วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไขปริศนาทัวร์เกาหลีราคา10,900บาท Ep.3


ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านย้อนหลังเชิญชมย้อนหลัง

Ep.1 คลิก http://www.oknation.net/blog/mickeyjal/2015/02/27/entry-1

Ep.2 คลิก http://www.oknation.net/blog/mickeyjal/2015/02/27/entry-2

สวัสดีครับในEp.3 นี้ท่านทูตเนมจะพาทุกท่านมาเริ่มท่องเที่ยวกันต่อสำหรับวันที่สองตามรายการทัวร์ครับ ซึ่งทุกท่านจะสังเกตุได้ว่าในEp.1และEp.2 ดูปกติมากๆไม่มีอะไรแปลกๆเลยแต่ในEp.3 นี้ท่านจะเริ่มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างครับถึงระบบและกระบวนการในส่วนของไอเดียการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ที่มีสิ่งที่ทำให้เราฉุดคิดเมื่อได้ไปเที่ยว(ถ้าไปกับทัวร์) เรามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่าครับตื่นนอนเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมจัดให้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ครับ คล้ายๆกับที่ทานในกรุงโซลแหละครับ

 

สำหรับสถานที่แรกเมื่อออกจากโรงแรมก็พาไปที่ซอฟโกจิเป็นทุ่งหญ้ากว้างติดทะเลสามารถเพลิดเพลินไปกับความงามของโขดหินรูปร่างแปลกๆซึ่งผู้ไปเที่ยวจะต้องมโนเอาเองครับ ซึ่งภาพความงามเหล่านี้ที่ท่านจะได้ชมจึงกลายมาเป็นสถานที่ดึงดูดยอดนิยมในปัจจุบันในการไปท่องเที่ยวและได้มีการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบันได้เพราะมีการถ่ายทำซีรี่สย์สุดฮิตอย่าง F4เกาหลี (Boys Over Flowers)และ IRIS (2010)กันที่นี่เริ่มคุ้นกันไหมครับสำหรับสาวกซี่รี่สย์เกาหลี นี่แค่ทุ่งหญ้ากว้างๆก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้แล้ว

 

ซอพจิโกจิจริงๆแล้วเป็นอ่าวขนาดเล็กตามความหมายของชื่อ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเจจู ซึ่งในอดีตที่นี่เป็นเพียงแค่พื้นที่แหลมติดทะเลอันมีทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยโขดหินรูปร่างแปลกตา แต่มันก็ไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากนัก ต่อมาได้มีการสร้างโบสถ์ ประภาคาร และอาคารต่าง ๆ ขึ้นในบริเวณนี้ เพื่อใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายทำละคร เนื่องจากความพิเศษของที่นี่คือในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกยูแชสีเหลืองสดจะผลิดอกบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งไปหมด ซึ่งเป็นภาพที่ติดตาผู้ชมจนทำให้ที่นี่กลายมาเป็นสถานที่ที่โรแมนติกที่สุดของเกาะเจจูในปัจจุบัน

มุมนี้คุ้นๆไหมครับประภาคาร ในซีรี่สย์เรื่องอะไรนะ?!?

 

และเมื่อเดินย้อนลงมาที่ทางขึ้นก็จะเจอร้านปลาหมึกหลายเจ้าซึ่งเวลาท่านมาเกาะเชจูเมื่อมองไปในทะเลที่น้ำเย็นสุดๆๆในสภาพอากาศหนาวๆแบบนี้จะเห็นทุ่นๆๆสีส้มๆ ไม่ต้องตกใจนะครับนั่นคือ ผู้หญิงงมหอย ซึ่งเป็นอาชีพของคนพื้นเมืองครับ นอกจากนี้ปลาหมึกที่นี่อร่อยมากๆอีกด้วยท่านใดไปอย่าลืมแวะซื้อชิมนะครับ 

กลิ่นหอมยั่วยวนมากๆครับ

กรอบอร่อยโดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยครับ

จากนั้นสถานที่ต่อมาที่ไปเที่ยวกันคือ ยอดเขา ซองซาน อิลซุงโบล ปากปล่องภูเขาไฟครับ เป็นลักษะณะเหมือนมงกุฎออกแนวๆคล้ายๆเที่ยวกุ้ยหลินเวลาเที่ยวสถานที่ธรรมชาติต้องมโนหรือใช้ศิลปะเขามาช่วยเพื่อให้ได้ภาพความสวยงามตามรูปร่างจากธรรมชาติเป็นอีกอรรถรสครับ

 

