วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เล่าเรื่องนกเงือก นักกระจายเมล็ดพันธุ์ สัญลักษณ์แห่งป่าใหญ่


 

โปสเตอร์แสดงในงานวันรักนกเงือก วันที่ 13 กพ. พ.ศ.2558 ที่บริเวณสวนนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล 

ในโลกมีนกเงือก (Hornbill) ทั้งสิ้น 54 ชนิด พบในป่าเขตร้อนของแอฟริกาและเอเชียเรา ขณะที่ในประเทศไทยมีการสำรวจพบนกเงือก 13 ชนิด ความที่นกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่ มีความสวยงามและมีพฤติกรรมที่น่าสนใจ ยิ่งทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น ไม่นับรวมถึงพฤติกรรมการจับคู่ที่พ่อนกและแม่นกเงือกจะอยู่ครองคู่อยู่ด้วยกันจนสิ้นอายุขัย ล้วนน่าศึกษาอย่างยิ่ง

เราสามารถพบนกเงือกได้หลายจุดในพื้นที่ป่าของเมืองไทย เช่น ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง และป่าผลัดใบ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะพบนกเงือกกันได้ง่าย ๆ จะต้องรู้แหล่ง รู้จุด และรู้จังหวะช่วงเวลาที่เหมาะสม

แหล่งดูนกเงือกที่มีชื่อเสียง คงไม่พ้น อช.ชาติเขาใหญ่ อช.แก่งกระจาน อช.แม่วงก์ และเขตฯฮาลา-บาลา แม้จะมีพื้นที่ป่าเป็นแหล่งอาศัยและทำรังวางไข่ แต่นกเงือกทุกชนิดในประเทศไทย ล้วนตกอยู่ในสถานะแห่งการถูกคุกคามและมีแนวโน้มสูญพันธุ์ เนื่องจากพื้นที่ป่าสมบูรณ์ได้ถูกทำลายลงไปมากอย่างต่อเนื่อง ทำให้แหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของนกถูกทำลายลง นอกจากนั้น ยังมีปัญหาถูกล่าโดยมนุษย์ เพื่อนำไปบริโภคและขายเลี้ยงใส่กรงในเมือง

ในจำนวนนกเงือกในประเทศไทยที่มีอยู่ 13 ชนิดนั้น พบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลาถึง 10 ชนิด ทั้งนกกก,นกเงือกหัวแรด ,นกเงือกกรามช้าง ,นกเงือกกรามช้างปากเรียบ ,นกชนหิน ,นกเงือกดำ, นกเงือกปากย่น , นกแก๊ก ,นกเงือกปากดำ และนกเงือกหัวหงอก

นกกกหรือนกกาฮัง / Great Hornbill

นกเงือกมีปากยาวใหญ่และมีโหนกอยู่บนปาก ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ มีขนตายาวงาม ไม่มีขนคลุมใต้ปีก ทำให้ขณะบินมีเสียงดัง ตัวเมียทำรังในโพรงไม้ แต่ไม่สามารถเจาะโพรงไม้ได้เอง จึงต้องอาศัยโพรงที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่มีขนาดเหมาะสม

สัตว์ที่ช่วยหารังหาโพรงให้กับนกเงือก ก็เห็นจะเป็นหมีไม้ สัตว์ชนิดนี้จะปีนต้นไม้ขึ้นไปกินน้ำหวานจากรังผึ้งบนต้นไม้สูง และใช้เล็บตะกุยรังผึ้งจนขยายเป็นโพรงใหญ่ เมื่อผึ้งทิ้งรังไปแล้ว นกเงือกก็จะเข้าไปใช้โพรงเป็นสถานที่เลี้ยงลูกแทน

 นกเงืิอกสีน้ำตาล /Tickell's Brown Hornbill

BBC: Jungle - The Private Life of Hornbills
A secret camera is hidden in a Hornbill nest before the jungle bird blocks the entrance for hatching. Fascinating insight into the private life of these colourful birds from BBC wildlife show 'Jungle'


