วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Education blasted Thailand ตอน.. แบ่งส่วนราชการ


นาน น๊าน นาน สักระยะหนึ่งแล้วที่ไม่ได้เขียนอะไร ๆ ที่เหน็บแนมแกมประชดสรรเสริญ ... มาแล้วคร้าบ เรากลับมาแล้วเพื่อสิ่งนี้ 555++
ว่ากันตอนแรกสุดกับการศึกษาไท๊ยไทย ..ไทยจนทำให้ผู้มีอำนาจกระทำการย่ำยีให้แหลกคานันยาง

ตอนแบ่งส่วนราชการ .... เดิมที การศึกษาไทย ก็มีการแบ่งสัดส่วน กรม กอง สำนัก แยกส่วนแยกบริหารกันค่อนข้างชัดเจน ประถม มัธยม เอกชน มหาวิทยาลัย อิทีนี้ล่ะ เมื่อผู้มีอำนาจที่อาจไม่ได้ชื่อนายอำนาจ เข้ามาบริหารงานด้านการศึกษาในฐานะนายใหญ่แห่งกระทรวง ทบวง กรม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ตนเองมีอำนาจ สั่งการ (เผด็จการ) แยก ยุบ รวม ที่ตนเองมองไม่ทะลุถึงแก่น ก็สั่งการด้วยวาจาและตัวหนังสือ เป้งเข้าให้ล่ะพ่อเอ๊ย ปั่นป่วนไปทั้งระบบการศึกษาไทยที่ “ดีอยู่แล้ว” อ.อ.(อิ๊บอ๋าย) ล่ะ แต่ก็นั่นแหละ ทั่นที่นั่งบนหอคอย นั่งฟัง “4 องค์ชาย” แห่งวงการศึกษาที่ต้องการปฏิวัติ เอ๊ย ปฏิรูปการศึกษา วิ่งไปรายงาน เขยิบ ๆ เข้ามาซิ กระแซะ ๆๆ เข้ามาซิ กระซิบ ๆๆ  ข้าง ๆ หู “เราน่าจะยุบรวมนะขอรับ” “เราน่าจะตั้งระบบใหม่นะขอรับ ทั่นจะได้มีชื่อว่า เป็นผู้เปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย ประเทศไทยจะจารึกชื่อทั่นไว้จนตาย” .....อืมมมม จำจนตายเลยตู ว่า พวกสู ๆๆๆ ทั้งหลายนี่แหละ “ตัวการ” ทำการศึกษาไทย ship lost

ปี 2546 ..... 7 กรกฎาคม 2546 วันอัปยศอดสูของการศึกษาไทย อย่าไปนึกให้เสียเวลาว่า รัฐบาลไหน อย่างไร รู้ไว้แต่เพียงว่า ไอ้กรม กอง สำนัก ในกระทรวงศึกษาธิการ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่พวกเขาเอ่ยนามซะสวยหรูว่า “ปฏิรูปการศึกษา” นั่นแหละขอรับ ถูกยุบ “กรม กอง สำนัก” ให้กลายเป็น “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา .....” ที่รวบกรมวิชาการ กรมสามัญศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ(สปช.) และสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน (สช.) ขมวดบวกมัดรวมเข้าเป็นหน่วยงานเดียวกัน !! มี “สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)” เป็นนายใหญ่ .... ในแง่คนทั่วไป ที่มองการศึกษาในปีนั้น มักมองว่า เออ มันก็ดีนะ รวมทุกสังกัดเข้าด้วยกัน เวลาไปติดต่ออะไร ก็น่าจะได้รับความสะดวกสบายและ “รู้เรื่อง” ...เสียใจด้วยครับผม การณ์มิได้เป็นดั่งเช่นใจท่านใจเราที่คิด มันกลายเป็น “ขยะการศึกษา” เพราะโดยเนื้องานและการบริหารจัดการ ของระบบประถมศึกษา ระบบมัธยมศึกษา และระบบโรงเรียนเอกชน “แตกต่าง” กันมาก

การบริหารจัดการไม่เท่าไหร่ อีกเรื่องก็มาล่ะขอรับ ... “ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน.....” ไงล่ะขอรับ จากเดิม เรามีผู้อำนวยการสำนักงานของประถมศึกษา , มัธยมศึกษา , โรงเรียนเอกชน ในแต่ละจังหวัด แยกกันอยู่แล้ว คือ 3 ตำแหน่ง (228 ตำแหน่งทั่วประเทศ ณ ขณะนั้น) !! อุ๊ต่ะ พอปฏิรูปการศึกษา ยุบรวม ก็จะเหลือ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน.... เพียง 1 ตำแหน่งในแต่ละจังหวัดเท่านั้น (76 จังหวัด) !!! ตาย ๆๆๆๆๆๆ ตำแหน่งหด ก็เกิดกฎกติกามารยาท “การแย่งตำแหน่ง” เกิดขึ้นทันใด ณ บัดนาว ...และแล้ว ทั่นที่นั่งบนหอคอย รอคนชงน้ำชากาแฟซองใต้โต๊ะ ก็มี “ประกาศแบ่งส่วนราชการ” ใหม่ (ตามใจ goo) โดยมีตำแหน่งเอื้ออาทร แบ่งสรรปันส่วนให้กับน้อง หลาน เหลน พี่เขย น้องเมีย ฯลฯ โดย “อ้าง” พื้นที่ยุทธศาสตร์การปกครอง (เอ่อ มหาดไทยเกี่ยวไรด้วยฟ่ะเนี้ย) แบ่งพื้นที่ในจังหวัดเป็น “เขตพื้นที่การศึกษา” เพื่อให้พี่เขยน้องเมียเพื่อนพ่อได้มีโอกาสแทรกซอนเป็น “ผู้อำนวยการสำนักงาน.............” บ้างก็เท่านั้นเอง ไม่เอา ไม่คิดมากกกกกก ดังนั้นในช่วงปี 2546 – 2553 จึงมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่.............ในแต่ละจังหวัด 2 คนบ้าง 1 คนบ้าง 3 คนบ้าง โดยรับผิดชอบอำเภอพื้นที่ตามจำนวนประชากร !!!