ยอดเขาซองซันอิลซุนเป็นภูเขาที่ดับสนิทแล้ว และมีความสูงประมาณ 180 เมตร มีลักษณะเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่เกิดจากการระบิดของภูเขาไฟในทะเลน้ำตื้นเมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ สุดปลายด้านตะวันออกของเกาะเจจู ซึ่งที่นี่ก็เป็นสถานท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเกาะสวรรค์แห่งนี้ โดยนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมพระอาทิตย์ขึ้นบนจุดชมวิวในบริเวณปากปล่องของภูเขาไฟ และที่สำคัญที่สุด คือ ยอดเขาแห่งนี้ได้ถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกอันดับที่ 1 ของเกาหลีใต้อีกด้วย

สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่โด่งดังที่มีผู้คนเข้ามาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นหนึ่งใน10สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในเกาะเชจูและในจุดนี้เรายังสามารถดื่มด่ำกับท้องฟ้าและน้ำทะเลที่สวยงามสีครามและทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองเชจูครับ 

เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากจะสัมผัสจึงถูกยกย่องให้เป็น1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลกและได้รับการขึ้นทะเบียนจากUNESCOอีกด้วยครับ

 

 

 

 

ทางเดนิขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟ

ที่จริงแล้วถ้าท่านมาเที่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคม บนทุ่งเนินเขาจะเป็นสีเหลืองอร่ามทั้งหมดเลยครับแต่ช่วงนี้สภาพอากาศหนาวจึงเห็นเป็นสีจางๆๆๆ

แหละนี่คือบนปล่องภูเขาไฟมงกุฎเมื่อเดินขึ้นไปถึงแล้วอย่างที่บอกครับถ้ามาช่วงฤดูร้อนจะเป็นทุ่งสีเหลืองอร่ามสวยงามกว่านี้เลยครับ

 

สัญลักษณ์อันเก่าแก่ของเกาะแห่งนี้ คือ ทอลฮารุบัง และ เฮียนโย ทอลฮารุ บัง หรือ หินปู่ เป็นรูปปั้นทำจากหินลาวาสลักเป็นรูปคนแก่ใจดีมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ในสมัยก่อนรูปปั้นทำหน้าที่คุ้มครองสถานที่ต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนี้เป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูป รูปปั้นจำลองของ ทอลฮารุบัง มีจำหน่ายในร้านขายของที่ระลึก และมีขนาดต่าง ๆ ให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1 นิ้วไปจนถึงขนาดใหญ่กว่าของจริงส่วน เฮียนโย คือหญิง สาวชาวบ้านซึ่งดำน้ำลงไปในทะเลเพื่อเก็บหอยเม่น เปลือกหอย และปลาหมึกยักษ์ ในวันที่อากาศแจ่มใสคุณจะเห็นหญิงสาวเหล่านี้ดำผุดดำว่ายอยู่บริเวณชายฝั่ง

นอกจานี้แล้วยังมีความเชื่อของคนบนเกาะเชจูอีกด้วยว่าหากเราต้องการอยากได้ลูกชายให้เอามือลูบและอธิษฐานที่บริวเณจมูก หากอยากได้ลูกสาวให้ลูบบริเวณปาก หากอยากได้เนื้อคู่(สำหรับคนโสด)ให้เอามือลูบบริเวณศิวลึงค์ คือตรงหมวก  หากอยากได้โชคลาภเงินทองความมั่งคั่งให้ลูบบริเวณส่วนท้องของรูปปั้นครับ

นอกจากนี้ยังมีร้านค้าให้ได้เดินหาของทานเล่นและช้อปปิ้งของที่ระลึกอีกด้วยครับ

 

หลังจากเดินออกกำลังกายพิชิตปากปล่องภูเขาไฟกันแล้วจนขาสั่นมาต่อกันด้วยการไปทานอาหารกลางวัลและไปเที่ยวชมหมู่บ้านพื้นเมืองซงอับ

 

หมู่บ้านพื้นเมืองซงอับ
อยู่ห่างจาก ตัวเมือง เชจู ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 35 กม. เป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งคุณจะได้พบกับชาวบ้านที่มีความเป็น มิตรอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างด้วยหิน มุงหลังคาด้วยฟาง และล้อมรอบด้วยกำแพงหินอย่างในสมัยโบราณ
ที่ตั้ง/ที่อยู่: อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี
วิธีการเดินทาง: นั่งรถประจำทาง 60 นาที จากตัวเมืองเชจู

