วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหกรรมวันผู้ไทโลก!


วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2558 สมาคมผู้ไทโลก ได้จัดงานเทศกาล "หนาวลมที่เรณู วันผู้ไทโลก" ที่เมืองเว เรณูนครจังหวัดนครพนม ซึ่งผมได้เข้าร่วมด้วยตามคำเชิญชวนของเพื่อนมิตร Oknation Blogger และสมาคมผู้ไทโลก

มีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการภาพถ่ายผู้ไทโลก การประกวดร้องเพลง การประกวดถ่ายภาพและการประกวดประขันประชันฟ้อนกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม "วันผู้ไทย สืบฮอยตา วาฮอยปู่ สืบสานตำนานผู้ไทย" ณ ลานวัฒนธรรม โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล

กิจกรรมที่มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมอยากยิ่ง คือขบวนแห่พานบายศรีรับขวัญปวงเทพบุตร เทพธิดา จากโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล มาถึงวัดธาตุเรณู ทั้งจากโรงเรียนเรณูวิทยาคารและโรงเรียนโพนทองวิทยนานุกูล ร่วมด้วยชาวผู้ไทในแต่ละถิ่น จัดแถวขบวนช่างฟ้อน ร่วมฟ้อนรำถวาย เฉลิมฉลองสมโภชองค์พระธาตุ ก่อนจะมานั่งทานแลงบนขันโตก พิธีฟ้อนรำรับขวัญ บายศรีสู่ขวัญผูกข้อต่อแขน แก่ตัวแทนชาวผู้ไท ในคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่มาทั้งจากฝั่งไทย ฝั่งลาว และชาวผู้ไทจากเมืองต่างๆ สลับกับการประกวดร้องเพลง "หนาวลมที่เรณู" และ "เรณูยังหนาว" ก่อนจะฟ้อนรำหมู่ "ผู้ไทโลก" ร่วมกันอย่างสนุกสนาน

ในประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดชาวไท ซึ่งตรงกับคำว่าไต แล้วแต่สำเนียงเรียกกัน ชาวผู้ไท เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดรองลงมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาว หรือคนลาวส่วนใหญ่ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 4,000 ปี ในดินแดนสิบสองปันนาของจีน ไปจรดทิศตะวันออกแคว้นสิบสองจุไทในลาวและเวียดนาม รวมถึงอาศัยอยู่ในภาคอิสานของไทยจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะที่อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม

เข้าใจกันว่า ชาวผู้ไท ก็คือชาวไทดำและไทขาว ที่อาศัยอยู่ดินแดนแคว้นสิบสองจุไทแต่ดั้งเดิม หรือบริเวณลุ่มแม่น้ำดำและแม่น้ำแดงในเวียดนามตอนเหนือ ติดกับแขวงพงสาลีของประเทศลาว แบ่งเป็นไทขาว 4 เมือง และไทดำ 8 เมืองโดยมีเมืองแถงเป็นเมืองเอกของชาวไทดำ แต่เอกสารท้องถิ่นของชาวไทดำในเวียดนามกล่าวว่า “ดินไทเฮามีสิบหกเจิวแต่หลัง”และเพิ่งเปลี่ยนแปลงเป็นสิบสองจุไทเมื่อฝรั่งเศสเข้ามาจัดระเบียบการปกครองท้องถิ่นใหม่ ปัจจุบันเมืองแถงเรียกว่าเมืองเดียนเบียนฟู ซึ่งชาวไทลาวส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าต้นตระกูลตนเองมาจากที่นั่น

แต่นักประวัติศาสตร์บางคนก็เชื่อว่า ชาวไทดำกับผู้ไทอาจจะเป็นคนละชาติพันธุ์กัน นักภาษาศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจอพยพแยกจากกันนานกว่า 1,500 ปีมาแล้ว ภาษาผู้ไท เป็นภาษาในตระกูลภาษาไทที่กระจัดกระจายในภูมิภาคต่างๆ ของไทยและลาว เข้าใจว่าผู้พูดภาษาผู้ไทมีถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมอยู่ในเมืองนาน้อยอ้อยหนู ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองแถง ก่อนบางส่วนได้อพยพออกไปอยู่ที่เมืองวังอ่างคำ ในแขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว และส่วนหนึ่งได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาประเทศไทย

ภาษาภูไทจะมีภาษาของไทลื้อและภาษาลาวปนอยู่ด้วย จึงเข้าใจได้ว่าน่าจะเกี่ยวพันกับชาวไทลื้อในสิบสองปันนาที่มีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กัน เพราะในสมัยโบราณนั้นสิบสองปันนาเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรน่านเจ้าที่มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองหนองแส หรือเมืองต้าลี่ในปัจจุบัน ก่อนจะมาเป็นราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่งในเวลาต่อมา เมื่อประมาณ 800 กว่าปีก่อน ก่อนจะถูกชาวมองโกลรุกรานและเป็นส่วนหนึ่งของจีนในปัจจุบัน