นกเงือกหัวแรด /Rhinoceros Hornbill

นกเงือกใช้เศษอาหารที่สำรอกออกคลุกเคล้ากับมูลตัวเอง เศษไม้ ดิน เพื่อปิดปากโพรงและขังตัวเองอยู่ในโพรงเพื่อฟักไข่และเลี้ยงลูกประมาณ 3-4 เดือน โดยนกตัวผู้ทำหน้าที่หาอาหารมาป้อน ซึ่งเราเรียกพฤติกรรมนี้ว่า แบบพ่อเลี้ยงตัวเดียว (father care) พบใน นกเงือกกรามช้าง ,นกเงือกกรามช้างปากเรียบ,นกชนหิน ,นกเงือกดำ, นกเงือกปากย่น ,นกเงือกคอแดง และนกแก๊ก

พฤติกรรมแบบมี พ่อนกและผู้ช่วยเลี้ยง (cooperrative care) พบได้ในนกเงือกปากดำ หรือกาเขา ,นกเงือกหัวหงอก,นกเงือกสีน้ำตาล และนกเงือกสีน้ำตาลคอขาว

พฤติกรรมแบบ พ่อ-แม่ช่วยกันเลี้ยง (biparental) พบได้ใน นกกก (นกเงือกชนิดหนึ่ง บางทีก็เรียกนกกาฮัง) และนกเงือกหัวแรด

วงจรชีวิตของนกเงือกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ

1.ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม เราจะพบเห็นนกเงือกอยู่เป็นคู่ ๆ ช่วงนี้มันจะทำรัง ตัวผู้มีหน้าที่หาอาหารมาป้อนตัวเมียที่กกไข่อยู่ในรังและลูกนกที่เกิดใหม่

2. ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ ระหว่างเดือนมิถุนายน-พฤษภาคม หลังจากแม่นกเงือกและลูกนกเงือกออกจากโพรงแล้ว นกเงือกจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และจะเข้ารวมฝูงในช่วงฤดูฝน จะใช้วิธีเกาะกลุ่มกันนอน ไม่ทำรัง

เมื่อถึงตอนเช้าจะโบยบินออกจากที่นอนไปยังแหล่งอาหารจนถึงฤดูหนาวช่วงใกล้ผสมพันธุ์ นกเงือกก็จะแยกกันเป็นคู่ ทำรัง และวางไข่ หมุนเวียนอย่างนี้เป็นวงจรชีวิต

นกเงือกหัวหงอก /White-crowned Hornbill

นกเงือกกินอาหารได้ทั้งผลไม้และสัตว์ขนาดเล็ก จึงจัดเป็นชนิดพันธ์หลักที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ (Keystone species) นอกจากลูกผลไม้เช่น ลูกไทรที่เป็นอาหารหลักแล้ว นกเงือกยังกินนกและสัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ เป็นอาหารด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกนกต้องการโปรตีน

บทบาทเด่นของนกเงือกในระบบนิเวศป่า คือ ช่วยกระจายพันธุ์ไม้กว่า 200 ชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากพฤติกรรมการเลือกกินผลไม้ที่สุก และนำพาเมล็ดไปทิ้งในพื้นที่ต่าง จึงเป็นตัวช่วยปลูกป่าและปลูกแหล่งอาหาร ทั้งของนกเงือกเองและสัตว์ป่าอื่น ๆ

นอกจากนั้น นกเงือกยังมีบทบาทในการรักษาความหลากหลายของพืชและสัตว์ จึงจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่เป็นร่มเงา ให้กับสัตว์ชนิดอื่น ๆ (Umbrella species) ทำให้สังคมพืชเกิดความสมดุล และช่วยควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลงและหนู

 

