วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไขปริศนาทัวร์เกาหลีใต้ราคา10,900บาท Ep.4 (จบ)


สวสัดีครับท่านทูตเนมได้พาทุกท่านมาถึงการท่องเที่ยวในเกาะเชจูวันสุดท้ายแล้วครับซึ่งในวันสุดท้ายนี้ท่านจะได้เห็นมิติของการทำทัวร์และการทำให้การท่องเที่ยวเกาหลีใต้สามารถนำเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศได้อย่างมหาศาลพร้อมทั้งทำให้ภาคธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมีรายได้ไปพร้อมๆกันอีกด้วยเรียกได้ว่าแนวคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบรรเจิดเลยทีเดียวครับท่านใดที่ยังไม่ได้ชมย้อนหลังเชิญชมตามLinkด้านล่างนี้เลยครับ

Ep.1 http://www.oknation.net/blog/mickeyjal/2015/02/27/entry-1

Ep.2 http://www.oknation.net/blog/mickeyjal/2015/02/27/entry-2

Ep.3 http://www.oknation.net/blog/mickeyjal/2015/02/28/entry-1

เรามาเริ่มกันเลยครับในวันสุดท้ายนี้เราก็จะทำการเช็คเอ้าท์และขนสัมภาระใส่รถบัสไว้เลยและเริ่มต้นจากการไปศูนย์โสมและร้านละลายเงินวอนแต่เช้าเลยครับ ซึ่งศูนย์โสมนี่ถ้าท่านใดที่เคยซื้อทัวร์ไปกรุงโซลท่านก็จะถูกพาไปแวะที่ศูนย์โสมผมคิดว่าไม่ต่างอะไรจากไปเมืองจีนเลยครับพาท่านไปแวะศูนย์ครีมไข่มุกหรือศูนย์จำหน่ายบัวหิมะปะรมาณนั้น และปิดห้องเพื่อจำหน่าย
และไกด์ก็จะนำรายชื่อลูกทัวร์ไปยื่นให้ทางศูนย์โสม

ซึ่งศูนย์โสมรัฐบาลได้รับรองคุณภาพว่าผลิตจากโสมที่มีอายุ6ปี ซึ่งถือว่าเป็นโสมที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด และศูนย์โสมแห่งเกาะเชจูนี้มีการจัดแสดงวงจรชีวิตของโสมอีกด้วยพร้อมจำหน่าย!!โสม จากนั้นพาไปศูนย์จำหน่ายฮอกเก็ตนามู ยาที่ช่วยในการล้างสารพิษที่ตกค้างหรือไขมันที่สะสมภายในผนังของตับและไตแช่วยให่ตับและไตแข็งแรง (ร้านสมุนไพร Korea Hub) คือสมุนไพรเมล็ดฮอกเกต
นอกจากนี้ยังสามารถทำTax Refundได้อีกด้วย

จากนั้นก็พาไปยังชิลล่าดิวตี้ฟรี Shilla Duty Free ช้อปเครื่องสำอางค์และแบรนด์ดังต่างๆกว่า500ชนิด เช่น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ

คนเยอะมากๆนักท่องเที่ยวที่มาเกาะเชจูนี่แน่นไปหมดทั้งไทย จีน

เรียกได้ว่าเป็นวันละลายเงินวอนจริงๆๆ

อากาศเย็นๆแบบนี้ผมนี่ยิ่งชอบทานของเย็นๆจัดกาแฟสตาร์บัคสักนิด

จากนั้นพาไปชมยงดูฮัมร็อค หรือโขดหินรูปหัวมังกร อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ทางธรรมชาติของเกาะเชจูที่ชาวจีนและชาวเกาหลีใต้นิยมมาท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนของน้ำและคลื่นลมทะเล เกิดเป็นปติมากรรม ถือได้ว่าถ้าใครไม่ได้มาเยี่ยมชมถือว่ามาไม่ถึงเกาะเชจู ธรรมชาติได้สร้างสรรค์หินให้มีลักษณะพิเศษเหมือนกับมังกรอ้าปากส่งเสียงร้องและทะยานจากฟ้าลงสู่ท้องทะเล

บรรยากาศโดยรอบ

จากนั้นพาเราไปยังดาวทาวน์เมืองเชจูซึ่งมีศูนย์ช้อปปิ้งคล้ายๆสยาม บ้านเราแต่อยู่ชั้นใต้ดินครับ ก่อนจากลงไปช้อปปิ้งชั้นใต้ดินผมมองเห็นพระราชวังเก่าชื่อว่า Jejumok Gwana  ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีนะครับ (ฟรี) สามารถเดินเข้าไปได้เลย ตรงจุดนี้ไม่มีในรายการทัวร์ที่ไกด์จะพาไปนะครับ