จากนั้นไปเพลิดเพลินกับการแสดงม้า Pony Vallet จากนักขี่ม้ามืออาชีพ และม้าที่ถูกฝึกมาอย่างดีให้แสดงท่าทางและอารมณ์ความรู้สึกตามผู้ฝึก การแสดงจะเป็นการเล่าเรื่องราวต่างๆ เช่น เรื่องแจงกิสข่าน โชว์กายกรรมบนหลังม้า โชว์ม้าแกล้งตาย

หลังจบการแสดงนักแสดงได้ขี่ม้าออกมาด้านหน้าอาคารชมการแสดงให้ได้ถ่ายภาพด้วยครับ

 จากนั้นไปบุกหมู่บ้านที่สมัยก่อนแดจังกึมโดนเนรเทศมายังเกาะเชจูกันครับ

ภายในหมู่บ้านแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยจริงๆครับและจะมีเจ้าของบ้านสลับผลัดเปลี่ยนกันออกมาครบทุกบ้านเลยครับในการมาให้การต้อนรับและให้คำบรรยายถึงเรื่องราววิถีชีวิตคนสมัยก่อนและเรื่องราวของเกาะเชจู อีกทั้งความเชื่อต่างๆเช่น การรักษาโรคด้วยการทานกระดูกม้า ซึ่งท่านทูตเนมเองก็ได้ทดลองทานดูครับ

และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านน้ำผึ้งซึ่งเป็นชาผสมน้ำผึ้งแท้ๆรสชาติกลมกล่อมอร่อยดีครับ
 เป็นอีกอาชีพที่จะทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้จากการสนับสนุนวิชาชีพจากภาครัฐของเกาหลีใต้

สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ทางรัฐบาลได้มีการออกกฏและสนับสนุนให้คนในหมู่บ้านอนุรักษ์แบบบ้านที่อยู่อาศัยไว้คงรูปแบบภายนอกให้เหมือนเก่าที่สุดสามารถตกแต่งภายในได้ใหม่เท่านั้น และโดยเฉพาะหลังคาบ้าน ทางการได้มีการเปลี่ยนให้ฟรีทุกปีเป็นกองฟางมัดถักเป็เปียให้แน่นเพื่อป้องกันเรื่องของลมเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์อยู่บนเกาะ

การแสดงวิถีชาวเกาะเชจูสมัยก่อนทั้งการเลี้ยงลูกทั้งการออกไปทำมาหากิน เป็นต้น

จากนั้นไปช้อปปิ้งกันที่ร้าน Midam Cosmetics ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่สามารถทำTax Refundได้ คือตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทางการเกาหลีใต้ได้อนุญาติให้นักท่องเที่ยวสามารถทำการขอคืนเงินภาษีได้จากร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้นครับ สำหรับร้านนี้มีแบรนด์ดังหลายแบรนด์อาทิเช่น The face shop ,DR.MJ, Closee,ครีมน้ำแตก, BB cream เป็นต้นครับ

จากนั้นรับประทานอาหารเย็นครับ

 

บทสรุปจากการท่องเที่ยวในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการพัฒนาการแหล่งท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ผ่านวิถีชีวิตของคนเกาหลีใต้และอีกทั้งการถ่ายทอดผ่านสื่อSeries ที่มีการออกอากาศทั้งในประเทศและนอกประเทศเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและโปรโมทแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้แล้วท่านจะสังเกตุเห็นได้ว่า การร่วมมือร่วมใจของคนในท้องถิ่นและความเชื่อใจรัฐบาลที่พัฒนาอาชีพให้กับคนได้มีรายได้จากการให้จัดโปรแกรมทัวร์พานักท่องเที่ยวไปถึงที่และจำหน่ายสินค้า เรียกได้ว่ากลยุทธ์ดรี๊ดีเลยได้ผลด้วยครับนอกจากนี้วันทั้งวันไม่ต่างจากการที่ท่านที่เคยซื้อทัวร์ไปเที่ยวกรุงโซลเลยครับจะมีช่างภาพประจำรถวิ่งคอยบริการถ่ายภาพให้ทั้งวันบางคนก็วิ่งหนีบางคนก็ยืนให้ถ่ายนี่แหละ สำหรับในEp.4ผมต้องเกิร่นไว้ก่อนว่าท่านจะได้พบกับการไขข้อข้องใจที่เรียกได้ว่านี่แหละทัวร์ราคา10,900บาท ที่มีกุญแจสำคัญซ่อนอยู่ครับ

ขอบคุณที่ติดตามชมและกดโหวตและคอมเม้นต์ครับ รอชมEp.4 ต่อได้เร็วๆนี้ครับ

โดย ท่านทูตเนม

 

กลับไปที่ www.oknation.net