นกเงือกปากย่น/ Wrinkled Hornbill

นกเงือกกรามช้าง หรือนกกู๋กี๋ /Wreathed Hornbill),ตัวผู้

ความสัมพันธ์ของนกเงือกมีความอ่อนไหวต่อพื้นป่าที่เปลี่ยนแปลง จึงเหมาะที่จะจัดนกเงือกเป็นชนิดพันธุ์ที่เป็นดัชนีวัดความสมบูรณ์ของป่า (Indicator species) แต่ละแบบได้อีกด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ นกเงือกคือดัชนีบ่งชี้ถึงสภาพของป่าได้เป็นอย่างดี หากพื้นที่ป่าบริเวณใดพบนกเงือกอาศัยอยู่จำนวนมากและสามารถขยายพันธุได้ แสดงว่า ป่าในบริเวณนั้นยังคงอุดมสมบูรณ์

จากข้อมูลของโครงการศึกษาชีววิทยาและนิเวศวิทยาของนกเงือก ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า นกเงือกเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงดุลยภาพต่างๆ ในสังคมป่าเขตร้อนให้คงอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลง

นกเงือกอาจมีอายุยืนยาวได้ถึง 30 ปี แต่ละตัวสามารถช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้มากกว่า 100 ต้น/สัปดาห์ แม้ว่าไม้เหล่านี้สามารถเจริญเติบโตเป็นไม้ใหญ่ได้เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

นกแก๊ก หรือนกแกง /Oriental Pied Hornbill

ไม่น่าเชื่อว่า หนึ่งชีวิตของนกเงือก สามารถปลูกไม้สำคัญๆ ให้กับป่าได้ถึง 500,000 ต้น ถ้าป่าไหน มีนกเงือกอยู่ถึง 500 ตัว แน่นอนว่าป่าเหล่านั้นจะไม่เป็นป่าที่สมบูรณ์ได้อย่างไร

ลูกไม้ป่าที่เป็นอาหารของนกเงือก ในธรรมชาตินั้นมีอยู่หลายชนิด นกเงือกกินลูกไม้ได้มากกว่า 60 ชนิด แต่ที่เป็นเมนูหลัก ได้แก่ ไม้สกุลไทร โดยเฉพาะไทรพัน เพราะเป็นไทรที่พบบ่อยที่สุด ผลนิ่ม ไม่มียาง ไทรแต่ละชนิดมักมีผลสุกต่างกัน และออกผลต่อเนื่องกันไปตลอดปี ทำให้สัตว์ป่าที่กินผลไม้มีแหล่งอาหารกินได้ทั้งปีไม่ขาดแคลน

ต้นไทรใหญ่ในป่าไหน ออกผลสุกสีแดงเต็มต้น จะกลายเป็นแหล่งชุมนุมของประดานักนิยมบริโภคผลไม้ขึ้นมาทันที ทั้งประดานกใหญ่น้อยอย่าง นกเงือก นกโพระดก นกเปล้า นกปรอด นกหก นกขุนทอง รวมไปถึงลิง,ชะนี, กระรอก, กระแต พากันยกโขยงมาเก็บกวาดกินลูกไทรบนเรือนยอดไม้ สัตว์ป่าในพื้นราบอย่าง เก้ง, กวาง ,หมูป่า และไก่ป่า ก็ได้อานิสงส์จากลูกไทรสุกที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น ท่ามกลางเสียงจอแจเซ็งแซ่มิได้ขาด

วิหคที่โบยบินสู่ฟากฟ้าหรือขับขานท่วงทำนองแสนไพเราะ ไม่ได้มีแค่ความสวยงามจากรูปโฉมที่เห็นเพียงภายนอกเท่านั้น แต่มีคุณค่าอย่างแสนวิเศษสุดในตัวของมันเอง อย่าง "นกนักปลูกป่า" ผู้ปลุกความสมดุลในธรรมชาติ และเชื่อมโยงดุลยภาพต่างๆ ในสังคมไพร อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ธรรมชาติได้รวบรวมสรรพชีวิตทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์พืชไว้อย่างสมดุลลงตัวยิ่ง
แม้นกเพียงตัวเดียวหรือต้นไม้ต้นหนึ่งก็มีค่ามหาศาล มิใช่หรอกหรือ ???

เอกสารอ้างอิง : นกเงือกไทย,โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

โดย ระวังไพร

 

กลับไปที่ www.oknation.net