ซึ่งภายในนี้สวยงามมากๆอีกทั้งต้นซากุระเริ่มบานให้ได้ชมความงดงามแล้วครับ

ถือว่ามีอณาบริเวณกว้างพอสมควรใช้เวลาเดินเที่ยวชมถ่ายภาพประมาณเกือบๆชั่วโมงเลยครับเดินกันเพลินเกือบลืมไปว่าต้องเดินลงไปช้อปปิ้งชั้นใต้ดิน

มีห้องประชุมขุนนาง

บางตำหนักก็ห้ามเข้าไปภายในบางตำหนักก็สามารถขึ้นไปชั้นสองได้อีกด้วย

ผมสงสัยมากว่ามันคือดอกอะไรเห็นขึ้นเต็มไปหมดเลยสวยดีครับ

จากนั้นลงไปช้อปปิ้งก่อนออกเดินทางไปสนามบินนานาชาติเชจูกันที่ชั้นใต้ดิน

มีทั้งหมด11ทางขึ้นลง หรือ 11ประตูครับ

มีสินค้ามากมายอาทเช่น Etude, Skin Food, New Balanceเป็นต้น

หลังจากปล่ยอให้ช้อปปิ้ง2ชั่วโมงก็ออกเดินทางสุ่ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู

ขอบอกเลยว่าถ้าท่านเช็คอินโหลดสัมภาระเรียบร้อยแล้วให้รีบเข้าไปที่พิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลการกรเพื่อไปทำการขอคืนภาษีและจะได้ไม่ต้องแย่งคิวหรือต่อแถวยาวแข่งกับคนจีนและชาติอื่นๆที่มีเที่ยวบินออกในเวลาไล่เลี่ยกันค่อนข้างเยอะมากๆ

อร่อยมากครับผมนี่ชอบเลยยยย

พอมีเงินเหลือติดตัวแวะหาไรกินเล่นๆระหว่างรอแถว

มีซูชิเนื้อแกะอีกด้วยครับ

และแล้วที่ทุกท่านรอคอยตั้งแต่Ep.1ก็มาถึงสจ๊วตและแอรืบนเที่ยวบินน่ารักมากๆครับ

บริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม

สำหรับเที่ยวบินขากลับนี่โชคดีมากได้นั่งเครื่องบินรุ่นที่สามารถปรับเบาะพนักพิงหลังได้ เพราะตอนขามาดันโชคร้ายเจอลำที่เป็นรุ่นฝึกพัฒนาบุคลิกภาพหลังตรง เก้าอี้ทุกที่นั่งไม่สามารถปรับพนักพิงได้เลยสักตัว

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมจนจบEp.4 และสรุปได้ว่า การท่องเที่ยวของเาหลีใต้เขาได้วางแผนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไว้อย่างดีควบคู่ไปกับการพัฒนาประชากรให้มีอาชีพมีรายได้ แม้กระทั่งช่างภาพประจำรถที่บางคนจบการศึกษาเพียงชั้นมัธนมศึกษาปีที่6 อายุราวๆ28ปีแล้ว แต่ก็ได้รับการสนับสนุนให้มีอาชีพได้เป็นช่างถ่ายภาพประจำรถที่นักท่องเที่ยวซื้อทัวร์มาจะได้ใช้บริการ อีกทั้งตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆชุมชุนเป็นส่วนสำคัญได้มีส่วนร่วมอย่างจริงๆในการเป็นผู้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและขายสินค้าของชุมชุนนั้นๆ ซึ่งเป็นการทำให้มีรายได้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริงอีกทั้งบริษัทธุรกิจกขนาดกลางและใหญ่อย่างโสมหรือแม้แต่เครื่องสำอางค์ก็ตามได้รับผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งระบบและมีเม็ดเงินหมุนสะพัดกระจายรายได้ อีกทั้งการท่องเที่ยวที่มีการโปรโมทผ่านละครซีรี่สย์ดังเรื่องต่างๆ หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวที่บางแห่งดูแล้วไม่มีอะไรเลยแต่พวกเขาสามารถทำให้มีได้และทำให้บูมเป็นที่เที่ยวได้และได้รับความยอดนิยมอีกด้วย นอกจากนี้แล้วท่านจะสังเกตุเห็นว่าระบบการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ได้รับการสนับสนุนและร่วมมือกันจากทุกาคส่วนตั้งแต่รัฐบาล-สายการบิน-ศูนย์จำหน่ายสินค้า- ศูนย์โสม -ฯลฯ และอย่างผมเองและทุกท่านคงข้องไขและเป็นปริศนาว่าไปเกาหลีทีไรต้องได้ไปศูนย์โสมอยู่ตลอด(เมื่อซื้อทัวร์) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันจึงทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจการท่องเที่ยวครับ

 

โดย ท่านทูตเนม

 

กลับไปที่ www.oknation.net