แต่ก็จะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและคิดมากกับเรื่องนี้ 555+++ หาได้ยอมกับวิธีการนี้ไม่ จึงรวมตัวรวมใจต่อสู้ผนึกกำลังเพื่อ “ขอแยก” ประถมศึกษา มัธยมศึกษา เอกชน การศึกษาพิเศษ ออกจากกัน ... การเรียกร้องการแบ่งส่วนราชการนี้ ก็เป็นสัญญาณ บ่งบอก “อะไร ต่อ อะไร” ที่คนบางกลุ่ม “คิด” นั้น เป็นเรื่องที่เสียหายต่อระบบการศึกษาอย่างร้ายแรง นั่น นั่น หาได้สำนึกสำเหนียกไม่อีก
กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย ก็เริ่มต่อสู้ผนึกกำลังภายในภายนอกทุก ๆ ด้าน เพื่อขอแยก โดยผู้ชนะอันดับ 1 ก็คือ การศึกษาพิเศษ แยกตัวและการบริหารไปขึ้นตรงสำนักการบริหารการศึกษาพิเศษ (เป็นไงล่ะ สบายยยยยยยย) อันดับ 2 นั่นคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ไปขึ้นตรงกับสำนักงานปลัดกระทรวง มีการตั้ง สช.ในระดับจังหวัดและอำเภอ เอ่อออออ นี่มันเข้าวังวนเดิม ๆๆ นี่หว่า

เหลือแค่ 2 ระดับล่ะครับ ประถม – มัธยม ...และแล้วก็มีประกาศกฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายใน 14 กันยายน 2553 แยกประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ออกจากกัน บ๊ะจ้าววววววววววววว ดีใจน้ำตาไหลพราก แถมก็มีตำแหน่งนาย ๆๆ รองรับ 183 ตำแหน่งสำหรับผู้อำนวยการ.......ประถมศึกษา และ 42 ตำแหน่งสำหรับผู้อำนวยการ..........มัธยมศึกษา แต่เรื่องยังไม่ได้จบเพียงแค่นี้หรอกครับ ยังมีเรื่องโน่น นี่ นั่น ที่เป็นส่วนประกอบทำให้การศึกษาไทยตอนนี้เกิดความเสียหาย (เอ่ออออ อยากใช้คำแรงกว่านี้จัง)

เอาแค่ง่าย ๆ ผู้อำนวยการสำนักงาน...มัธยมศึกษา มีเพียง 42 ตำแหน่ง ครอบคลุม 76 จังหวัด (ณ ตอนนั้น) นั่นหมายถึงว่า ใน 1 ตำแหน่ง รับผิดชอบหลายจังหวัด (ก็บอกแล้ว ทั่นผู้มีอำนาจใหญ่ เขาแบ่งตามพื้นที่ประชากรของกระทรวงมหาดไทย) ก็เกิดปัญหา อุปสรรค ตามมาโดยที่ทั่นผู้มีอำนาจมิได้รู้เห็น เพราะตอนเซ็นคำสั่งนั้น ไม่เคยรู้เลยว่า ระยะทางแต่ละจังหวัดและความลำบากในการเดินทางมีอะไรบ้าง
ตัวอย่างนะครับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 ประกอบด้วยจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม มีที่ตั้งสำนักงานเขตพื้นที่ฯ อยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี ดังนั้น หากคุณครูที่สอนอยู่ในอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต้องเดินทางไปติดต่อราชการกับสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ที่อยู่จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางไม่มากไม่มายขอรับ 264 กิโลเมตรเอง !!! (ไปกลับ 528 กิโลเมตร) คงต้องลางานสอน 2 วันล่ะครับทั่น ... นี่แค่ปัญหาการเดินทางไปติดต่อราชการเองนะขอรับ ไอ้เรื่องเล็กน้อย หยุมหยิม จิปาถะ เป็นร้อยเรื่อง ...อืมมมมม ไม่เป็นไร ทั่นที่ลงนามคำสั่งแบ่งส่วนราชการ ป่านนี้ขุดแมงกุดจี่ขายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ 55555+++

จบเรื่องการแบ่งส่วนราชการที่วุ่นวาย ...ค่อยว่ากันต่อตอนหน้านะครับ


มีความสุขทุกวันและรักกันทุกคน
I'm fine thank you.
ป๋าโซ ... 

โดย น้ำทะเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net