วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนไทยไม่ได้มาจากเทือกเขาอัลไต


เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เดินทางไปร่วมงานวันผู้ไทโลก เรณูนคร จัดโดยสมาคมผู้ไทโลก และโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ซึ่งจัดงานวันผู้ไทเรณูนครทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อต่อสู้กับวัฒนธรรมตะวันตกที่กำหนดให้เป็นวันดังกล่าวเป็นวันวาเลนไทน์ จนคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่หันมารักกันวันเดียว

ทำให้ได้รับความรู้มากมายว่าคนผู้ไทมาจากไหนกัน และพบว่าผู้ไทก็คือชาติพันธุ์ไทกลุ่มหนึ่งที่เหมือนกันกับคนไทยเราส่วนใหญ่ แต่พวกเขาอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมแบบเก่าไว้ได้ดีกว่าคนไทยสมัยใหม่ที่ถูกวัฒนธรรมตะวันตกกลืนกินไปในกระแสวัตถุนิยมบริโภคนิยม

ชาวผู้ไทแต่โบราณ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทในอดีต และกระจายไปถึงแคว้นสิบสองปันนาของชาวไทลื้อด้วย ภาษาและวัฒนธรรมต่างๆ จึงเชื่อมโยงกับชาวไทลาวและไทลื้อด้วย จึงมีคำสอนและความเชื่อทางจารีตแบบฮีตสิบสองคองสิบสี่เหมือนชาวไทลาว และมีภาษาสำเนียงผสมไทลื้อด้วยเช่นกัน

จริงๆ ผมเริ่มสงสัยว่าคนไทยมาจากไหนกันมาตั้งนานแล้ว แต่เริ่มกระจ่างแจ้งชัดเจนขึ้นมาไม่นานมานี้ว่า บรรพบุรุษชนชาติไทของเรามาจากไหนกันแน่ แม้จะมีหลักฐานหักล้างทางประวัติศาสตร์ไปมากมายแล้วว่า คนไทไม่ได้อพยพมาจากเทือกเขาอัลไตตามที่หลวงวิจิตรมาตราเคยบอกไว้ แต่ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อเหมือนเดิม แม้แต่ผู้นำประเทศของไทยในขณะนี้?

จริงๆ คนไท หรือไต ล้วนเป็นเชื้อสายชาติพันธุ์เดียวกันหมด ไม่ว่าจะมีคำพ่วงต่อท้ายด้วยคำไหน เพราะพูดภาษาตระกูลเดียวกันมาตั้งแต่โบราณ และอาศัยอยู่ร่วมกันในดินแดนอุษาคเนย์มาช้านานแล้ว ด้วยรากเหง้าภาษาที่คล้ายคลึงกันมาแต่โบร่ำโบราณ ก่อนจะเพี้ยนสำเนียงออกเป็นพื้นถิ่นต่างๆ ที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานเพิ่มเติม

มีหลักฐานยืนยันว่า คนไททุกชาติพันธุ์ร่วมกันอาศัยอยู่ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออุษาคเนย์มาหลายพันปี ตั้งแต่แผ่นดินจีนตอนใต้ในมณฑลยูนนานและกวางสี คาบเกี่ยวไปถึงกวางตุ้งและแถบแม่น้ำดำและแดงในเวียดนามตอนบน บรรพบุรุษของเราเคลื่อนไหวไปมาในแถบประเทศไทยและลาวในปัจจุบัน หรืออุษาคเนย์ ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่ออพยพตั้งถิ่นฐานโดยมีการเคลื่อนไหวไปมาไม่เคยขาดสาย

กลุ่มชาติพันธุ์ไทยสยามของไทยเราในปัจจุบันก็เช่นกัน เราเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใช้ภาษาในตระกูลภาษาไท-กะได ภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน ซึ่งมีหลักฐานทางภาษาเก่าแก่ที่สุดแถบมณฑลกวางสีของชาวจ้วง ไท-กะได มาจากการแบ่งตระกูลภาษาออกเป็น 2 สาขา คือ ไท และกะได ซึ่งเลิกใช้แล้ว เนื่องจากกะไดจะเป็นกลุ่มภาษาที่เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มภาษาไทรวมอยู่ด้วย และกะได หรือ Kadai บางพื้นที่ออกเสียงว่า ข้าไท

ตามที่ปรากฏหลักฐานที่บ้านเชียงและบ้านเก่าซึ่งมีอายุมากกว่า 4,000 ปีก่อนหน้า แต่โครงกระดูกมนุษย์ที่พบที่บ้านเชียงกลับคล้ายกับโครงสร้างกระดูกมนุษย์ตามหมู่เกาะแปซิฟิกด้วย จึงคาดว่าก่อนหน้านั้นเราเคยอพยพมาจากหมู่เกาะทะเลใต้แถบเส้นศูนย์สูตร โครงสร้างภาษาและกายวิภาคของคนไทยกับฟิลิปปินส์จึงคล้ายกันมาก รวมถึงการเดินทางของภาษา ที่เชื่อกันว่าภาษาดั้งเดิมของตระกูลภาษาไทนับหมื่นปีก่อนมาจากเกาะไต้หวัน ก่อนจะเข้าไปในจีนตอนใต้ และผสมภาษามากมายกลายเป็นกลุ่มตระกูลภาษาไท-กะไดในปัจจุบัน