จะว่าไปชนชาติไท หรือไตก็น่าจะเป็นชนชาติเดียวกันเกือบทั้งหมด ที่นักวิชาการเรียกรวมทั้งหมดว่า “ชนชาติไท-กะได” ไม่ว่าจะพ่วงด้วยต่อคำไหน เพื่อสะท้อนลักษณะทางวัฒนธรรม ประเพณี ตามพื้นถิ่นที่แตกต่างกันไป แต่ในด้านภาษาศาสตร์ ก็มีความใกล้เคียงกัน และก็เป็นชนชาวไททั้งนั้น

หลายคนเชื่อว่าชนชาติไท อาจจะอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยอ้างตามหลักฐานโครงกระดูก ที่บ้านเชียง และบ้านเก่า แต่นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับว่าบรรพบุรุษเก่าแก่ที่สุดน่าจะอาศัยอยู่บริเวณจีนตอนใต้ ในมณฑลกวางสี เขตวัฒนธรรมไท-กะไดที่สำคัญของชาวจ้วง เพราะในด้านนิรุกติศาสตร์เชื่อว่าภาษาเกิดที่ใด จะมีภาษาท้องถิ่นมากมากหลายชนิดเกิดขึ้นแถบนั้น เพราะอยู่มานานจนแตกต่างกันออกไปแต่ในดินแดนที่ใหม่กว่าภาษาจะไม่ต่างกันมากนัก

 ปัจจุบันเราแบ่งชนชาติไทตามหลักมานุษยวิทยา โดยใช้เกณฑ์ด้านวัฒนธรรมและประเพณี ออกเป็น 2-3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ไทน้อย ไทใหญ่

ไทน้อย หมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง ทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้าย ประกอบด้วยในไทย ลาว จนถึงลุ่มแม่น้ำดำ-แดง ในเวียดนาม แล้วเลยไปจนถึงตอนใต้ของจีน เอกลักษณ์ตระกูลชาติพันธุ์ไทน้อย คือ มีการปลูกเรือนแบบยาวลึกเข้าไป ในสถาปัตยกรรมขั้นสูงมีการประดับตกแต่งที่ค่อนข้างน้อย เน้นความอ่อนช้อยของศิลปะ แต่เสื้อผ้าอาจจะมีเครื่องประดับมากกว่า โดยกลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลนี้ ได้แก่พวก ไทลาว ไทดำ ไทขาว ไทแดง ไทพวน ไทฮ่างตง ตูลาว หลี เจียมาว เกลาว ลาติ ลาคัว ลาฮา จาเบียว เบ ไทแสก ลักเกีย คำ สุย มู่หล่าว เมาหนาน ไทญ้อ ผู้ไท ต้ง จ้วง คัง นุง โท้ เป็นต้น

ไทใหญ่ หมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีถิ่นฐานดั้งเดิม อยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง ปัจจุบันถูกเรียกว่ารัฐฉานหรือเดิมนั้นมาจากคำว่าสยาม เลยไปถึงลุ่มน้ำสาละวินหรือแม่น้ำคง มีระบบการปลูกบ้านสร้างเรือนที่ซับซ้อนกว่าไทน้อย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลนี้ ได้แก่พวก ไทใหญ่ ที่เรียกตัวเองว่าไต หรือไตโหลง หรือไทหลวง ไทเหนือ ไทขึนหรือไทเขิน ไทลื้อ ไทยวนอาหม อ่ายตน คำยัง คำตี่ พ่าเก นะรา จันหารี และ ตุรุง เป็นต้น

ไม่นับรวมไทยสยาม ซึ่งหมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยบริเวณลุ่มแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเพชรบุรี เรื่อยไปจนถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำพุมดวง-ตาปี ที่ราบลุ่มทะเลสาบสงขลา บริเวณจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา และบริเวณจังหวัดเกาะสอง เขตตะนาวศรี ประเทศพม่า เพราะสยามดูเหมือนจะเป็นชื่อพื้นที่รวมของหลากหลายชาติพันธุ์มากกว่า

นักประวัติศาสตร์บางคนเคยศึกษาว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางแถบอโยธยา ละโว้ สุพรรณภูมิ เดิมนั้น คนไทลาวที่เคลื่อนย้ายลงมาอยู่กับมอญและเขมร แล้วรับวัฒนธรรมมอญ-เขมร ได้เรียกตัวเองด้วยคำใหม่ว่าไท ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเอง คนไทยทั้งหลายยังเคยถูกเรียกว่าเป็นพวกไทน้อย!

สรุปว่าไม่ว่าจะเป็นไทน้อย ไทลาว ไทแดง ไทพวน ไทดำ ไทขาว หรือผู้ไท เราก็ชาวผู้เป็นไทด้วยกันทั้งหมดในกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไท

เนื่องในงานรวมพลวันผู้ไท, ในอุษาคเนย์ เราทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องกัน!


[คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558]

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net