบ (จักรยาน) เที่ยวชมไปเรื่อยๆ

ก่อนเที่ยวชมนครวังเวียง เราเดินหาที่ฝากท้อง เพราะรู้สึกหิว ที่นี่มีร้านอาหารมากมายให้เลือกทาน ทั้งแบบลาวแท้ ลาวเทียม หรือสไตล์ยุโรปอย่างพวกพิซซ่าหรือสปาเกตตี...แต่ผมและสมาชิกในครอบครัวลงความเห็นขอเป็น ข้าวเหนียวส้มตำดีกว่า...ร้านนี้มีทั้งใส้อั่ว หมูแดดเดียวทอด ไก่ย่างแซบ ปลาเผา ให้เลือกกินอย่างจุใจ

อาหารมื้อบ่ายที่ร้าน ตำละเบิด แซบจริงๆ

 

เช่ารถถีบ...ปั่นเที่ยว วังเวียง

ผมเที่ยว สปป.ลาว ผมรู้สึกสบายใจอย่างคือ ป้ายบอกราคา ไม่ว่าจะไปร้านไหน จะกินอะไร เขาจะติดราคาบอกไว้อย่างชัดเจน ไม่มีแอบบวกแอบชาร์ท 

เช่าจักรยานก็สบายใจ ปั่นได้ทั้งวัน ไม่ใช่ปั่นแล้วมาบอกว่าคิดเป็นชั่วโมงเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งในประเทศสารขัณฑ์

ใครไปวังเวียงอย่าลืมสั่งโรตี แซนวิช ที่มีบรรดาเอื้อย ตั้งร้านเรียงรายขายอยู่ริมทาง ตามทางแยก ใครอยากจะซื้อทานร้านไหนตามอัธยาศัยเพราะทุกร้านฝีมือใกล้เคียงกัน

 

ร้านโรตี แพนเค้กและแซนวิช ที่มีอยู่มากมาย ตามริมถนนในวังเวียง

 

ผู้จัดการทริป(ภรรยาผมเอง) บอกว่าอยากไปเที่ยวถ้ำจัง ปั่นจักรยานไปไม่ไกล...ถ้ำจังอยู่ในพื้นที่ของวังเวียงรีสอร์ต ถือเป็นถ้ำที่สวยที่สุดของวังเวียงก็ว่าได้ เราปั่นจักรยานระยะเพียงน่องโป่งเล็กน้อยก็ถึง ทางเข้าถ้ำจัง

แต่เสียดายเราไปถึง ประมาณ ๕ โมงเย็นอ้ายลาว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บอกกับเราว่าหมดเวลาเข้าชมภายในถ้ำแล้ว...แต่บริเวณเดียวกันยังมีสะพานเหล็กสีแดงข้ามลำน้ำซอง กับวิวสวยๆให้เราได้ยืนแอ๊คท่าถ่ายเซลฟี่

 

ต้นมะพร้าวง่ามหนังสติ๊ก

 

ปั่นรถถีบ ไปชมถ้ำจัง

 

ทิวทัศน์บริเวณสะพานเหล็กสีแดง กับลำน้ำซอง

 

ค่ำคืนแรก...ที่วังเวียง

พอแสงจากตะวันเริ่มหายไป หลังเทือกเขาหินปูน ไฟจากนีออนและหลอดทังสเตนก็เข้ามาแทนที่พร้อมกับปล่อยให้ถนนสายหลักของวังเวียงเต็มไปด้วยร้านรถเข็นขายโรตี ร้านอาหารริมถนนที่มีนักท่องเที่ยวพากันมาจับจองพื้นที่หน้าร้าน ซึ่งมีสไตล์การตกแต่งร้านที่คล้ายกัน คือมีเก้าอี้ที่มีลักษณะแคร่ตัวใหญ่และหมอนใบยักษ์วางไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งหรือนอนตามสะดวก ใครอิ่มก็ไปดื่มต่อที่บาร์วึ่งมีอยู่หลายร้านทีเดียวครับ 

 

 

ปั่นรถถีบ ชมวังเวียงยามค่ำคืน

 

นั่งดื่มด่ำ...หน้าระเบียงห้องพัก ชมความงามกุ้ยหลินน้อยยามค่ำคืน

อาหารมื้อค่ำ พวกเราอิ่มอร่อยสบายท้อง กับแซนวิชที่ใส่ในขนมบาเก็ตก้อนโต มีทั้งแฮม เบค่อน ไข่เจียวยัดไส้ไว้ข้างใน แล้วยังหอบหิ้วโรตีใส่ไข่ ใส้อั่วถุงใหญ่ และที่ไม่ลืมคือเบียร์ลาว เพื่อเอาไว้ไปนั่งกินหน้าระเบียงห้องพัก ชมความงามของเทือกเขาหินปูน

การได้นั่งจิบเบียร์ลาวกับคนที่รู้ใจ และแอบฟังเพลงสากลที่เปิดขับกล่อมแว่วมาจากบาร์ที่อยู่ใกล้ๆ ที่พักพร้อมกับบรรยากาศ ของเทือกเขาหินปูนที่อยู่เบื่องหน้า ช่างสุดยอดเสียจริงๆ

 

นั่งจิบเบียร์ลาวไป คิดอะไรเพลินๆ นึกแล้วผมก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ ที่ถึงแม้ความเจริญจะเข้ามาสู่วังเวียงอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ที่นี่เขาก็ไม่ได้ทำลายสิ่งเดิมๆ ของเมืองไป ผิดกับบ้านเราที่มักจะพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งไหนที่มีการโปรโมต มักมีสิ่งต่างๆ เข้าไปอำนวยความสะดวกอย่างรวดเร็วจนไม่เหลือเสน่ห์ของความเป็นธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ เอาไว้เลย

ยังไม่นับการขาดการให้ความรู้แก่ผู้คนในท้องถิ่นถึงการท่องเที่ยวในรูปแบบอนุรักษ์ จึงทำให้หลายครั้งที่เราต้องสูญเสียสิ่งที่มีคุณค่าเหล่านั้นอย่างไม่มีวันเรียกกลับคืนมา

เฮ้อ!!...คิดไปคิดมาจนเบียร์ดำลาวขวดเล็กหมดไปหลายขวด...ขอตัวอาบน้ำนอนก่อนดีกว่า เกรงว่าถ้าดื่มต่อ คงคิดฟุ้งซ่านกับการท่องเที่ยวที่หวังแต่จะกอบโกย ของบ้านเราแน่...ไปหล่ะ...พรุ่งนี้เช้ามีโปรแกรมมันส์ รออยู่ที่...วังเวียง

โดย ชายสามหยด

 

กลับไปที่ www.oknation.net