ตามหลักการทางภาษาศาสตร์แล้ว ภาษากำเนิดขึ้นที่ใดจะมีสำเนียงแตกต่างหลากหลายในพื้นที่นั้นมาก เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษในแต่ละถิ่นของประเทศอังกฤษจะพูดคนละสำเนียงกันจนยากจะเข้าใจ เพราะใช้กันมานานจนภาษาเปลี่ยน แต่แผ่นดินใหม่ เช่น อเมริกา จะใช้ภาษาเหมือนกันไปหมด ในมณฑลกวางสีของชนชาติจ้วงก็เช่นกัน บางเมืองห่างกันเพียงแค่ 20 กิโลเมตร กลับพูดภาษาต่างกันจนต้องแบ่งเป็นภาษาจ้วงเหนือและจ้วงใต้ ซึ่งแสดงว่าชาวจ้วงอาศัยอยู่ในดินแดนนั้นมายาวนานตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ก่อนจะอพยพเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่ครั้งโบราณ เข้าสู่บริเวณประเทศไทยและลาวในปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือบางครั้งเรียกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ไต-ไทในอุษาคเนย์นั้น ส่วนใหญ่นับถือผี นับถือบรรพบุรุษ บูชาแถน ก่อนจะมารับนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท และรับประทานข้าวเจ้า ข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก นิยมปลูกเรือนเสาสูง มีใต้ถุน มีประเพณีเผาศพและเก็บอัฐิไว้ให้ลูกหลาน

ภาษาไทถือเป็นสาขาของตระกูลภาษาไท-กะได ปัจจุบันกลุ่มที่ใช้ภาษาไทกระจายอยู่ในมณฑลยูนนาน กวางสี ประเทศไทย ประเทศลาว รัฐฉาน และทางแคว้นสิบสองจุไทเดิมชายแดนเวียดนาม ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาลาว ภาษาไทใหญ่ ภาษาไทลื้อ ภาษาจ้วง และอื่นๆ โดยเราจะพบว่าภาษาเขียนหรืออักษรของภาษาไท ภาษาไทลื้อ ภาษาไทใหญ่ในรัฐฉาน ภาษาไทเขิน ภาษาล้านนา ภาษาไทดำ และภาษาลาว จะมีความคล้ายคลึงกัน

ในทางมานุษยวิทยา เราอาจแบ่งชาติพันธุ์ชาวไทออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ ไทน้อย ไทใหญ่ และไทสยาม ไทน้อย คือ ไทลาว ไทดำ ไทขาว ไทแดง ไทพวน ไทฮ่างตง ไทแสก ไทญ้อ ผู้ไท จ้วง ฯลฯ ไทใหญ่ คือ ไทหลวง ไทเหนือ ไทเขิน ไทลื้อ ไทอาหม ฯลฯ ส่วนใหญ่อยู่แถวรัฐฉาน ประเทศพม่า ที่เรียกว่าไทยใหญ่ คาดว่าเพราะรับวัฒนธรรมพุทธมาก่อนพวกไทน้อย ส่วนไทสยามอยู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเพชรบุรี ฯลฯ ในปัจจุบัน

แต่ว่ากันว่า ชาวไทสยามอพยพมาจากจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดชาวไทที่นั่น เพราะจารึกต่างๆ ในแผ่นดินสุวรรณภูมิแต่โบราณไม่พบภาษาตระกูลไทเท่าไหร่นักก่อนปี พ.ศ.1730 นอกจากจารึกภาษามอญซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาก่อนในดินแดนแถบนี้ จึงคาดว่าชนชาติไทเพิ่งจะอพยพลงสู่ทางใต้และสร้างอารยธรรมรุ่งเรืองในภายหลัง

โดยเฉพาะการอพยพของชาวไทลาว เข้ามาในพื้นที่สุวรรณภูมิ ต่อมาในยุคทราวดี ใน พ.ศ.1100 มีหลักฐานพบว่ามีคนตระกูลไท-ลาว อยู่ในดินแดนจำนวนหนึ่งด้วยซึ่งอพยพลงมาทางสองฝั่งน้ำโขง ลงมาลุ่มแม่น้ำน่าน ต่อมาในสมัยยุคกรุงอยุธยาเป็นราชธานี เอกสารจีนที่บันทึก โดยหม่าฮวนได้กล่าวไว้ว่า ชาวเมืองศรีอยุธยาพูดภาษาเดียวกับกลุ่มชนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึกไว้ว่าชาวลาวกับชาวสยาม เกือบจะเป็นชนชาติเดียวกัน และเราเรียกตนเองว่าเป็นพวกไทน้อย!

ในกฎมณเฑียรบาลยุคต้นกรุงศรีอยุธยา เรียกชนพื้นเมืองต่างๆ ว่า “แขกขอมลาวพม่าเมงมอญมสุมแสงจีนชวา”.. และเรียกชนพื้นเมืองที่อาศัยปะปนกัน โดยไม่ต้องจำแนกว่าชาวสยาม ดังนั้น คนไทยคือชาติพันธุ์ที่หลากหลายที่ตั้งอยู่ในดินแดนสยาม และเกิดการผสมผสานทางเผ่าพันธุ์ วัฒนธรรมและภาษาจนแยกไม่ออก

เราไม่เคยพบหลักฐานว่า บรรพบุรุษของชาวไทอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต แล้วมาสร้างอาณาจักรน่านเจ้า ก่อนอพยพเป็นอาณาจักรล้านนา และสุโขทัย เพราะภาษาอัลไตเป็นภาษาอัลไตอิก ไม่ใช่กลุ่มภาษาไท ในตระกูลภาษาไท-กะได ที่เป็นต้นทางภาษาไทยในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ของเมืองอัลไต ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ชาวไทใดๆ เลย.

[คอลัมน์โลกและเรา, เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558]

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net